9 สัญญาณที่กำลังบอกว่าผู้สมัครคนนี้อาจไม่ใช่คนที่ควรรับเข้าทำงาน

9 สัญญาณที่กำลังบอกว่าผู้สมัครคนนี้อาจไม่ใช่คนที่ควรรับเข้าทำงาน
15/11/18   |   2.8k   |  

การสัมภาษณ์งานเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการคัดเลือกบุคลากรเข้ามาทำงาน เพราะเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณได้ทำความรู้จักผู้สมัครได้ดีที่สุด ว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้น ๆ หรือไม่ และนี่คือ 9 สิ่งที่หากเกิดขึ้นกับผู้สมัครที่คุณกำลังสัมภาษณ์อยู่ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้คุณต้องพิจารณาและไตร่ตรองผู้สมัครคนนั้นให้มากขึ้นอีกสักหน่อย แม้ว่าเขาจะมีทักษะความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานก็ตาม

 

 

  • พูดโอ้อวดตัวเองมากเกินไป แต่ไม่ยอมพูดถึงความผิดพลาดหรือข้อเสียของตัวเอง และพูดถึงแต่เรื่องไม่ดีของที่บริษัทเดิม
  • ให้หัวหน้าจากบริษัทเก่า ๆ ที่เคยทำงานมานานแล้วมาเป็นบุคคลอ้างอิงให้ และไม่ยอมบอกถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องการย้ายงาน
  • ให้ความสนใจเรื่องเงินเดือน ค่าตอบแทน หรือสวัสดิการมากกว่าเรื่องงานและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ
  • ครอบครัวหรือคนที่มีความสำคัญกับผู้สมัครไม่เห็นด้วยที่เขาจะทำงานในตำแหน่งนี้หรือองค์กรของคุณ
  • รู้สึกว่าผู้สมัครกำลังพูดโกหก หรือไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองในระหว่างการสัมภาษณ์ได้อย่างที่ควร

 

 

พูดแต่เรื่องไม่ดีของบริษัทเดิม

ผู้สมัครควรจะรู้ว่าการพูดถึงบริษัทเดิมในทางที่ไม่ดีนั้นส่งผลเสียอย่างมากต่อตัวเขาเอง มันแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะตำหนิคนอื่น ๆ และปัดความรับผิดชอบออกจากตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาดูเป็นคนที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ไม่เป็นผู้ใหญ่มากพอ และไม่รู้จักควบคุมความคิดของตัวเอง เขาควรจะอธิบายด้วยเหตุผลว่าสาเหตุที่ทำให้เขาไม่มีความสุขกับการทำงานที่เดิมคืออะไร ทำไมถึงเลือกที่จะลาออก

 

ให้หัวหน้าจากบริษัทที่เคยทำงานมานานแล้ว มาเป็นบุคคลอ้างอิง

คนที่ผู้สมัครเลือกมาเป็นบุคคลอ้างอิงควรจะเป็นหัวหน้าคนปัจจุบัน หรือในกรณีที่เขายังไม่ได้แจ้งที่ทำงานว่าจะลาออก และไม่อยากให้หัวหน้ารู้ว่าเขากำลังหางานใหม่ ก็ควรจะเป็นหัวหน้าคนก่อนหน้า ที่เขาเคยทำงานด้วย ไม่ใช่คนที่เป็นหัวหน้าเขาเมื่อสิบปีที่แล้ว หากเขาไม่ยอมให้ติดต่อบุคคลอ้างอิงเป็นคนที่เป็นหัวหน้าปัจจุบัน หรือก่อนหน้า คุณก็ควรจะต้องหาว่าเหตุผลเป็นเพราะอะไร 

 

ไม่พูดถึงความผิดพลาดและข้อเสียของตัวเอง

ไม่มีใครที่จะทำงานออกมาได้สมบูรณ์แบบโดยไม่เคยเกิดความผิดพลาดอะไรเลย ถ้าหากคุณถามถึงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในการทำงาน สิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากความผิดพลาด หรือข้อด้อยที่เขาควรพัฒนาแก้ไข แล้วเขานึกไม่ออก ไม่ยอมบอก หรือบอกว่าไม่มี ก็มีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งอาจเป็นเรื่องค่อนข้างร้ายแรงจนเขาคิดว่ามันอาจส่งผลในการสัมภาษณ์ ในขณะที่คนที่รู้ข้อด้อยของตัวเอง กล้าที่จะยอมรับความผิดพลาด และรู้ว่าตัวเองได้บทเรียนอะไรจากความผิดพลาดนั้น มักจะเป็นคนที่รู้จักตัวเอง และพร้อมที่จะเปิดใจยอมรับฟังคำแนะนำจากคนอื่น

 

พยายามอวดตัวเองมากเกินไป

ความมั่นใจเป็นคุณสมบัติที่ดีและมีประโยชน์ในการทำงาน เพราะคนที่ขาดความมั่นใจมักจะไม่ค่อยกล้าที่จะคิดริเริ่มอะไรใหม่ ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นในการทำงาน และในการสัมภาษณ์งาน การที่ผู้สมัครพูดถึงความสำเร็จหรือผลงานของตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเป็นการบอกให้ผู้สัมภาษณ์รู้ถึงความสามารถของเขา  เพียงแค่มันก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอดี ไม่ใช่พูดโอ้อวด หากรู้สึกว่าเขาพูดเกินจริง หรือคุณมีข้อสงสัย แล้วเขาตอบกว้าง ๆ หรือไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนนั่นอาจเป็นสัญญาณให้คุณต้องฉุกคิดบ้างแล้ว

 

ไม่ยอมบอกถึงสาเหตุที่เปลี่ยนงาน

เวลาพิจารณาผู้สมัคร สิ่งสำคัญที่ควรถามก็คือ สาเหตุที่ผู้สมัครออกจากงานเดิม สาเหตุการลาออกของเขาควรจะเป็นเรื่องที่คุณรับได้ และคิดว่าจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาหากคุณรับเขาเข้ามาร่วมงานด้วย หากผู้สมัครเปลี่ยนเรื่อง ไม่ยอมบอกถึงสาเหตุของการลาออก หรืออธิบายแบบคลุมเครือ คุณควรจะต้องพิจารณาให้ดี เพราะการที่เขาไม่ยอมบอก นั่นหมายความว่าสาเหตุของการลาออกนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดี ซึ่งคุณก็ไม่ควรจะเสี่ยง เพราะอาจส่งผลเสียต่อบริษัทได้

 

ให้ความสนใจกับผลตอบแทนมากกว่าตัวงาน

หากผู้สมัครดูเหมือนจะให้ความสนใจเรื่องเงินเดือน ค่าตอบแทน หรือสวัสดิการมากกว่าเรื่องงาน หรือหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ นี่อาจเป็นสัญญาณที่กำลังบอกเป็นนัยว่าเขาอาจไม่ได้มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานจริง ๆ และพร้อมที่จะลาออกเสมอเมื่อได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าจากที่อื่น ยิ่งไปกว่านั้น ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หากผู้สมัครสนใจเรื่องผลตอบแทนเป็นพิเศษเพราะว่าเขากำลังมีปัญหาทางการเงินอยู่ ก็อาจสร้างปัญหาใหญ่ให้กับบริษัท หรือเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ได้

 

คนรอบตัวไม่สนับสนุนงานนี้

สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่คุณควรจะต้องนำมาประกอบการพิจารณาก็คือความคิดเห็นของคนในครอบครัว หรือคนที่มีความสำคัญกับผู้สมัคร เช่น หากคุณได้สัมภาษณ์ผู้สมัครผู้หญิงที่เป็นเด็กจบใหม่ แล้วรู้ว่าผู้ปกครองของเขาไม่อยากให้เขาทำงานที่บริษัทคุณเพราะอยู่ไกลจากบ้าน และเป็นห่วงหากเขาต้องย้ายมาอยู่คนเดียวเพื่อให้เดินทางมาทำงานสะดวกมากขึ้น คุณก็ต้องไตร่ตรองดูว่าหากรับเขาเข้ามาทำงาน อาจมีปัญหาอะไรตามมาบ้าง

การที่เขามีปัญหากับที่บ้าน อาจทำรู้สึกเครียด และส่งผลกระทบต่อการทำงาน และชีวิตส่วนตัว ทำให้เขารู้สึกว่าการตัดสินใจทำงานที่นี่เป็นการตัดสินใจที่ผิด จนสุดท้ายอาจเกิดเป็นปัญหาทั้งต่อตัวเขาเองและบริษัทของคุณได้

 

ควบคุมอารมณ์ไม่เป็น

ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของผู้สมัครงานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ว่าผู้สมัครจะถูกถามคำถามที่ยาก หรือเป็นคำถามที่บังเอิญไปกระทบอารมณ์ความความรู้สึกอะไรบางอย่าง ผู้สมัครก็ควรที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้ ผู้สมัครที่แสดงอารมณ์ต่าง ๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธ ไม่พอใจ ร้องไห้ พูดสะบัดเสียง รวมไปถึงอารมณ์ตื่นเต้น ประหม่า จนไม่เข้าใจคำถาม และไม่สามารถตอบคำถาม หรือพูดคุยกับคุณได้แม้ในประเด็นทั่ว ๆ ไปก็เช่นกัน

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นมืออาชีพ และอาจก่อให้เกิดปัญหาในการทำงานได้ หากคุณคิดว่าเรื่องนี้ไม่ส่งผลต่องานของคุณมากนั้น ก็อาจไม่เป็นไร แต่หากไม่ คุณก็ควรคิดให้รอบคอบ และเลือกคนที่ดีที่สุดจริง ๆ

 

พูดโกหก

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มรู้สึกว่าผู้สมัครกำลังพูดโกหก ไม่ว่าจะเป็นการพูดไม่ตรงกับข้อมูลในเรซูเม่ หรือมีคำพูดหรือท่าทางอะไรบางอย่างที่น่าสงสัยว่าเขากำลังโกหก คุณก็ควรจับตาดูและสังเกตพฤติกรรมของเขาเอาไว้ และถ้าคุณมั่นใจแล้วว่าเขาพูดโกหกขณะสัมภาษณ์ คุณก็ควรจะหลีกเลี่ยงที่จะรับผู้สมัครคนนี้เข้าทำงาน เพราะหากเขาโกหกตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์ แล้วคุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าหากรับเข้าทำงานแล้ว เขาจะไม่มีอะไรโกหกคุณ

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

 

ที่มา:

thepalmergroup.com

staffmasters.com

painlesshire.com

 

tags : hr, recruitment, human resource, ทรัพยากรบุคคล, การคัดเลือกพนักงาน, สัมภาษณ์งาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม