6 ทัศนคติแง่ลบที่ฉุดรั้งไม่ให้คุณประสบความสำเร็จ

6 ทัศนคติแง่ลบที่ฉุดรั้งไม่ให้คุณประสบความสำเร็จ
04/05/17   |   14.6k   |  

“เมื่อไหร่จะเป็นเรานะ”

ดวงพรอ่านอีเมลที่แจ้งเรื่องการเลื่อนตำแหน่งของเพื่อนร่วมงานในบริษัทอยู่หลายรอบ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ใจหนึ่งก็ยินดีกับคนเหล่านั้นที่ได้เลื่อนตำแหน่ง อีกใจก็รู้สึกสงสัยปนน้อยใจว่าทำไมเธอถึงยังไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอะไรบ้างเลย แม้ว่าเธอจะทำงานอยู่ที่นี่มาเกือบจะสิบปีแล้วก็ตาม

แต่ดวงพรอาจลืมนึกไปว่า ในการทำงานแค่ทำงานกับบริษัทมานานหลายปี ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เธอก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ ได้เสมอไป แต่มันอยู่ที่ทัศนคติในการทำงานด้วย ซึ่งวันนี้ JobThai จะพาไปดูว่าทัศนคติแบบไหนบ้างที่น่าจะเป็นสาเหตุที่ฉุดรั้งไม่ให้ดวงพรประสบความสำเร็จแบบคนอื่น ๆ เขาเสียที

 

 

  • เอาแต่ฝันถึงวันที่ตัวเองจะเจริญก้าวหน้า โดยที่ไม่แสวงหาความรู้ ไม่พัฒนาตัวเอง และเอาแต่รอให้โอกาสเข้ามาหา โดยไม่วิ่งหาโอกาส
  • เมื่อเจออุปสรรค ก็ถอดใจง่าย ๆ เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถมากพอ
  • ยึดติดอยู่กับสิ่งเดิม ๆ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ และไม่สนใจที่จะหาความรู้ในด้านอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากแวดวงที่เราอยู่
  • คิดไปเองว่าตัวเองไม่สามารถทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้ ทั้งที่จริงแล้วตัวเองอาจจะมีศักยภาพมากพอ เพียงแต่ยังไม่ได้ลงมือทำ
  • กังวลไปกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น และคิดถึงแต่เรื่องแง่ลบ
  • ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ไม่ได้สำคัญ และไม่ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
     

 

1. ขาดความขยันหมั่นเพียร 

ในการทำงานโดยทั่วไปหรือการก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามสายอาชีพ คุณต้องใช้ทักษะความสามารถและความรู้จากการฝึกฝนและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่บางคนเรียนรู้งานที่พวกเขาต้องทำในแต่ละวันอย่างขยันขันแข็ง แต่คนบางประเภทมัวแต่เฝ้าฝันถึงวันที่พวกเขาจะมีตำแหน่งใหญ่โต แต่ไม่แสวงหาความรู้ ไม่พัฒนาตนเองในปัจจุบัน ถ้าคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จ คุณต้องวิ่งเข้าหาโอกาสไม่ใช่รอให้โอกาสเข้าหาคุณ

 

2. ถอดใจง่าย ๆ 

เมื่อต้องพบเจอกับอุปสรรคในการทำงาน บางคนเลือกที่จะล้มเลิกในสิ่งที่พวกเขาต้องการในตอนแรก เพียงเพราะพวกเขาประเมินความสามารถของตัวเองต่ำเกินไป และคิดว่าไม่มีวันที่จะทำในสิ่งที่ยากหรือท้าทายได้ ถ้าแม้แต่ตัวคุณยังคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ แล้วใครจะเชื่อในตัวคุณ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จเมื่อไร อย่างไร แม้แต่บุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลกก็ล้วนต้องผ่านอุปสรรค ผ่านช่วงที่ท้อแท้ในการเผชิญกับปัญหามาแล้วทั้งนั้น แต่พวกเขาเลือกที่จะลุกขึ้นและก้าวต่อจนประสบความสำเร็จ

หากคุณตกอยู่ในห้วงของความสิ้นหวังจงลุกขึ้นมาและก้าวต่อไป ลองมองเส้นทางสู่ความสำเร็จของคุณให้เหมือนกับการเขียนหนังสือหนึ่งเล่ม ที่ต่อให้เป็นงานเขียนของนักเขียนที่มีชื่อเสียง หรือนักเขียนหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก ทุกคนต่างก็ต้องเริ่มต้นด้วยหน้ากระดาษเปล่า ๆ เหมือนกัน ถ้าคนอื่นทำได้ คุณก็ทำได้เช่นกัน

 

3. ยึดติดอยู่กับสิ่งเดิม ๆ   

คุณอาจจะบอกกับตัวเองว่าการทำงานโดยยึดตามรูปแบบเดิม ๆ ไม่ใช่เรื่องเสียหายเพราะใคร ๆ เขาก็ทำกัน แต่การยึดติดอยู่กับสิ่งเดิม ๆ โดยไม่สนใจแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ นอกเหนือจากแวดวงที่คุณอยู่ ทั้งในเรื่องงานและเรื่องราวรอบตัวคุณจะทำให้คุณเสียเปรียบคนอื่น เพราะในขณะที่คนอื่น ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ คุณจะไม่เกิดการพัฒนา

ถ้าคุณไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต ก็เหมือนคุณกำลังย่ำอยู่กับที่ไม่ก้าวหน้าไปไหน จงก้าวออกมาจากสิ่งที่คุณเคยชิน และแสวงหาทักษะในการทำงานใหม่ ๆ ที่จะกระตุ้นให้คุณเกิดความคิดสร้างสรรค์และช่วยพัฒนาการทำงานของคุณให้สามารถแข่งขันกับคนอื่น ๆ ได้

 

4. จำกัดศักยภาพของตัวเอง (โดยไม่รู้ตัว)

ไม่มีใครจะรู้ศักยภาพของตัวคุณเองดีไปกว่าตัวคุณ แต่ในบางครั้งเมื่อคุณได้เจอปัญหาที่ท้าทายจนทำให้คุณเกิดความไม่มั่นใจในศักยภาพของตัวเอง ตัวคุณเองนั่นแหละที่อาจเป็นผู้ฉุดรั้งและตีกรอบความสามารถของตัวเองว่า “ฉันทำสิ่งนี้ไม่ได้” หรือ “สิ่งนั้นอยากเกินไปสำหรับความสามารถของฉัน” นาน ๆ เข้าคุณก็จะไม่กล้าทำในสิ่งที่คุณไม่มั่นใจว่าจะทำได้ ทั้งที่จริงแล้วคุณมีศักยภาพเพียงพอสำหรับสิ่งนั้น แต่กลายเป็นตัวคุณเองที่ปิดประตูสู่โอกาสในการก้าวหน้าของตัวคุณ

 

5. คิดในแง่ลบ

การมีทัศนคติแง่ลบในการมองโลกไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น การกังวลไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง หรือมองว่าทุกอย่างเป็นปัญหาที่ยากต่อการแก้ไข จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่าเดิม หรือในบางครั้งการคิดในแง่ลบยังอาจส่งผลให้คุณเป็นคนคิดมาก และคิดล่วงหน้าไปแล้วด้วยซ้ำว่าสิ่งไม่ดีทั้งหลายอาจเกิดขึ้นได้ หากปัญหาเกิดขึ้น ให้คุณตั้งสติ แล้วค่อยประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ ทิ้งเรื่องไม่ดีที่เป็นแง่ลบ หรือจำไว้เป็นบทเรียน เลือกมองและให้ความสนใจแต่ในสิ่งที่เป็นเรื่องที่ดี ๆ เท่านั้น

 

6. ให้ความสำคัญผิด

การเสียเวลาไปกับเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สำคัญต่อเป้าหมายในระยะยาวของคุณ อาจทำให้เส้นทางสู่ความสำเร็จของคุณต้องหยุดชะงักลง และคุณอาจจะไม่มีวันได้พบกับความสำเร็จ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่จะทำให้คุณไม่หลงทางขณะก้าวไปสู่เป้าหมายที่สำคัญในชีวิต ในขณะเดียวกันคุณก็ต้องรู้ว่าจะต้องตั้งเป้าหมายอย่างไร และให้ความสำคัญกับสิ่งไหนก่อน

ลองให้เวลากับตัวเองทบทวนดูว่าเป้าหมายในชีวิตที่สำคัญกับคุณอย่างแท้จริงคืออะไร คุณมีความสุขกับงานที่ทำหรือเปล่า หรือสิ่งที่ทำอยู่ในวันนี้ตอบโจทย์เป้าหมายในอนาคตของคุณได้หรือไม่ ถ้าหากคำตอบคือไม่ คุณต้องเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนเป้าหมาย แสวงหาสิ่งที่ใช่สำหรับตัวคุณเอง เพื่อให้ตัวคุณเองเขยิบไปใกล้เป้าหมายที่คุณต้องการมากขึ้นอีกหนึ่งก้าว

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา:
businessinsider.com

tags : ทำงาน, เคล็ดลับการทำงาน, career & tips, คนทำงาน, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, เทคนิคสำหรับคนทำงาน, ทำงานอย่างมีความสุข, เคล็ดลับความสำเร็จ, ทำงานให้มีความสุข, แนวคิดในการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม