HR Advice: สิ่งที่องค์กรจะได้จากการจ้างพนักงานวัยเกษียณให้ทำงานต่อ

HR Advice: สิ่งที่องค์กรจะได้จากการจ้างพนักงานวัยเกษียณให้ทำงานต่อ
15/01/18   |   4.6k   |  

หากกล่าวถึงวัยเกษียณ เราก็มักจะนึกถึงช่วงเวลาแห่งการได้พักผ่อนหลังจากการทำงานมาตลอดทั้งชีวิต ได้ใช้เวลาว่างอยู่กับครอบครัว อยู่บ้านเลี้ยงหลาน หรือเดินทางท่องเที่ยวตามที่ใจอยาก แต่สำหรับใครหลาย ๆ คน วัยเกษียณไม่ใช่การหยุดพัก แต่เป็นการได้ลองทำอะไรที่หลากหลายและไม่เคยมีโอกาสได้ทำ พวกเขาอาจเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองหรือผันตัวเองไปเป็นที่ปรึกษาในเรื่องที่พวกเขาเชี่ยวชาญ เพราะคนวัยเกษียณเหล่านี้ยังไม่หมดไฟ ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยทางการแพทย์เชื่อว่าการทำกิจกรรมที่ได้ใช้สมองอยู่เสมอจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุ นอกจากนี้แนวความคิดที่ส่งเสริมให้คนวัยเกษียณตื่นตัวและหากิจกรรมทำอยู่ตลอดเวลา หรือที่เรียกว่า Active Retirement ยังนำไปสู่การเปิดโอกาสให้คนเกษียณที่ยังทำงานได้ กลับเข้าสู่โลกการทำงานอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ประชากรรุ่นใหม่ที่จะมาทดแทนคนเกษียณอาจมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน การจ้างแรงงานวัยเกษียณให้ทำงานต่อในตำแหน่งเดิมจึงดูจะเป็นวิธีในการปรับตัวขององค์กรในการแก้ปัญหาดังกล่าว นั่นอาจทำให้อายุการทำงานของพนักงานเดิมเพิ่มขึ้นตามไปด้วยจากคนที่ควรจะเกษียณอายุ ตอน 60 ปี อาจจะสามารถทำงานต่อได้อีกถึง 65 ปี หรือมากกว่า ทั้งนี้การที่คนเราทำงานได้นานขึ้นจะทำให้ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น คนรุ่นใหม่มีโอกาสได้เรียนรู้งาน เจอกับคนรุ่นเก่าที่มีไม่ได้มีแค่ความแก่แต่ยังมีความเก๋า เพราะเต็มไปด้วยองค์ความรู้ที่พร้อมจะแบ่งปันให้กับพนักงานเลือดใหม่ และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตในองค์กรต่อไป              

 

 

  • คนวัยเกษียณที่ยังมีสุขภาพแข็งแรง ยังมีไฟในการทำงาน และยังมีความต้องการที่จะสร้างคุณค่าให้กับตนเอง เป็นทรัพยากรที่สำคัญขององค์กร 
  • ลดปัญหาในเรื่องการขาดแคลนแรงงานลง เนื่องจากทักษะของพนักงานรุ่นใหม่ยังไม่สามารถทดแทนประสบการณ์การทำงานที่โชกโชนกว่า
  • ประสบการณ์ในการทำงานที่โชกโชนของคนวัยเกษียณเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในพนักงานใหม่ พนักงานวัยเกษียณจะเป็นแหล่งความรู้สำคัญที่พนักงานรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้

 

 

คนวัยเกษียณยังรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า

Active Retirement ไม่ใช่แค่การหาอะไรทำให้วุ่น ๆ เข้าไว้ แต่จะต้องเป็นการทำกิจกรรมบางอย่างที่มีคุณค่าสำหรับชีวิตของพวกเขา แน่นอนว่าสำหรับใครหลาย ๆ คน งานที่พวกเขาเลือกทำตั้งแต่จบการศึกษาจนถึงวัยเกษียณก็คือสิ่งที่พวกเขารัก และการได้ทำงานต่อแม้จะเกษียณแล้วอาจจะเป็นความสุขอีกแบบที่แตกต่างไปจากการทำงานแบบได้เงินเดือนก็ได้ เพราะสำหรับคนที่ทำงานมาทั้งชีวิตเมื่อวันหนึ่งที่ไม่ได้ทำงานอีกต่อไปพวกเขาย่อมรู้สึกใจหาย เหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไป คนวัยเกษียณอาจต้องปรับตัวจากการที่ต้องทำงานทุกวันกลายเป็นนั่งเฉย ๆ อยู่กับบ้าน พวกเขายังอยากรู้สึกถึงบรรยากาศการทำงาน การยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน ยังต้องการคนสนทนาด้วย นอกจากนี้ความสามารถในการทำงานของพวกเขาใช่ว่าจะหายไปหลังจากพ้นวัยเกษียณ ศักยภาพและผลงานของพวกเขาได้รับการพิสูจน์มาแล้วตลอดชีวิตการทำงาน สิ่งที่พนักงานวัยเกษียณต้องการอาจเป็นเพียงการได้ช่วยเหลือองค์กรด้วยทุกอย่างที่พวกเขามี ไม่ว่าจะเป็น องค์ความรู้ ทักษะและประสบการณ์ ในการทำงานที่ตนเองได้เคยเผชิญมา และสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่หาไม่ได้ง่าย ๆ จากพนักงานรุ่นใหม่

 

ลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน พนักงานทำงานต่อได้เลย

ในสถานการณ์ปกติ เมื่อพนักงานเก่าถึงวัยเกษียณ ทางบริษัทก็ต้องหาพนักงานใหม่มาทดแทน อาจจะเป็นการเลื่อนตำแหน่งพนักงานที่มีอยู่เดิมเพื่อมารับช่วงต่อ หรือประกาศหาพนักงานใหม่ที่มีความสามารถ แต่การหาคนมาทดแทนคนเก่านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกว่าพนักงานหนึ่งคน โดยเฉพาะพนักงานที่มีทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิจะก้าวมารับตำแหน่งนี้ได้ พวกเขาจะต้องผ่านการทำงานมามากจนสั่งสมเป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร คนที่เข้ามาทำหน้าที่แทนอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวนาน หรือในกรณีที่แย่ที่สุด คือมีประสบการณ์ไม่พอ ทำหน้าที่ได้ไม่ดีเทียบเท่ากับพนักงานเก่าที่เกษียณออกไป แต่ถ้าพนักงานวัยเกษียณสามารถทำงานต่อไปได้ บริษัทจะยิ่งได้ประโยชน์ เพราะพวกเขาก็แค่ทำงานต่อได้เลย ไม่จำเป็นต้องปรับตัวเหมือนพนักงานใหม่ ถ้าเปรียบกับสินทรัพย์ก็เหมือนกับว่าองค์กรจะยังได้ครอบครองทรัพยากรมนุษย์ที่ล้ำค่าและสำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์กรต่อไป โดยไม่ต้องแสวงหาที่ไหนไกล   

 

เทรนด์ทำงานหลังวัยเกษียณไม่ได้มีแต่ในเมืองนอกเท่านั้น       

ตลาดแรงงานในประเทศไทยของเราก็ให้ความสำคัญกับพนักงานวัยเกษียณเช่นเดียวกัน โดยกรมกิจการผู้สูงอายุผู้ทำหน้าที่ดูแลคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างหลักประกันความมั่นคงในการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดแรงงานของไทย ก็มีแรงงานที่มีอายุเกิน 60 ที่กำลังทำงานอยู่ โดยคิดคร่าว ๆ เป็นจำนวนเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์จากแรงงานไทยวัยเกษียณจำนวนทั้งหมด 10 ล้านคน 

 

ภาคธุรกิจ

ในขณะที่หลาย ๆ บริษัทในภาคธุรกิจ เริ่มเปิดโอกาสให้พนักงานเดิมสามารถทำงานได้นานขึ้นแม้จะอายุเลย 60 ปีไปแล้ว หรือเปิดรับพนักงานใหม่ในวัยเกษียณในอัตราที่มากขึ้น เช่น บริษัท กรุงเทพขนส่ง จำกัด ที่ 13 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานมีอายุมากกว่า 60 ปี หรือแม้แต่เขตนอกกรุงเทพมหานครก็เริ่มมีเทรนด์นี้เกิดขึ้นแล้ว โดยสาเหตุที่บริษัทชอบพนักงานอาวุโสมากกว่าเพราะพวกเขามีประสบการณ์ มีความสุขุม ใส่ใจในการทำงานมากกว่าเด็กรุ่นใหม่ พวกเขามีกรอบความคิดของคนรุ่นเก่าที่ให้ความสำคัญกับการทำงานในขณะที่คนรุ่นใหม่จะค่อนข้างให้ความสำคัญกับตัวเองมากกว่า

 

ภาครัฐ

ในขณะที่ภาครัฐเองก็ตื่นตัวกับเรื่องนี้  โดยรัฐบาลกำลังพิจารณาขยายเกณฑ์อายุการเกษียณของข้าราชการในบางตำแหน่งด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการตอบสนองต่อปัจจัยทางประชากรและเป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ในการทำงานเพื่อการพัฒนาของประเทศ 

 

ธุรกิจ Startup

กลุ่มธุรกิจ Startup ที่เพิ่งเริ่มต้นกิจการก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ควรให้ความสนใจในการจ้างพนักงานวัยเกษียณ เพราะพวกเขามีความยืดหยุ่นในเรื่องเวลามากกว่าพนักงานปกติ สามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับคุณในแต่ละก้าวของธุรกิจ การแต่งตั้งตำแหน่งพิเศษ เช่น ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะด้าน จะทำให้บริษัทของคุณได้เปรียบคู่แข่งที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยให้คำปรึกษา และอาจเติบโตได้อย่างมั่นคงมากกว่ากลุ่มธุรกิจที่มีแต่คนรุ่นใหม่ด้วยกันเอง

 

เห็นอย่างนี้แล้ว หากองค์กรไหนจ้างพนักงานวัยเกษียณเป็นพนักงานประจำ จ้างเป็นกรณีพิเศษ หรือ จะเชิญมาเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้พนักงานของตัวเอง พนักงานในองค์กรของคุณก็จะได้รับประสบการณ์ที่แสนล้ำค่าจากพนักงานอาวุโสเหล่านี้ และไม่ทำให้ความรู้และทักษะของพวกเขาสูญหายไปโดยไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ 

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

 

 

 

ที่มา:

theguardian.com

dol.gov

shrm.org

hbr.org

 

tags : hr advice, hr, ทรัพยากรบุคคล, เกษียณ, การทำงาน, เคล็ดลับการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม