JobThai เผยผลสำรวจโลกการทำงานที่เปลี่ยนไปในยุค Post COVID-19 Pandemic

JobThai เผยผลสำรวจโลกการทำงานที่เปลี่ยนไปในยุค Post COVID-19 Pandemic
11/01/21   |   4.6k   |  

 

 

 

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบกับตลาดแรงงานในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการแรงงานหรือรูปแบบการทำงานและการสัมภาษณ์งานที่เปลี่ยนไป สำหรับสถานการณ์ความต้องการแรงงานนั้น จากฐานข้อมูลใน JobThai Platform พบว่าเดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 องค์กรมีความต้องการแรงงานรวมกันอยู่ที่ 346,357 อัตรา (เป็นการนับจำนวนอัตราแบบไม่ซ้ำกัน)

 

นอกจากนั้น JobThai ยังได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากคนทำงานในเรื่อง “โลกการทำงานที่เปลี่ยนไปในยุค Post COVID-19 Pandemic” อีกด้วย ซึ่งเรามีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้จากการสำรวจมาฝากกันในบทความนี้

 

คนทำงานส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานที่บ้านในช่วงล็อกดาวน์

การสำรวจคนทำงานทั่วประเทศจำนวน 7,548 คน และสำรวจความคิดเห็นขององค์กรทั่วประเทศจำนวน 1,019 องค์กร  พบว่าในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์มีผู้ที่ได้ทำงานที่บ้านเพียง 34.1% และผู้ที่ไม่ได้ทำงานที่บ้าน 65.9 % 

 

โดยผู้ที่ได้ทำงานที่บ้านระบุข้อดีของการทำงานที่บ้านว่า ทำให้เขามีโอกาสได้ใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น มีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาการเมืองในองค์กรได้ มีช่วงเวลาในการทำงานนานขึ้นกว่าการทำงานในออฟฟิศ และยังสามารถจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานดีกว่าในออฟฟิศ

 

 

องค์กรยกเลิกสวัสดิการเหตุจาก COVID-19 และกว่า 77% เตรียมขึ้นเงินเดือนในปี 2564

สวัสดิการของพนักงานเป็นสิ่งหนึ่งที่หลายองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงโดยมีสาเหตุจาก COVID-19 ซึ่งมีการเพิ่มสวัสดิการให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ (Work from Home / Remote Working) มากที่สุด เพิ่มสวัสดิการเวลาทำงานสามารถยืดหยุ่นได้ (Flexible Hours) และสวัสดิการเงินกู้ยืม ส่วนสวัสดิการที่ถูกยกเลิก ได้แก่ กิจกรรมสันทนาการ เช่น งานกีฬาสี งานเลี้ยงสังสรรค์ ท่องเที่ยวประจำปี การให้โบนัส และเงินรางวัลประจำปี /รางวัลพนักงานดีเด่น

 

สำหรับอุปสรรคในการทำงานของฝั่งองค์กรที่พบมากที่สุด คือ การสรรหาและว่าจ้างพนักงานใหม่ การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะให้กับพนักงาน การดูแลเรื่องสวัสดิการให้กับพนักงาน การสื่อสารภายในองค์กร และการสร้างความเชื่อมั่นในองค์กรให้กับพนักงาน ตามลำดับ

 

จากการสัมภาษณ์องค์กรเกี่ยวกับรูปแบบการทำงานหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 พบว่า องค์กรที่ให้พนักงานทำงานที่บ้าน (Work from Home) มีรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไป เนื่องจากองค์กรมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น เช่น การประชุมออนไลน์ (Video Conference) ทั้งกับบุคคลภายในและภายนอก ทำให้คนทำงานต้องเกิดการปรับตัว การเรียนรู้ เลือกใช้เครื่องมือต่าง ๆ ตลอดจนลดขั้นตอนในการทำงาน ลดการใช้เอกสารแบบกระดาษ ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (New Normal) ขององค์กร

 

นอกจากนี้ JobThai ยังได้สำรวจเรื่องค่าตอบแทนของพนักงานในปี 2564 พบว่า องค์กรส่วนใหญ่มีแผนปรับขึ้นเงินเดือนตามโครงสร้างปกติ 48.2% องค์กรที่มีแผนปรับเงินเดือนแต่จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าปกติ 28.9% องค์กรที่จะไม่มีการปรับเงินเดือน 18.1% องค์กรที่ยังไม่ได้สรุปนโยบาย 3.2% และองค์กรที่ปรับลดเงินเดือนของพนักงานลง 1.6%

 

ธุรกิจท่องเที่ยว ว่างงานสูงสุดจากเหตุ COVID-19

จากการสำรวจของ JobThai ผู้ตอบแบบสอบถามฝั่งคนทำงานแบ่งเป็นผู้มีงานทำ 62.7% ผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 23.7%  และอีก 13.6% เป็นผู้ว่างงานที่เกิดจากเหตุผลอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ COVID-19 โดยผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มผู้ว่างงานที่เกิดจากผลกระทบจาก COVID-19 เป็นผู้ที่ทำงานในประเภทธุรกิจการบริการ ธุรกิจการท่องเที่ยว และธุรกิจการขายปลีก ตามลำดับ

 

เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนคนมีงานทำกับคนว่างงานที่ทำงานในประเภทธุรกิจเดียวกัน พบว่าประเภทธุรกิจที่มีผู้ว่างงานเนื่องจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 สูงสุดคือ ธุรกิจการท่องเที่ยว โดยมีสัดส่วนผู้ว่างงานที่เป็นผลกระทบจาก COVID-19 สูงถึง 71.9%

 

พนักงานกว่า 81% มองหางานใหม่ในปี 2564

การสำรวจแผนการหางานใหม่ในปี 2564 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีงานทำ พบว่า มีผู้ที่จะหาใหม่อย่างจริงจัง 26.4% ไม่ได้หาอย่างจริงจังแต่เปิดโอกาสสำหรับงานใหม่ 55.4% และมีเพียง 18.2% ที่คิดว่าจะไม่หางานใหม่

 

 

Top 5 สาเหตุที่พนักงานต้องการเปลี่ยนงาน 

อันดับที่ 1. ไม่พึงพอใจเรื่องเงินเดือน 

อันดับที่ 2. ไม่มีความก้าวหน้าในสายงาน 

อันดับที่ 3. ไม่พึงพอใจเรื่องสวัสดิการ 

อันดับที่ 4. ไม่พึงพอใจเรื่องวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมขององค์กร 

อันดับที่ 5. งานที่ทำไม่มีความท้าทาย

 

Top 5 ปัจจัยที่ทำให้อยากทำงานในองค์กรเดิม 

อันดับที่ 1. มีเพื่อนร่วมงานที่ดี

อันดับที่ 2. การเดินทางสะดวก

อันดับที่ 3. เงินเดือนเป็นที่พึงพอใจ

อันดับที่ 4. มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี

อันดับที่ 5. มีสวัสดิการที่ดี

 

Top 5 ปัจจัยที่จูงใจให้คนทำงานซึ่งไม่มีแผนเปลี่ยนงาน อยากเปลี่ยนงาน

อันดับที่ 1. เงินเดือนสูงขึ้น

อันดับที่ 2. สวัสดิการดีขึ้น

อันดับที่ 3. ตำแหน่งงานก้าวหน้าขึ้น

อันดับที่ 4. การเดินทางสะดวกขึ้น

อันดับที่ 5. มีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

 

คนหางานเร่งเพิ่มสกิลการสมัครงาน ภาษาต่างประเทศ และการเงิน แต่ยังกังวลเรื่องเศรษฐกิจ

การสำรวจคนทำงานเกี่ยวกับการหางานในช่วงนี้ พบว่ามีคนหางานที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน 47.3% ซึ่งสายงานที่คนต้องการเปลี่ยนไปทำมากที่สุดเป็นสายงานที่ไม่ได้ใช้ทักษะเฉพาะ โดยในช่วงที่ว่างงาน คนหางาน 54.1% เลือกเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะและความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งอันดับหนึ่ง เรียนรู้เรื่องการเตรียมตัวหางาน สมัครงาน อันดับสอง ภาษาต่างประเทศ และอันดับสาม การเงิน การลงทุน

 

Top 5 ความกังวลในการหางานใหม่

อันดับที่ 1. วิกฤตเศรษฐกิจ 72.6% 

อันดับที่ 2. การแข่งขันในตลาดแรงงานที่สูงขึ้น 66.3% 

อันดับที่ 3. ความสามารถในการสื่อสารภาษาต่างประเทศไม่เพียงพอ 59.9% 

อันดับที่ 4. ทักษะความสามารถของตนเองอาจมีไม่เพียงพอ 56.9% 

อันดับที่ 5. ประสบการณ์ในการทำงานไม่เพียงพอต่อการสมัครงานใหม่ 55.7%

 

Top 5 Soft Skills ที่องค์กรมองหาจากคนทำงาน หลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 

อันดับที่ 1. ความสามารถในการเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ 49.6%

อันดับที่ 2. ความสามารถในการทำงานเชิงรุก (Proactive) 49.1%

อันดับที่ 3. การจัดลำดับความสำคัญของงาน 47.6%

อันดับที่ 4. การสื่อสารและการถ่ายทอดข้อมูล 45.3%

อันดับที่ 5. การบริหารเวลา 44.0%

 

นักศึกษาจบใหม่หวั่นตกงาน บริษัทไม่จ้างเด็กจบใหม่

นักศึกษาจบใหม่ในช่วงที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 นั้นมีปัญหาการว่างงานสูง และต้องเจอกับสภาวะการแข่งขันในตลาดแรงงานที่สูงขึ้น ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษาจบใหม่ที่ยังว่างงานและกำลังหางานทำอยู่จำนวน 1,496 คน พบว่า นักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานได้หางานมาแล้วเป็นเวลา 1-3 เดือน 44.0% หางานมาเป็นเวลา 4-6 เดือน 31.9% และหางานน้อยกว่า 1 เดือน 9.8%

 

ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ไม่เคยได้รับการเรียกสัมภาษณ์งาน 36.2% กลุ่มที่ได้รับการสัมภาษณ์แล้วแต่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน 35.4% และจากการสอบถามในกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ทั้งหมดว่าต้องการจะทำงานอยู่ในองค์กรแรกประมาณกี่ปี พบว่านักศึกษาจบใหม่อยากทำงานในองค์กรแรกประมาณ 1-3 ปี 65.5% ทำงาน 3-5 ปี 12.7% ทำงานไม่เกิน 1 ปี 11.2% และ ทำงาน 5 ปีขึ้นไป 10.7%

 

Top 5 สิ่งที่นักศึกษาจบใหม่กังวลเกี่ยวกับชีวิตหลังเรียนจบ

อันดับที่ 1. กังวลว่าจะหางานทำไม่ได้

อันดับที่ 2. กังวลเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำจะทำให้บริษัทไม่จ้างงานเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์การทำงาน

อันดับที่ 3. กังวลเรื่องรายได้จะไม่เพียงพอในการเลี้ยงชีพ

อันดับที่ 4. กังวลว่าจะได้งานที่ไม่ตรงกับความต้องการ

อันดับที่ 5. กังวลเรื่องหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานจะไม่ดี

 

Top 5 จุดมุ่งหมายที่นักศึกษาจบใหม่มีในการทำงาน 

อันดับที่ 1. ทำงานที่มีเงินเดือนและสวัสดิการที่ดี 83.6%

อันดับที่ 2. มีโอกาสได้พัฒนาทักษะและเติบโตในหน้าที่การงาน 82.6%

อันดับที่ 3. มีเพื่อนร่วมงานที่ดี 61.1%

อันดับที่ 4. ทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่ดี 58.0%

อันดับที่ 5. ทำงานที่ตนเองรัก 53.4%

 

Top 5 ทักษะที่นักศึกษาจบใหม่คิดว่าตัวเองมี

อันดับที่ 1. ความสามารถในการเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่

อันดับที่ 2. ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

อันดับที่ 3. ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น

อันดับที่ 4. ทักษะในการใช้งานเทคโนโลยี

อันดับที่ 5. การบริหารเวลา

 

เมื่อสำรวจความคิดเห็นขององค์กรเกี่ยวกับทักษะที่องค์กรใช้พิจารณานักศึกษาจบใหม่เข้าร่วมงาน พบว่าสอดคล้องกับทักษะที่นักศึกษาจบใหม่คิดว่าตัวเองมี โดยอันดับหนึ่งที่องค์กรจะพิจารณาคือความสามารถในการเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ อันดับสอง ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น อันดับสาม การสื่อสาร และการถ่ายทอดข้อมูล อันดับสี่ ความคิดสร้างสรรค์ และ อันดับห้า ความสามารถในการวิเคราะห์ ประเมิน และวิพากษ์สิ่งต่าง ๆ

 

สำหรับสายงานที่เปิดรับนักศึกษาจบใหม่มากที่สุดในช่วงนี้ ได้แก่ งานขาย งานช่างเทคนิค งานบริการลูกค้า งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ และ งานวิศวกรรม ตามลำดับ

 

การสรรหาบุคลากรมีความเข้มข้นมากขึ้น คนหางานต้องต้องปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

การระบาดของ COVID-19 ทำให้ภาคธุรกิจต้องมีการปรับตัวซึ่งส่งผลกระทบกับการจ้างงาน โดยจะเห็นได้ว่าในช่วงที่มีการระบาดหนักและล็อกดาวน์ องค์กรต่าง ๆ ออกมาตรการที่จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายของบริษัท เช่น การปลดพนักงาน การลดสวัสดิการ นอกจากนี้อัตราการเปิดรับสมัครงานลดลงกว่าปีก่อน และจำนวนผู้ว่างงานในตลาดแรงงานมีมากขึ้น ส่งผลให้การสรรหาบุคลากรนั้นมีความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งเว็บไซต์หางานเป็นช่องทางที่องค์กรและคนหางานนิยมใช้มากที่สุด

 

เมื่อการสรรหาบุคลากรเข้มข้นมากขึ้น การสมัครงานจึงมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้นเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน คนหางานต้องปรับตัวพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์การทำงาน จะมีโอกาสได้งานมากขึ้นถ้าสามารถสร้างจุดเด่นให้ตัวเองน่าสนใจ เช่น การทำเรซูเม่ควรมีการปรับข้อมูลเพื่อนำเสนอตัวเองให้เข้ากับตำแหน่งงานและองค์กรที่เราสมัครมากขึ้น ในการสัมภาษณ์งานควรวางตัวพูดคุยแบบมืออาชีพ และอธิบายถึงประสบการณ์ที่เรียนมาว่าจะสามารถนำไปปรับใช้กับตำแหน่งงานที่สมัครได้อย่างไรบ้าง

 

COVID-19 ส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมองค์กร ทำให้องค์กรต้องพิจารณาและกำหนดแนวทางใหม่เพื่อรับมือ

อีกหนึ่งอย่างที่กระทบกับองค์กรโดยตรงคือเรื่องวัฒนธรรมองค์กร เนื่องจากรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปทำให้ไม่สามารถเข้าไปทำงานด้วยกันได้เหมือนก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมทั้งมีการปรับเปลี่ยนสวัสดิการไปตามข้อจำกัดของสถานการณ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับความรู้สึก และความเป็นอยู่ในองค์กรของพนักงาน หลังจากนี้องค์กรจะมีวิธีการอย่างไรที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ทำให้พนักงานรับรู้และเข้าใจค่านิยมขององค์กร (Core Value) ให้พนักงานมีประสบการณ์ที่ดีเหมือนที่เคยเป็นมา และสามารถสร้างแบรนด์ภาพลักษณ์องค์กร (Employer Branding) ที่ดี ดึงดูดคนให้เข้ามาสมัครกับองค์กรได้ เป็นเรื่องที่องค์กรอาจจะต้องกลับมาพิจารณาและกำหนดแนวทางการทำงานกันใหม่

 

โลกการทำงานมีการเปลี่ยนอยู่เสมอ คนทำงานการต้องพร้อมรับสิ่งใหม่ ๆ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ พัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางด้านภาษา ด้านเทคโนโลยี และ Soft Skills เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มความสามารถให้กับตัวเองอยู่เสมอ 

 

สมัครสมาชิกและฝากประวัติกับ JobThai ได้ที่นี่

 

JobThai Mobile Application สมัครงานง่าย ได้งานเร็ว

iOS

Android

Huawei AppGallery

 

 
JobThai Official Group เพื่อการหางาน หาคน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน
Public group · 42,947 members
Join Group
 

tags : jobthai, jobs, what's new, ทำงาน, คนทำงาน, covid-19, โลกการทำงาน, งาน, หางาน, สมัครงาน, ผลสำรวจ, การทำงาน, การดูแลพนักงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม