Social Media เครื่องมือในการสรรหาพนักงานที่ HR ไม่ควรมองข้าม

Social Media เครื่องมือในการสรรหาพนักงานที่ HR ไม่ควรมองข้าม
27/03/19   |   2.1k   |  

ตอนนี้ Social Media ไม่ใช่แค่สื่อที่คนทั่วไปใช้เพื่อติดตามข่าวสาร ความบันเทิง หรือพูดคุยกับคนอื่น ๆ เท่านั้น แต่ Social Media ยังถูกองค์กรใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานด้วย

 

ที่เราคุ้นตากันอยู่แล้วก็คงหนีไม่พ้นการเอามาใช้เป็นช่องทางในการทำการตลาด แต่ที่หลายคนคิดไม่ถึงกันก็คือ การใช้ Social Media ในแง่ของการหาคนและการคัดกรองผู้สมัคร ซึ่งผลสำรวจของ Society for Human Resource Management (SHRM) บอกไว้ว่าองค์กรกว่า 76% มีแผนใช้ Social Media ในการสรรหาพนักงาน และครึ่งหนึ่งขององค์กรที่มาตอบแบบสอบถามก็ยืนยันว่าช่องทางนี้เป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพ

 

JobThai จะพาไปดูว่าฝ่ายบุคคลจะสามารถใช้ Social Media มาเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับงาน Recruitment ได้ยังไงบ้าง

 

 

ใช้ Social Media เป็นพื้นที่ในการหาคน

  • โพสต์ประกาศงานบน Social Media ขององค์กรและของเว็บไซต์ประกาศงาน เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ผู้สมัครมากขึ้น เพราะนอกจากผู้สมัครจะเห็นประกาศงานมากขึ้นแล้ว ยังซื้อโฆษณาโดยระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ด้วย
  • นำเสนอวัฒนธรรมองค์กรผ่าน Social Media เพื่อให้คนภายนอกรู้จักองค์กร เพราะการได้ทำงานในองค์กรที่น่าอยู่ และเหมาะกับตัวเองเป็นหนึ่งแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้สมัครสนใจองค์กร

ใช้ Social Media เป็นเครื่องมือในการคัดกรองผู้สมัคร

  • ดูภาษา ทัศนคติ และเรื่องราวที่ผู้สมัครโพสต์ หรือแชร์บน Social Media ของเขา ว่าเหมาะกับตำแหน่งงานที่สมัคร และองค์กรของเราหรือไม่
  • Social Media อาจเป็นเหมือน Portfolio ของผู้สมัครที่เขาใช้โพสต์รูปผลงาน หรือบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานของเขา
  • เปรียบเทียบข้อมูลที่ผู้สมัครใส่ไว้ในเรซูเม่ กับบน Social Media ว่าตรงกันหรือไม่ หรือหากพบว่าตัว HR เองกับผู้สมัครมีคนรู้จักคนเดียวกันก็อาจสอบถามไปยังบุคคลนั้นเพื่อทำความรู้จักสมัครให้มากขึ้นได้

 

 

ใช้ Social Media เป็นพื้นที่หาคน

 

เพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้สมัคร ด้วยโพสต์ประกาศงานบน Social Media

ถ้าองค์กรใช้ประโยชน์จากคนจำนวนมากที่เข้าถึง Social Media ในแง่ของการทำการตลาดได้ HR เองก็ใช้ได้เช่นกัน เพราะจะทำให้ผู้สมัครเห็นประกาศงานของเรามากขึ้น นอกเหนือจากการลงประกาศผ่านเว็บไซต์หางาน หรือเว็บไซต์ขององค์กร

 

การโพสต์ประกาศงานบน Social Media มักจะมีอยู่ 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ ผ่านทาง Social Media ของเว็บไซต์ประกาศงานต่าง ๆ ที่เดี๋ยวนี้เริ่มใช้ Social Media ของตัวเองเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับให้บริการลูกค้าองค์กรในการลงประกาศงาน และอีกหนึ่งรูปแบบก็คือผ่านทาง Social Media ขององค์กรเอง ซึ่งทั้งสองแบบก็มีจุดเด่นที่ต่างกัน

 

ถ้าเราลงประกาศงานผ่าน Social Media ของเว็บไซต์ประกาศงานที่มีคนติดตามจำนวนมาก ก็จะทำให้ประกาศงานของเรากระจายออกไปในวงกว้างและหลากหลาย แต่ถ้าเราโพสต์ประกาศงานบน Social Media ของบริษัทเราเอง ก็จะทำให้คนที่กดติดตามเห็นประกาศงานนั้นของเรา ซึ่งจะทำให้เรามีโอกาสได้ผู้สมัครที่สนใจบริษัทของเราอยู่แล้ว ที่สำคัญในบาง Social Media เรายังซื้อโฆษณา โดยที่ระบุ Target ที่เราต้องการให้โฆษณาไปถึงได้อีกด้วย

 

นำเสนอ Culture องค์กรผ่าน Social Media เพื่อดึงดูดผู้สมัคร

เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่ได้ทำงานที่ชอบ มีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดีเท่านั้น แต่การได้ทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่น่าอยู่ และเหมาะกับตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน

 

Employer Branding จึงกลายเป็นสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญกันมากขึ้น และแน่นอนว่าในยุคที่ Social Media เป็นสื่อที่คนเข้าถึงง่ายและรวดเร็วแบบนี้ องค์กรก็ควรจะใช้ช่องทางตรงนี้ทำให้คนภายนอกได้รู้จักองค์กรของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัปโหลดวิดีโอแนะนำองค์กร โพสต์ภาพกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดให้กับพนักงาน หรือภาพรางวัลต่าง ๆ ที่องค์กรได้รับ รวมไปถึงการไลฟ์ในขณะที่มีอีเวนต์พิเศษอะไรบางอย่างก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

 

แต่นอกจากการสื่อสารเพื่อทำให้คนนอกองค์กรรู้จักมากขึ้นแล้ว ก็ต้องมีการสื่อสารภายในองค์กร และให้พนักงานมีส่วนร่วมด้วย เช่น มี Engagement กับโพสต์ต่าง ๆ บน Social Media ขององค์กร หรือโพสต์และแชร์อะไรบางอย่างที่พูดถึงองค์กรบน Social Media ของพวกเขาเอง ซึ่งการที่คนนอกได้ทำความรู้จักองค์กรผ่านประสบการณ์หรือคำพูดของคนที่ทำงานอยู่ในองค์กรจริง ๆ นั้นส่งผลดีและสร้างความน่าเชื่อถือได้ไม่น้อย เพราะเขาจะเห็นว่าที่นี่เป็นองค์กรที่พนักงานรักและภาคภูมิใจ

 

ใช้ Social Media เป็นเครื่องมือคัดกรองผู้สมัคร

 

ดูว่าผู้สมัครเป็นคนแบบไหน ผ่านสเตตัส และการแชร์บน Social Media

ประสบการณ์การทำงาน ความสามารถ และทักษะต่าง ๆ ของแคนดิเดตอาจจะเห็นได้จากเรซูเม่หรือจดหมายสมัครงาน แต่ทัศนคติในแง่อื่น ๆ นั้นกว่าที่ HR จะเห็นก็คือวันสัมภาษณ์เลย ซึ่งแน่นอนว่าในวันนั้นพวกเขาก็คงเตรียมตัวและเตรียมพร้อมที่จะนำเสนอด้านที่ดีที่สุดของตัวเองให้เราได้เห็นอยู่แล้ว Social Media เลยเป็นอีกทางที่จะทำให้ HR ได้ทำความรู้จักแคนดิเดตมากขึ้น เช่น ภาษาที่ใช้เวลาโพสต์สเตตัสเป็นยังไง อยากเป็นนักเขียนแต่ใช้ภาษาวิบัติเต็มไปหมดรึเปล่า อยากจะเป็น PR แต่พอย้อน Timeline ไปก็เจอแต่สเตตัสที่บ่นด่าบริษัทตัวเอง เพื่อนร่วมงานและเจ้านายเต็มไปหมดไหม หรือแม้แต่การให้เครติดรูปภาพของคนอื่นที่เอามาใช้ Social Media ของตัวเองก็อาจจะบอกอะไรบางอย่างได้เหมือนกัน

 

ไม่ใช่แค่พฤติกรรมไม่ดีที่อาจจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงาน แต่ HR ยังอาจจะดูไปถึงทัศนคติและความสนใจต่าง ๆ ของเขาด้วย เช่น แนวคิดที่เขามีต่อข่าวที่แชร์มาเป็นแบบไหน เพราะต้องยอมรับว่าการจะรับใครสักคนเข้ามาทำงานด้วยกัน นอกจากความสามารถแล้ว ลักษณะนิสัยและทัศนคติที่เข้ากับทีมและองค์กรได้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะไม่เอามาพิจารณาไม่ได้เลย แน่นอนว่าเราพูดไม่ได้หรอกว่าสิ่งที่แสดงออกบนโลกออนไลน์คือตัวตนจริง ๆ ทั้งหมดของเขา แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาเลือกแล้วว่าจะให้คนอื่น ๆ เห็น และเขาก็ต้องยอมรับให้ได้ว่ามันอาจจะก่อให้เกิดผลดีและผลเสียได้ทั้งนั้น

 

Social Media ของผู้สมัคร อาจเป็น Portfolio ที่โชว์ผลงาน

หลายคนใช้ Social Media เป็นเหมือนไดอารี่บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดในแต่ละวัน ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องกิน เรื่องเที่ยว หรือเรื่องชีวิตส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานด้วย ทำให้ Social Media อาจจะกลายเป็น Portfolio ที่น่าสนใจของแคนดิเดตที่ HR ไม่ควรมองข้ามเลย เช่น โพสต์ที่เล่าถึงอุปสรรคและวิธีแก้ไขปัญหาในการจัดงานอีเวนต์งานหนึ่งและมีรูปภาพงานอีเวนต์นั้นประกอบ ของแคนดิเดตในตำแหน่ง Event Planner ไม่ใช่แค่จะทำให้ HR เห็นผลงานของเขาเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นถึงความสามารถในการแก้ปัญหา และทักษะต่าง ๆ ของเขาด้วย

 

สิ่งที่บอกไว้ในเรซูเม่เป็นความจริงไหม ตรวจสอบได้จาก Social Media

เพื่อที่จะให้ตัวเองเป็นผู้สมัครที่น่าสนใจ และถูกเรียกไปสัมภาษณ์ หลายคนจึงเลือกที่จะใส่คุณสมบัติในเรซูเม่หรือจดหมายสมัครงานแบบเกินจริง การเข้าไปดู Social Media ของผู้สมัครจะเป็นช่องทางนึงที่ช่วยให้ HR เช็กได้ว่าข้อมูลที่ใส่มานั้นเป็นความจริงไหม ถึงจะเช็กไม่ได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อยก็ยังพอมีหลักฐานให้ได้เปรียบเทียบมากขึ้น เช่น เขาเขียนว่ามีทักษะการสื่อสารดีเยี่ยม แล้วการสื่อสารใน Social Media ของเขาล่ะเป็นไปตามนั้นไหม หรือประสบการณ์การทำงานและการศึกษาตรงกับที่ใส่ไว้ในเรซูเม่รึเปล่า

 

และถ้าผู้สมัครกับ HR ทำงานอยู่ในแวดวงเดียวกัน หรืออยู่ใน Community อะไรบางอย่างที่เหมือนกัน ก็เป็นไปได้ว่าเรากับเขาอาจจะมีคนรู้จักคนเดียวกัน ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้เรามีโอกาสทำความรู้จักผู้สมัครคนนั้นได้มากขึ้น ผ่านการสอบถามไปยังคนกลางคนนั้นนั่นเอง

 

แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าถึง Social Media จะแพร่หลาย เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสนใจและให้ความสำคัญ เพราะฉะนั้นความจำเป็นในการใช้ Social Media เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน Recruitment จึงควรขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของ HR หรือหัวหน้างานที่รับผิดชอบในแต่ละตำแหน่ง บางตำแหน่งการประกาศงานบนเว็บไซต์ คัดเรซูเม่และเรียกมาสัมภาษณ์เลยก็อาจจะพอ แต่ในงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การตลาด หรือสาย Developer ที่ต้องอัปเดตเทรนด์ Social Media ใหม่ ๆ อยู่เสมอ การใช้ Social Media มาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการก็อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

 

ที่มา:

thebalancecareers.com

forbes.com

entrepreneur.com

 

tags : hr, recruitment, human resource, ทรัพยากรมนุษย์, การสรรหาและคัดเลือกพนักงาน, social media



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม