กิจกรรมนอกเวลางาน ที่ช่วยให้คุณก้าวหน้าในการทำงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ

กิจกรรมนอกเวลางาน ที่ช่วยให้คุณก้าวหน้าในการทำงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ
20/06/17   |   9.6k   |  

เสียงดนตรีจังหวะสนุก ๆ ที่ดังคลอไปกับเสียงพูดคุยจากผู้คนมากหน้าหลายตาในค่ำคืนวันศุกร์ เป็นสถานการณ์ที่สุชาติไม่คุ้นเคย เขาจึงได้แต่ยืนหันซ้ายหันขวา ชะเง้อคอมองหารุ่นพี่ที่ทำงานที่ชวนเขามางานปาร์ตี้เล็ก ๆ นี้ หลังจากที่เขาเริ่มทำงานที่นี่ได้ราวสองเดือนในฐานะนักศึกษาจบใหม่

หลายคนอาจมองว่าการที่รุ่นพี่ของสุชาติชวนเขาออกมาปาร์ตี้แบบนี้ก็เพื่ออยากจะพามาคลายเครียด แต่ที่จริงแล้วจุดประสงค์ไม่ใช่แค่นั้น พวกเขาหวังว่าการที่สุชาติได้ออกมาเปิดหูเปิดตาแบบนี้ จะช่วยให้สุชาติได้เรียนรู้การเข้าสังคม และรู้จักคนมากขึ้นด้วย

ไม่ใช่แค่การปาร์ตี้สังสรรค์เท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่ากิจกรรมบางอย่างที่เราทำนอกเวลางาน นอกจากจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวเองได้เป็นอย่างดีแล้ว ในบางครั้งกิจกรรมเหล่านั้นยังช่วยเสริมสร้างทักษะและเพิ่มพูนศักยภาพในการทำงานให้กับคุณได้ด้วย JobThai จะพาไปดูกันว่ามีกิจกรรมใดบ้างที่จะช่วยพัฒนาทักษะการทำงานของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว

 

 

  • การอ่านหนังสือ และติดตามข่าวสารจากช่องทางต่าง ๆ จะช่วยให้คุณได้รับความรู้ใหม่ ๆ และเป็นคนที่มีความรู้รอบด้าน จากการศึกษาเรื่องราวที่คนอื่น ๆ ถ่ายทอดมา ซึ่งอาจะทำให้คุณนำความรู้เหล่านั้นไปต่อยอดให้กับการทำงานของตัวเองได้
  • การเล่นเกมทำให้คุณมีทักษะหลายอย่างที่จำเป็น หรือนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็น ทักษะการปรับตัว การบริหารจัดการและการวางแผน การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหา และการคิดแบบสร้างสรรค์ ซึ่งสามารถเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ได้จากเกมประเภทต่าง ๆ ที่คุณเล่น
  • การเล่นกีฬานอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการฝึกความอดทนทั้งทางร่างกาย และจิตใจไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการทำงานที่คุณจะต้องใช้ทั้งทักษะความสามารถ ความมุ่งมั่นตั้งใจ และความอดทนเมื่อต้องทำงาน หรือเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ
  • การดูหนัง ฟังเพลงที่ไม่ใช่สัญชาติไทยจะทำให้คุณได้เรียนรู้เรื่องภาษาได้ไม่ต่างจากการลงคอร์สเรียนภาษา ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การอ่าน หรือแม้แต่การพูด ที่สำคัญยังอาจทำให้คุณได้เรียนรู้ประโยคที่เจ้าของภาษาใช้ในชีวิตประจำวันจริง ๆ รวมไปถึงคำสแลง หรือรูปแบบประโยคที่ไม่ค่อยได้เห็นกันในห้องเรียนอีกด้วย
  • การปาร์ตี้สังสรรค์ จะช่วยให้คุณได้ทำความรู้จักกับคนหลากหลาย ที่อาจช่วยเหลือคุณในเรื่องหน้าที่การงานได้ รวมไปถึงได้ฝึกฝนทักษะบางอย่างเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสาร หรือวางตัว แม้กระทั่งได้เปิดโลกทัศน์ ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นกับคนอื่น ๆ
     

 

1. ความรู้รอบตัวจากการอ่าน    

การพัฒนาตัวเองด้วยการหมั่นหาความรู้ใส่ตัวด้วยการอ่านหนังสืออยู่เสมอ จะช่วยทำให้คุณประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องลงมือทำ หรือ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองไปเสียทุกเรื่อง คุณจะสามารถต่อยอดความคิดเกี่ยวกับความรู้เฉพาะทางในตำแหน่งการทำงานเพียงแค่พลิกหน้าหนังสืออ่าน จริงอยู่ที่แค่การอ่านอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการทำงานจริง เพราะเราต้องลงมือปฏิบัติและใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จึงจะเห็นผล

อย่างไรก็ตาม หนังสือที่ดีจะเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานของผู้เชี่ยวชาญที่เคยผ่านงานนั้นมาก่อน ที่สำคัญพวกเขามักจะเล่าเรื่องราว ทั้งสิ่งที่ดีและข้อผิดพลาดที่พวกเขาเคยทำในอดีตตอนยังไม่มีประสบการณ์มากนัก และหวังว่าคุณจะใช้ประสบการณ์ของพวกเขาเป็นบทเรียน เพื่อก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางแห่งการทำงานของคุณ

คุณไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับการอ่านหนังสือในแวดวงที่คุณทำงานอยู่เพียงอย่างเดียว การติดตามข่าวสารใหม่ ๆ จากโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ แผ่นพับต่าง ๆ หรือแม้แต่หนังสือการ์ตูนในบางครั้งก็ให้ข้อมูลและความรู้แก่คุณได้เช่นกัน ยิ่งสมัยนี้ที่อุปกรณ์ไฮเทคอย่างโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิธีรับข่าวสารของเราให้สะดวกสบายมากกว่าในอดีต ลองใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ พิจารณาดูรอบตัวว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง และโลกกำลังหมุนไปในทิศทางใด ความรอบรู้ตัวประกอบกับการสามารถวิเคราะห์แนวโน้ม จะทำให้เราคาดการณ์ล่วงหน้าและทำให้เราพร้อมรอรับโอกาสดี ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต หรืออย่างน้อย ๆ คุณก็จะเป็นที่รู้จักในที่ทำงานว่าเป็นคนที่มีความรู้ น่าพูดคุยด้วย บางทีการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงานก็อาจกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยเกื้อหนุนหน้าที่การงานของคุณได้ด้วยเช่นกัน  

เมื่อต้องมอบหมายงานสำคัญ คุณคิดว่าหัวหน้าของคุณจะเลือกใคร ระหว่างคนที่ถามอะไรก็ตอบได้ รู้ข่าว ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างรอบด้าน กับคนที่ไม่เคยสนใจสิ่งรอบตัวเลยแม้แต่น้อย

 

2. “เล่นเกม” ไม่ใช่แค่เรื่องเล่น ๆ  

คุณอาจจะคิดว่าการเล่นเกมกับการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่เชื่อไหมว่ามีการวิจัยมากมายที่ชี้ให้เห็นว่า วิดีโอเกมทำให้เรามีทักษะหลาย ๆ อย่างที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานได้ เพราะการเล่นเกมทำให้เรามีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และเกมไม่เหมือนกับสื่อบันเทิงประเภทอื่น ๆ เช่นภาพยนตร์ ที่เป็นการสื่อสารทางเดียว (นั่งดูอย่างเดียว) แต่เกมเหล่านี้ต้องใช้การโต้ตอบแบบทันท่วงที คือ ผู้เล่นต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา เช่น เกมกีฬา เกมขับรถแข่ง หรือแม้แต่เกมยิงปืน บางเกมมีระบบการเล่นที่ลึกซึ้ง และซับซ้อน เช่น การค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า การเก็บภาษี การยึดครองดินแดน การผูกมิตรหรือสร้างศัตรูกับผู้เล่นคนอื่น ๆ เมื่อตัวเกมมีความยากมากขึ้น ทำให้ผู้เล่นต้องอาศัยทักษะในการเล่นเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย การที่คุณเล่นเกม ๆ หนึ่งได้แสดงว่าคุณมีทักษะบางอย่างที่จำเป็น มาดูกันว่าทักษะที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง

  • ทักษะการปรับตัว การบริหารจัดการและการวางแผน มีให้เห็นอย่างชัดเจนในเกมแนวบริหารอย่าง Football Manger ที่เราต้องบริหารทีมฟุตบอลซึ่งเราจะได้ทั้งการบริหารเงิน (งบประมาณการทำทีม) และบริหารคน (จัดนักเตะลงแข่งให้เหมาะสม) หรือเกมวางแผนการรบ เช่น Total War  หรือ Warcraft ที่ต้องอาศัยไหวพริบในการรบเอาชนะคู่แข่ง โดยเราต้องพิจารณาทรัพยากร กำลังทหารของตัวเราและคู่แข่งเพื่อประเมินสถานการณ์ในแต่ละครั้ง
  • ทักษะการทำงานเป็นทีม ได้จากเกมแนวสวมบทบาท ( Role-Playing Game) เช่น Final Fantasy เกมยิงปืนอย่าง Call of Duty หรือเกมกีฬาประเภททีม เช่น Fifa ที่เป็นเกมฟุตบอล ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนจะได้รับบทบาทและหน้าที่แตกต่างกันไป แต่ทุกคนต้องช่วยเหลือ ประสานงานกัน โดยมีจุดมุ่งหมายสูงสุดคือชัยชนะของทีม  
  • ทักษะการแก้ปัญหา และการคิดแบบสร้างสรรค์ พบได้ในเกมแก้ปริศนา เช่น เกม Portal ที่คุณต้องหาวิธีออกจากห้องปิดตายให้ได้โดยมีอุปกรณ์ที่จำกัด เกมตะลุยด่านอย่าง Angry Birds ที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้เล่นในด่านต่อไป หรือเกมแนวจำลอง เช่น The Sims หรือ Minecraft ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สร้างสรรค์กฎเกณฑ์ในสังคมเสมือนจริง และสิ่งก่อสร้างตึกรามบ้านช่องได้ตามใจปรารถนา

ลักษณะอีกอย่างที่สำคัญที่มักจะปรากฏในเกมแทบทุกประเภทคือ ระบบของเกมจะมีปัญหาให้ผู้เล่นได้หาวิธีแก้ โดยมีเงื่อนไขอยู่ว่าต้องทำตามเป้าหมายให้สำเร็จถึงจะผ่านไปเล่นในด่านถัดไปได้ เมื่อผ่านด่านหนึ่งไปได้ก็จะมีปัญหาที่ยากยิ่งกว่าเดิมรออยู่ ซึ่งก็ไม่ต่างจากโลกแห่งความเป็นจริงของคนทำงานเลย

 

3. เล่นกีฬาได้ทั้งกำลังกายและกำลังใจ

การออกกำลังกายทำให้เรามีสภาพร่างกายที่แข็งแรง ระบบการไหลเวียนของเลือดและชีพจรทำงานได้ดี ไม่เฉื่อยชา และพร้อมจะทำงาน ในขณะเดียวกันการออกกำลังกายก็มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง จากผลการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านกีฬาและจิตวิทยาอย่าง Journal of Sport & Exercise Psychology พบว่าคนที่ออกกำลังกายอย่างหนัก ไปจนถึงระดับปานกลาง เช่น การเต้นแอโรบิค สามารถใช้สมองในการประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น 

นอกจากนี้กีฬาหลายประเภทที่เป็นการฝึกความอดทน เช่น การวิ่งมาราธอน นอกจากจะเป็นการฝึกฝนเพื่อให้บรรลุข้อกำจัดทางร่างกายแล้วยังเป็นการฝึกความอดทนของจิตใจไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย ซึ่งความอดทนนั้นก็เป็นทักษะอย่างหนึ่งที่จำเป็นต่อการทำงาน สำหรับนักกีฬาอาชีพ นอกเหนือจากทักษะและความพร้อมทางร่างกายแล้ว พวกเขาต้องอาศัยกำลังใจในการฝ่าฟันผ่านอุปสรรค ซึ่งอาจเป็นทั้งการซ้อมสุดโหดหิน การทลายขีดความสามารถของตนเอง การทำสถิติ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก หรือเพื่อเป้าหมายสุดท้ายซึ่งก็คือชัยชนะในเกมการแข่งขัน 

การทำงานของคุณก็เช่นกัน คุณต้องหลอมรวมทักษะความสามารถ ทั้งทางร่างกายและจิตใจในการเผชิญกับปัญหาในที่ทำงาน และต้องมีความอดทน ความมุ่งมั่น ในการทำงาน เพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จในสายอาชีพของคุณ

 

4. เรียนภาษาจากดูหนัง ฟังเพลง

ลองนับดูว่าในแต่ละปีคุณใช้เวลาดูหนัง ฟังเพลง หรือเสพสื่อบันเทิงรวมกันกี่ชั่วโมง และจะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถเปลี่ยนชั่วโมงแห่งความบันเทิงเหล่านั้นให้กลายเป็นชั่วโมงแห่งการเรียนรู้ สื่อบันเทิงต่าง ๆ ใช่ว่าจะมีประโยชน์เพียงแค่การพักผ่อนหย่อนใจแต่เพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถพัฒนาศักยภาพด้านภาษาผ่านการชมภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ฟังเพลงสากลติดอันดับบิลบอร์ด หรือเล่นวิดีโอเกมภาษาญี่ปุ่นได้เช่นเดียวกับการเข้าคอร์สเรียนภาษาแบบเดิม ๆ

  • การชมภาพยนตร์ คุณจะได้ฝึกทั้งทักษะการฟังและการพูด เราจะได้เห็นนักแสดงใช้ภาษาในการสื่อสารตามสถานการณ์ต่าง ๆ และไม่ต้องแปลกใจที่เราได้เรียนรู้ทักษะการพูดด้วย นั่นเป็นเพราะ เราสามารถเรียนรู้ทักษะการพูดได้จากการสังเกตการออกเสียงของนักแสดงและบางครั้งเรายังอาจได้มุกตลก หรือได้ความรู้ทางภาษาแบบที่เจ้าของภาษาใช้กันจริง ๆ ในการสนทนาด้วย
  • การฟังเพลง นอกเหนือไปจากทักษะการฟัง ถ้าคุณสามารถเข้าใจเนื้อหาของเพลง (ถ้ายังฟังเข้าใจไม่ทั้งหมด ก็ค้นหาเนื้อเพลงออนไลน์ได้) คุณจะเข้าใจการใช้คำ ประโยค และสำนวนต่าง ๆ อย่างไรก็ตามการใช้ภาษาในเพลงอาจใช้ไวยากรณ์ที่แตกต่างออกไปในบางครั้ง ถ้าคุณเจอว่าทำไมเพลงนี้ถึงใช้คำยกเว้นแบบนี้ มันอาจจะกระตุ้นให้เกิดการต่อยอดในการเรียนรู้ของคุณได้อีกทางหนึ่ง     
  • การเล่นวิดีโอเกม  เพราะเกมส่วนใหญ่ไม่มีเสียงไทยและซับไทยเหมือนกับภาพยนตร์ อีกทั้งบางเกมก็มีแต่ตัวหนังสือที่เล่าเรื่องเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเกม จึงเหมือนเป็นการบังคับไปในตัวว่าถ้าเราอยากเล่นเกมนี้ให้จบ เราต้องอ่านภาษาอังกฤษ (รวมถึงภาษาญี่ปุ่นและภาษาอื่น ๆ ที่เป็นภาษาแม่ของผู้ผลิตเกมระดับโลก) ให้รู้เรื่อง รับรองว่าเมื่อเล่นเกมจบ ทักษะการอ่านและการทำความเข้าใจภาษาต่างประเทศของคุณจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดูหนัง ฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว ลองให้ความสนใจกับสื่อบันเทิงให้มากกว่าเรื่องบันเทิงเพียงอย่างเดียว เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนวิธีการรับสื่อบันเทิงของคุณให้เป็นไปในเชิงรุกมากขึ้น คือ ให้ได้ทั้งความสนุกสนานผ่อนคลายจากการดูหนังฟังเพลง และได้ฝึกภาษาอังกฤษที่เป็นทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานไปพร้อม ๆ กันในคราวเดียว แล้วคุณจะพบว่าการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยากและน่าเบื่ออีกต่อไป

    

5. ปาร์ตี้สังสรรค์

สำหรับคนที่ชอบการพบปะเพื่อนฝูงเป็นชีวิตจิตใจ คุณสามารถเปลี่ยนปาร์ตี้สุดครื้นเครงให้กลายเป็นแหล่งรวมตัวของเครือข่ายที่จะคอยช่วยเหลือคุณในอนาคตได้ สมมติว่าคุณกำลังอยู่ในงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีของบริษัท คุณอาจได้เจอเพื่อนร่วมงานจากแผนกอื่นที่คุ้นหน้าแต่ไม่เคยคุยกัน หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ที่เพิ่งได้รับรางวัลพนักงานดีเด่น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือแม้แต่ประธานบริษัท ใครจะไปรู้ว่าวันข้างหน้าพวกเขาเหล่านั้นอาจทำให้คุณได้เลื่อนตำแหน่ง หรือประสบความสำเร็จตามที่คุณใฝ่ฝัน การเข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์ หรือเข้าสังคมเมื่อมีโอกาสจึงเปรียบเสมือนการเปิดโลกทัศน์ให้กับชีวิตของคุณ 

  • การชอบปาร์ตี้ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของคุณ ทำให้คนรอบตัวคุณรับรู้ได้ว่าคุณเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้าสังคมเก่ง  ดูน่าคบหา และน่าสนใจ
  • การเข้าสังคมบ่อย ๆ จะทำให้คุณได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร ทั้งการฟังและการพูด เพราะการพบปะผู้คนมากหน้าหลายตาในงานปาร์ตี้เป็นสถานการณ์จริงที่บังคับให้เราต้องพูดคุยสื่อสารกับคนอื่น ๆ ไม่ต้องกลัวถ้าคุณเป็นคนพูดไม่เก่ง เพราะเมื่อคุณมีประสบการณ์ในการพูดคุยกับกลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้น คุณจะเรียนรู้วิธีการรับมือกับคนประเภทต่าง ๆ ไปโดยปริยาย
  • คุณจะรู้จักการวางตัว เพราะคนที่คุณพูดคุยด้วยอาจจะมีภูมิหลัง ฐานะ อายุ ทัศนคติ นิสัยใจคอ หรือแม้แต่ภาษาที่แตกต่างไปจากเรา ซึ่งทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารและการปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกับผู้คนแต่ละกลุ่ม โดยเราสามารถนำทักษะดังกล่าวไปประยุกต์ใช้เมื่อต้องติดต่อกับบุคคลหลายกลุ่มในที่ทำงาน เช่น การพูดคุยกับผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม การรับฟังปัญหาจากเพื่อนร่วมงานอย่างตั้งใจ หรือการสั่งงานลูกน้องอย่างรัดกุม ล้วนต้องใช้วิธีการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไป ไม่สามารถใช้รูปแบบเดียวกันได้ ทักษะแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าคุณไม่รู้จักสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นและเรียนรู้ที่จะเข้าใจพวกเขา 
  • คุณจะได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มคนที่หลากหลาย คุณอาจได้รู้จักกับเพื่อนของเพื่อนในงานเลี้ยงของใครสักคน ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นอาจจะทำงานต่างสาขาอาชีพ และมีทัศนคติในการทำงานและดำเนินชีวิตที่แตกต่างจากคุณอย่างสิ้นเชิง แต่ความแตกต่างดังกล่าวอาจจุดประกายให้คุณเกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่แม้แต่ตัวคุณเองก็ไม่เคยนึกถึงมาก่อน
  • ารได้รู้จักเพื่อนใหม่จากงานสังคม อาจทำให้มีโอกาสดี ๆ เข้ามาในชีวิต เช่น ถ้าคุณได้เจอกับคนที่มีความสนใจคล้าย ๆ กัน คุณอาจได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มกิจกรรม หรือได้ทำงานร่วมกันในอนาคต เนื่องจากพวกเขารู้จักคุณและเห็นศักยภาพที่มีในตัวคุณผ่านการพบปะพูดคุยในงานสังสรรค์ ไม่แน่ว่าคนแปลกหน้าที่คุณเพิ่งรู้จักวันนี้อาจจะกลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่รู้ใจหรือเจ้านายที่จะคอยส่งเสริมให้คุณประสบความสำเร็จในอนาคตก็ได้

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา:

boston.com
forbes.com
skillsyouneed.com

tags : career & tips, ประโยชน์, ทักษะ, การทำงาน, คนทำงาน, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, เทคนิคสำหรับคนทำงาน, ทำงานอย่างมีความสุข, ความสุขในการทำงาน, เคล็ดลับความสำเร็จ, เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ, ทำงานให้มีความสุข, แนวคิดในการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม