6 ทัศนคติแง่ลบที่ฉุดรั้งไม่ให้คุณประสบความสำเร็จ

6 ทัศนคติแง่ลบที่ฉุดรั้งไม่ให้คุณประสบความสำเร็จ
26/10/20   |   18.9k   |  

 

  • เอาแต่ฝันถึงวันที่ตัวเองจะเจริญก้าวหน้า โดยที่ไม่แสวงหาความรู้ ไม่พัฒนาตัวเอง และเอาแต่รอให้โอกาสเข้ามาหา โดยไม่วิ่งหาโอกาส

  • เมื่อเจออุปสรรค ก็ถอดใจง่าย ๆ เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถมากพอ

  • ยึดติดอยู่กับสิ่งเดิม ๆ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ และไม่สนใจที่จะหาความรู้ในด้านอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากแวดวงที่เราอยู่

  • คิดไปเองว่าตัวเองไม่สามารถทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้ ทั้งที่จริงแล้วตัวเองอาจจะมีศักยภาพมากพอ เพียงแต่ยังไม่ได้ลงมือทำ

  • กังวลไปกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น และคิดถึงแต่เรื่องแง่ลบ

  • ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ไม่ได้สำคัญ และไม่ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

 

 

JobThai Mobile Application หางานง่าย ได้งานที่ใช่ โหลดเลย!

iOS

Android

Huawei AppGallery

 

ทัศนคติของตัวเราเองนั้นมีพลังมากกว่าที่เราคิด เพราะนอกจากทักษะและความเพียรพยายาม ทัศนคติก็สามารถเป็นตัวชี้วัดได้ว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ หากตอนนี้เราเห็นเพื่อน ๆ ได้เลื่อนตำแหน่ง ได้ขึ้นเงินเดือน แม้ใจหนึ่งจะยินดีกับคนเหล่านั้น แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกสงสัยปนน้อยใจว่าทำไมเราถึงยังไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอะไรบ้างเลย ทั้งที่เราทำงานมานานแล้ว ก็อาจจะถึงเวลาที่เราต้องมามองถึงทัศนคติในการทำงานของเราดูบ้าง เพราะในชีวิตการทำงาน เพียงแค่ทำงานกับบริษัทมาหลายปี ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เราก้าวหน้าได้เสมอไป แต่มันอยู่ที่ทัศนคติในการทำงานด้วย ซึ่งวันนี้ JobThai จะพาไปดูว่าทัศนคติแบบไหนบ้างที่น่าจะเป็นสาเหตุที่ฉุดรั้งไม่ให้คนทำงานประสบความสำเร็จแบบคนอื่น ๆ

 

ขั้นตอนสร้างความมั่นใจ เพื่อเดินทางสู่ความสำเร็จในการทำงาน

 

1. ขาดความขยันหมั่นเพียร  

ไม่มีคนทำงานที่ประสบความสำเร็จคนไหนที่มัวแต่ฝันแล้วประสบความสำเร็จ พวกเขาเหล่านั้นต้องลงมือทำด้วย เพราะในการทำงานโดยทั่วไปหรือการก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นตามสายอาชีพ เราต้องใช้ทั้งทักษะความสามารถ ความรู้จากการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง คอยแสวงหาความรู้ใหม่ พัฒนาตัวเอง และถ้าเราต้องการที่จะประสบความสำเร็จ เราก็ต้องวิ่งเข้าหาโอกาสไม่ใช่รอให้โอกาสเข้ามาหาเอง

 

2. ถอดใจง่าย ๆ  

คนทำงานทุกคนมักจะเจอปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ซึ่งปัญหาเป็นอีกปัจจัยที่จะวัดความความสำเร็จของเรา บางคนเมื่อเจอปัญหาก็เลือกที่จะล้มเลิกและถอดใจ เพียงเพราะประเมินความสามารถของตัวเองต่ำเกินไป และคิดว่าไม่มีวันที่จะทำในสิ่งที่ยากหรือท้าทายได้ แต่เราต้องจำไว้ว่าไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จเมื่อไร อย่างไร แม้แต่บุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลกก็ล้วนต้องผ่านอุปสรรค ผ่านช่วงที่ท้อแท้ในการเผชิญกับปัญหามาแล้วทั้งนั้น แต่พวกเขาเลือกที่จะลุกขึ้นและก้าวต่อจนประสบความสำเร็จ
 

3. ยึดติดอยู่กับสิ่งเดิม ๆ   

การทำงานรูปแบบเดิม ๆ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การทำเรื่องเดิม ๆ โดยไม่สนใจแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ หรือพัฒนาทักษะให้ชำนาญขึ้น ในเรื่องงานและเรื่องราวรอบตัว จะทำให้เราเสียเปรียบคนอื่น เพราะในขณะที่คนอื่น เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เรากลับไม่เกิดการพัฒนาเลย ซึ่งถ้าเราไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต ก็เท่ากับว่าเรากำลังย่ำอยู่กับที่และไม่ก้าวหน้าไปไหน เมื่อชำนาญกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ที่ต้องทำต่อไปคือแสวงหาทักษะในการทำงานหรือความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะกระตุ้นให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์และช่วยพัฒนาการทำงานของเรา

 

4. จำกัดศักยภาพของตัวเอง (โดยไม่รู้ตัว)

คงไม่มีใครรู้จักเราได้เท่าตัวเราเอง ซึ่งถ้าเราไม่เชื่อใจหรือเชื่อในศักยภาพตัวเอง เมื่อเจอปัญหาหรืออุปสรรคก็จะทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจ จนบางครั้งเราอาจตีกรอบความสามารถของตัวเองโดยไม่ตั้งใจ เช่นการคิดว่า “ฉันทำสิ่งนี้ไม่ได้” หรือ “สิ่งนั้นยากเกินไปสำหรับความสามารถของฉัน” ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้นาน ๆ เข้า เราก็จะไม่กล้าทำในสิ่งที่ไม่มั่นใจว่าจะทำได้ ทั้งที่จริงแล้วเราอาจมีศักยภาพเพียงพอสำหรับสิ่งนั้น แต่กลายเป็นคนปิดประตูสู่โอกาสในการก้าวหน้าด้วยตัวเอง

 

5. มัวแต่คิดในแง่ลบ

การที่เรามัวแต่มองทุกอย่างในแง่ลบ นอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ยังจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกิดความกังวลไปกับทุกเรื่องรอบตัว หรือมองว่าทุกอย่างเป็นปัญหาที่ยากต่อการแก้ไข ซึ่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่าเดิม บางครั้งการคิดในแง่ลบยังอาจส่งผลให้เราเป็นคนคิดมาก และคิดล่วงหน้าไปแล้วด้วยซ้ำว่าสิ่งไม่ดีทั้งหลายอาจเกิดขึ้นได้ หากปัญหาเกิดขึ้น ให้เราลองตั้งสติแล้วค่อย ๆ ประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ ทิ้งเรื่องไม่ดีที่เป็นแง่ลบหรือเลือกจำเป็นบทเรียนดีกว่า

 

6. ให้ความสำคัญผิดประเด็น

การเสียเวลาไปกับเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สำคัญต่อเป้าหมายในระยะยาวของ อาจทำให้เส้นทางสู่ความสำเร็จของเราต้องหยุดชะงักหรืออาจจะช้าลง ซึ่งการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่จะทำให้เราไม่หลงทางขณะก้าวไปสู่เป้าหมายที่สำคัญในชีวิต ในขณะเดียวกันเราก็ต้องรู้ว่าจะต้องตั้งเป้าหมายอย่างไร และให้ความสำคัญกับสิ่งไหนก่อน-หลัง
 

4 ขั้นตอนวางแผนชีวิตการทำงานสำหรับนักศึกษาจบใหม่


ลองให้เวลากับตัวเองทบทวนดูว่าเป้าหมายในชีวิตที่สำคัญกับเราจริง ๆ คืออะไร กำลังมีความสุขกับงานที่ทำ หรือสิ่งที่ทำอยู่ในวันนี้ตอบโจทย์เป้าหมายในอนาคตของเราหรือไม่ ถ้าหากคำตอบคือไม่ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนเป้าหมาย แสวงหาสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง เพื่อให้ยังสามารถเดินหน้าเข้าหาเป้าหมายได้ในทุก ๆ วัน 

 

สมัครสมาชิกกับ JobThai เพิ่มโอกาสที่ใช่ ไม่ต้องส่งใบสมัคร

 

 
JobThai Official Group เพื่อการหางาน หาคน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน
Public group · 42,947 members
Join Group
 

tags : ทำงาน, เคล็ดลับการทำงาน, career & tips, คนทำงาน, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, เทคนิคสำหรับคนทำงาน, ทำงานอย่างมีความสุข, เคล็ดลับความสำเร็จ, ทำงานให้มีความสุข, แนวคิดในการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม