Career Unlock EP. 2: สายงาน E-Commerce Marketing อาชีพมาแรงของยุคนี้

Career Unlock EP. 2: สายงาน E-Commerce Marketing อาชีพมาแรงของยุคนี้
05/02/24   |   3.1k   |  

 

 

 

งานสาย E-Commerce ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งสายงานที่เป็นที่ต้องการ เนื่องจากธุรกิจเกี่ยวกับ E-Commerce นั้นเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะทำให้เราสามารถซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบออนไลน์ได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว สำหรับใครที่สงสัยว่างานประเภทนี้ต้องจบด้านไหน ต้องใช้ทักษะอะไรในการทำงาน หรือมีตำแหน่งอะไรบ้าง วันนี้ JobThai จะอาสาพาคนทำงานไปรู้จักอาชีพสาย E-CommerceMarketing กับคุณแตงไทย ญาณิกา ฉายากุล Head of E-Commerce Marketing - LINE ประเทศไทย

 

ถ้าอยากรู้แล้วว่าทำไมงานสาย E-Commerce ถึงเป็นหนึ่งในงานการตลาดที่กำลังเป็นที่นิยมสุด ๆ ทั้งฝั่งคนหางานและองค์กรธุรกิจ เราไปปลดล็อกข้อสงสัย ทำความเข้าใจกับอาชีพนี้ไปพร้อม ๆ กันเลย

 

JobThai Mobile Application สมัครงานง่าย ได้งานเร็ว

iOS

Android

Huawei AppGallery

 

E-Commerce คืออะไร  

E-Commerce คือการซื้อขายของผ่านออนไลน์ ซึ่งต้องมีผู้ซื้อและผู้ขายในการที่ทำให้สองคนนี้มาเจอกันและเกิดธุรกรรมบางอย่างก็จะเรียกว่า E-Commerce ค่ะ

 

ก่อนจะมาอยู่ในธุรกิจ E-Commerce คุณแตงไทยทำอะไรมาก่อน

ก่อนหน้านี้จริง ๆ แตงไทยอยู่ในธุรกิจก่อสร้างค่ะ แล้วก็ทำในส่วนที่เป็น B2B มาก่อนก็เรียกว่าข้ามมาเยอะเหมือนกันนะคะ แต่ว่าเนื้องานก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้แตงไทยก็ทำในส่วนของ Marketing เหมือนกัน ซึ่งจริง ๆ แล้ว แตงไทยลองทำมาในหลายด้านนะคะ ไม่ว่าจะเป็น Communication หรือว่า Strategy หรือว่า Event Marketing ก็เคยทำ 

 

ช่วยอธิบายความแตกต่างของ E-commerce Marketing กับ Digital Marketing หน่อย

เป็นจริง ๆ แล้วศาสตร์แม่เลยก็คือศาสตร์ของ Marketing เนอะ Marketing คือการทำการตลาดอะไรอย่างหนึ่งที่ทำให้นักการตลาดหรือ Marketer นำเสนอคุณค่าอะไรบางอย่างหรือว่า สินค้า ผลิตภัณฑ์ ให้กับผู้บริโภคหรือว่ากลุ่มเป้าหมายของเรา ส่วน E-Commerce Marketing มันก็เกิดต่อมาจาก Digital Marketing ในยุคที่เรามีอินเทอร์เน็ต มีเทคโนโลยี มีสื่อต่าง ๆ มากมายเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ รวมถึงสื่อ Social Network นะคะ ก็มีการพัฒนาต่อมาเป็น Digital Marketing หลังจากนั้น E-Commerce Marketing ก็เกิดขึ้นเพราะว่ามีการซื้อ-ขายของกันผ่านสื่อออนไลน์ นักการตลาดจะต้องปรับตัว ว่าเราจะทำยังไงให้สินค้าหรือบริการของเรา มันถูกขายได้ในโลกออนไลน์

 

เห็นภาพคำว่า E-Commerce แล้ว ถ้าเจาะในแง่ของการทำงาน สโคปงานของ E-Commerce เป็นยังไงบ้าง

สโคปงานของ E-Commerce ถ้าเกิดในที่ที่แตงไทยอยู่ เราจะดูแลแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า LINE SHOPPING ซึ่งจะรวมร้านค้ามากมาย ทั้งร้านค้าแบรนด์ใหญ่ รวมถึงร้านค้าขนาดย่อมเข้ามาในระบบ แล้วหน้าที่ของ Marketing หรือ E-Commerce Marketing ในที่นี่ ก็คือเราทำหน้าที่ในการนำเสนอแพลตฟอร์มตัว LINE SHOPPING ให้กับผู้บริโภค ก็คือผู้ใช้งาน LINE ซึ่งตอนนี้มีผู้ใช้งานมากกว่า 53 ล้านคน เรามีเป้าหมายที่จะทำให้ซื้อ-ขายของผ่าน LINE ได้ง่ายขึ้น

 

ในทีม E-Commerce มีตำแหน่งอะไรบ้าง

จริง ๆ แล้วทีม E-Commerce เป็นทีมที่ใหญ่มากนะคะ ทีมแรกจะเป็น Strategic Planning จะทำหน้าที่ในการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลในการหา Insight ของผู้ใช้ ทีมที่สองจะเป็นทีม Campaign Planning ทำหน้าที่ในการคิดแคมเปญว่าในเดือนนี้เราจะมีแคมเปญอะไรเกิดขึ้นบ้าง ทีมถัดมาก็จะเป็น Branding and Content SNS จะทำหน้าที่ในการดูขาที่เป็นงาน Creative วางแผนการสื่อสาร รวมถึงงาน Production ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ทีมที่สี่จะเป็นทีม Merchandising and Service Operation จะทำหน้าที่ในการดูแพลตฟอร์ม LINE SHOPPING Homepage หรือหน้า Campaign Landing และหน้า Wallet ของ LINE โดยที่เขาจะทำหน้าที่ในการเลือกสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค นำมาเสนอให้ทุกคนรู้สึกว้าวแล้วก็อยากช้อปกัน ทีมสุดท้ายก็จะเป็นทีม Media Operation หรือว่าในบริษัทอื่น ๆ ก็อาจจะเป็นทีม Digital Marketing หรือทีม Performance Marketing ทีมนี้เขาก็จะทำหน้าที่ดูว่าจะใช้สื่อและโฆษณายังไง หรือใช้ช่องทางไหนในการเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดค่ะ

 

ความท้าทายของการทำงาน E-Commerce Marketing เป็นยังไงบ้าง

แตงไทยมองว่าความท้าทายของการทำ E-Commerce Marketing เรียกว่าท้าทายมาก แต่ว่าขอแบ่งออกมาเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ แล้วกันนะคะ ส่วนแรกเลยคือเรื่องของ Phasing เพราะว่าตลาดของ E-Commerce มันเพิ่งเกิดขึ้นเนอะ มีคู่แข่งเจ้าใหญ่ ๆมากมาย แล้วทุกคนแข่งขันกันรุนแรง เพราะว่าตลาดมันกำลังโต การขยับตัวหรือทำกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ มันต้องเกิดขึ้นเร็วมาก ความต้องการของลูกค้าก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นความท้าทายแรกที่เจอ

 

ความท้าทายที่สองคือเรื่องของการทำให้บริการหรือแพลตฟอร์มของเรามีความแตกต่างในสายตาของผู้บริโภค ซึ่งจริง ๆ แล้ว LINE SHOPPING เองเนี่ย เราวาง Position ตัวเองอยู่ในตลาด Social Commerce เพราะอย่างที่บอกไปเลยว่า LINE คือแอป ฯ ที่ทุกคนใช้ในการแชท เพราะฉะนั้นเราก็ต้องการสร้างความแตกต่าง ทำยังไงเราถึงต่างกับแพลตฟอร์มอื่นที่อาจจะเน้นเรื่องของการสร้างแพลตฟอร์มแล้วก็ให้ส่วนลดลูกค้า ทำยังไงเราถึงจะนำเสนอมุมมองที่แตกต่าง การนำเสนอสินค้าที่เป็นเทรนด์ หรือว่าสินค้าที่เราเลือกมาแล้ว หรือว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ที่เราให้กับผู้ใช้งาน เช่น LINE POINTS นอกจากจะใช้เป็นส่วนลดในแพลตฟอร์มได้ มันก็อาจจะใช้ข้ามแพลตฟอร์ม หรือใช้กับบริการอื่นของ LINE ได้ เช่น ซื้อ Sticker ซื้อ Theme หรือเติมเงินบัตร BTS นอกจากนี้ก็คือเรื่องของความใกล้ชิดกันระหว่างคนซื้อกับคนขาย ที่เราอยากนำเสนอให้มันแตกต่าง ไม่ได้เป็นคนที่มาคนแรกของตลาด เพราะฉะนั้นเราก็ต้องทำจุดนี้ให้มันแข็งให้ได้มากที่สุด 

 

ส่วนที่สามก็คือการที่เรา Mix กันระหว่าง Performance-driven แล้วก็ Creative อีกส่วนนึงที่ Marketing ลืมไม่ได้เลยก็คือความคิดสร้างสรรค์ เพราะว่ามันเป็นเสน่ห์ของการทำ Marketing ทำยังไงให้กลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายของเราจะสนใจเรา เขามีความต้องการอะไร แล้วเราไปตอบโจทย์ความต้องการอะไรเขาได้บ้าง เพราะฉะนั้นมันต้องมีความสมดุลกันระหว่างผลงานและความคิดสร้างสรรค์

 

สายงาน E-Commerce Marketing มี Career Path เป็นยังไง

แตงไทยมองว่า Career Path ของ E-Commerce Marketing มันไปได้ทั้งการเป็น Generalist นะคะ แล้วก็เป็น Specialist ยกตัวอย่างเช่นแตงไทยที่อาจจะเคยทำขาที่เป็นแคมเปญมาแล้ว เคยทำสายการสื่อสาร และ Creative มาแล้ว หรือว่า Media ก็เคยทำ แตงไทยก็จะเติบโตในลักษณะของการเป็น Generalist เป็น Marketing Manager หรือเป็น Brand Manager หรือ ณ ปัจจุบันเป็น Head of E-Commerce Marketing อันนี้ก็คือขาที่เป็น Generalist ส่วนขาที่เป็น Specialist มันก็เป็นไปได้เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นคนที่ทำในสโคปที่เป็นการวางแผนกลยุทธ์ เขาก็อาจจะเป็น Strategic Planning Specialist หรือว่าเขาอาจจะโตไปเป็น Data Analyst ก็ได้ถ้าเขาอยาก หรือสายคอนเทนต์ก็จะเป็น Specialist ได้ เป็น Content Creator ที่ทุกวันนี้มีแพลตฟอร์มคอนเทนต์ต่าง ๆ มากมายอย่างที่เราเห็นในตลาด ขาที่เป็น Media ก็เป็นได้ทั้ง Generalist ที่เป็น Operation ถ้าจะเป็น Specialist ก็จะโตไปเป็น Performance Marketing หรือ Digital Marketing ที่ทุกคนรู้จัก

 

ในแง่ของงาน E-Commerce เทรนด์ช่วงนี้ต้องการคนทำงานเยอะรึเปล่า

จริง ๆ คิดว่าเยอะมากค่ะ ต้องบอกว่าเยอะมากจริง ๆ เพราะว่าอย่างที่บอกไปในตอนต้นเลยว่าตลาดของ E-Commerce มันอยู่ในช่วงที่กำลังโต แล้วก็เทคโนโลยีมันเปลี่ยนตลอดเวลา ความต้องการของลูกค้าก็เปลี่ยน คู่แข่งก็เปลี่ยน แทบทุกองค์กรต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ที่เคยขายเป็น Retail หรือว่าขายเป็น Offline ทุกคนก็ต้องกระโดดเข้ามาอยู่ในตลาดที่เป็น Online เพราะฉะนั้นในงานนี้มันมีความต้องการมากมายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งไหนก็ตามของ E-Commerce ที่ LINE เองตอนนี้เปิดรับสมัครทุกทีมเลยค่ะ เพราะตอนนี้เราต้องการคนจริง ๆ ที่เข้ามาช่วยเราผลักดันให้เกิดผลงานขึ้น

 

ตำแหน่งไหนที่มีคนส่งเรซูเม่เข้ามาเยอะมากแต่ว่ายังหาไม่ได้

ตำแหน่งที่ฝั่งแตงไทยหายากมากอาจจะเป็นขาที่เป็น Strategic Planning อันนี้หาค่อนข้างยากเพราะว่ามันจะต้องใช้ทั้ง Hard Skill ที่เกี่ยวข้องกับ Data Tools หรือว่าการวิเคราะห์อะไรแบบนี้ค่ะ หาคนที่จะสามารถมีความรู้เรื่อง Business ด้วย เรื่อง Marketing ด้วย เพราะฉะนั้นมันต้องผสมกันในหลาย ๆ ศาสตร์ คนนี้ก็เลยจะหาค่อนข้างยาก

 

ถ้าอยากจะทำงาน E-Commerce Marketing ต้องมีการเตรียมตัวยังไงบ้าง

สิ่งที่แตงไทยคิดว่าสำคัญที่สุดก็คือการรู้จักตลาด คนที่จะมาสมัครงานในตำแหน่งนี้จะต้องมีการทำความเข้าใจเกี่ยวกับตลาด เกี่ยวกับผู้เล่นในตลาด หรือว่าคู่แข่งขันในตลาด แล้วก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า อันนี้แตงไทยคิดว่าสำคัญมาก เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมตัวมา เป็นไอเดียแล้วกันว่าจะสมัครในตำแหน่งไหน แล้วมีไอเดียในการที่จะพัฒนาตัวแพลตฟอร์ม หรือว่าในมุมมองของกิจกรรมทางการตลาดรูปแบบไหน ยังไง 

 

คนที่อยากจะสมัครงานในสายนี้ควรจะมี Skill Set ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill เป็นยังไงบ้าง

สิ่งแรกที่คนทำงาน Marketing ทุกคนต้องมีแตงไทยคิดว่าก็คือเรื่องของการทำงานเป็นทีม สิ่งที่สองก็จะเป็นทักษะในการสื่อสารซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะว่าการที่เราเป็นนักการตลาด เราต้องการที่จะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงทั้งสื่อ การสื่อสาร หรือว่ากิจกรรมที่เราต้องสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานต่อจากเราหรือว่าผู้บริโภค ทุกคนต้องเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ ส่วนทักษะอื่น ๆ แตงไทยคิดว่ามันเป็นไปตามแต่ละตำแหน่ง ยกตัวอย่างเช่น Planning เขาอาจจะต้องมี Hard Skill พวก Analytics Tools ที่ต้องใช้งานให้เป็น แล้วก็ในเรื่องของ Soft Skill มันก็จะต้องเป็นเรื่องการคิดโดยใช้เหตุผล หรือว่าเรื่องของData Analysis อะไรแบบนี้ค่ะ หรือว่าจะเป็นในส่วนของทักษะการแก้ไขปัญหาที่ต้องทำให้เป็น ส่วนที่ทำงานในฝั่งของ Creative ทักษะที่เขาต้องมีคือทักษะความคิดสร้างสรรค์ แล้วก็ Hard Skill ที่เขาอาจจะจำเป็นที่จะต้องมีมันก็จะเป็นเรื่องของ Multimedia หรือว่า Design Tools นะคะที่ต้องใช้งานให้เป็น 

 

คนที่อยากทำงาน Marketing น่าจะต้องมีลักษณะและมีกระบวนการคิดยังไง

สิ่งที่ทุกคนต้องมีของคนที่จะทำงาน Marketing แตงไทยมองว่าทุกคนต้องมีความมั่นใจ มั่นใจในที่นี้คืออาจจะไม่ได้มั่นใจในการกล้าแสดงออก “โอ๊ย! ฉันกล้าร้องกล้าเต้น” ไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่ว่ามั่นใจที่นี้คือมั่นใจในความคิดของตัวเอง มั่นใจในสิ่งที่เราคิด กระบวนการคิดของเราค่ะ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

 

คนย้ายสายงานมาสามารถทำงานได้ไหม

จริง ๆ คิดว่าได้ค่ะ มีน้องที่จบรัฐศาสตร์มาแล้วมาทำในตำแหน่งที่เป็น Strategic Planning ของทีมแตงไทยด้วยซ้ำ ซึ่งตำแหน่งนี้แน่นอนว่า Hard Skill เรื่องของ Data ต้องเยอะมาก เขาก็ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองค่อนข้างเยอะ เพราะว่าเขาไม่ได้จบสายคำนวณมา เรื่องตัวเลขอะไรอย่างนี้ แต่ว่าเขาก็ไปอัปสกิลมาจนเขาทำได้ แล้วก็ในระหว่างที่ทำงานกับเรา เขาก็มีการเรียนรู้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น พูดว่า “โมเดลนี้รู้จักหรือยัง” หรือว่า “วิธีการคิดแบบนี้ดีไหม” เขาก็จะพยายามไปหาคำตอบ ไปเรียนรู้จากที่อื่น เพื่อมาทำให้ได้ แตงไทยมองว่ามันจะมีส่วนที่เป็นข้อได้เปรียบของคนที่จบจากรัฐศาสตร์ เช่น รัฐศาสตร์เขาก็จะสอนเรื่องของกระบวนการคิด เขาจะต้องเป็นคนที่โต้แย้งเก่ง ให้เหตุผลเก่ง ในสมองของเขามันก็จะมีการใช้เหตุผลที่ค่อนข้างแน่นมาก เพราะว่าการเรียนมันสอนให้เขาเป็นแบบนี้เพราะฉะนั้นอันนี้จะเป็นจุดแข็งของน้องเขาเหมือนกันค่ะ

 

คนไม่มีประสบการณ์เลย ควรที่จะเริ่มยังไง 

น้อง ๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ตอนนี้อาจจะลองเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตอนนี้มุมของ E-Commerce หรือมุมของ Marketing แตงไทยมองว่าสามารถเรียนรู้ได้ค่อนข้างกว้างมาก ทั้งจากออนไลน์ หรือจากหนังสือเพราะฉะนั้นทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ต้องบอกว่าน้องในทีมแตงไทยเองก็ไม่ได้จบ Marketing มาทุกคน บางคนจบอักษรศาสตร์ บางคนจบรัฐศาสตร์ ก็มาทำ อาจจะไม่ใช่สายงาน Communication ด้วยซ้ำแต่เขาก็ทำได้ เพราะว่าเขาเรียนรู้เรื่องของเทรนด์เรื่องของความรู้ที่สามารถต่อยอดในการที่เขาจะมาช่วยงานตรงนี้ได้

 

สำหรับคนที่อยากจะสมัครงานในสายงานนี้ ต้องเตรียมตัวสมัครงานยังไงบ้าง

จริง ๆ แล้วเรซูเม่ที่แตงไทยคิดว่าเป็นเรซูเม่ที่ดี ควรมีเนื้อหาที่อ่านกระชับ แล้วก็เข้าใจง่ายว่าประสบการณ์ของแต่ละคนเป็นมายังไง มีทักษะอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัคร อันนี้สำคัญมาก เพราะหลาย ๆ คนก็จะหว่านมาหมด เขียนมาหมด ทุกสิ่งที่ฉันมี แต่ไม่ได้เจาะลงไปว่าตำแหน่งนี้ ฉันสมัครอะไรอยู่ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ควรทำ แล้วก็เรื่องของสิ่งที่เคยทำสำเร็จเหมือนกัน ถ้าสมมติว่าเราเคยทำแคมเปญ เราเคยทำโปรเจกต์ หรือเราเคยขับเคลื่อนอะไรบางอย่างให้กับงานที่เราเคยทำก็ควรที่จะใส่ลงมา ให้คนที่คัดรู้สึกว้าว อีกส่วนนึงก็จะเป็นเรื่องของ Hard Skills อย่างเช่น Analytics Tools ใช้ Google Analytics เป็นไหม ทำ SQL เป็นไหม R หรือ Python มีอะไรใส่มา เรื่องของ Social Media Management Tools ใช้งาน Facebook Ads Manager เป็นไหม Instagram หรือ Google มีความรู้มากน้อยขนาดไหน แล้วก็อาจจะเป็นขาของความคิดสร้างสรรค์ละ พวก Multimedia แล้วก็ Design Tools โปรแกรมต่าง ๆ

 

นอกจากเรซูเม่ ดูพอร์ตโฟลิโอด้วยไหม

จริง ๆ ดูพอร์ตโฟลิโอด้วยในตำแหน่งที่เป็น Creative รู้สึกว่าตำแหน่ง Creative สำคัญมากเรื่องของพอร์ตโฟลิโอ แล้วก็คิดว่าทุกคนที่ทำสาย Creative ต้องมีพอร์ตโฟลิโอเป็นของตัวเองอยู่แล้วแหละ ซึ่งพอร์ตโฟลิโอที่แตงไทยมองว่าน่าสนใจ มันจะเป็นพอร์ตโฟลิโอที่เขามีการแนะนำตัวคร่าว ๆ ว่าเขาเป็นแบบไหน เขามีความแตกต่างกับคนอื่นยังไง อันนี้จะชัด มันจะออกมาในพอร์ตโฟลิโอของเขาเลยว่าเขาต่าง แล้วก็งานที่เขาเคยทำมา มีโปรเจกต์อะไรบ้าง ซึ่งคนที่เขาทำพอร์ตโฟลิโอดี ๆ เขาก็จะจัดหมวดหมู่ของมัน แบ่งประเภทมันให้ถูกที่ถูกทาง มีการเล่าเรื่องโปรเจกต์ในรูปแบบนี้ เขามีการคิดคอนเทนต์ หรือคิดสร้างสรรค์แบบไหน ทำให้ตัวพอร์ตโฟลิโอสามารถเล่าเรื่องได้

 

เวลาที่มาสัมภาษณ์งานกับพี่แตงไทยจะเจอคำถามประมาณไหน

จริง ๆ เจอคำถามค่อนข้างหลากหลาย เพราะแตงไทยค่อนข้างวัดในหลาย ๆ เรื่อง นอกจากวัดเรื่องของความรู้หรือทักษะว่าเขาเข้ากับตำแหน่งนั้นไหม เราก็วัดเรื่องของทัศนคติเหมือนกัน คนที่จะมาสมัครทุกคนก็จะต้องเตรียมตัวทั้งสองส่วนนี้มา ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยที่เคยสัมภาษณ์มาแล้วเอ๊ะ เหมือนเราถามว่าจุดเด่นของผู้สมัครคืออะไร น้องก็ใสมาก ทุกที่ถามเหมือนกันหมดเลยค่ะ แต่ว่าหนูก็ไม่รู้เหมือนกัน อ้าว จบ ซึ่งเรื่องของจุดแข็งหรือจุดอ่อน มันเป็นคำถามพื้นฐานมาก ๆ ที่การสัมภาษณ์งานต้องมี เพราะฉะนั้นอะไรแบบนี้ต้องเตรียมตัวไว้เลย ห้ามตกม้าตาย

 

ส่วนคำถามที่แตงไทยชอบถาม เป็นตัวที่ชูเลยว่าคนนี้โดดเด่นกว่าคนอื่นรึเปล่า ก็จะเป็นคำถามว่ารู้จัก LINE SHOPPING ไหม แล้วเขามีไอเดียยังไงบ้างในการพัฒนา หรือมองในมุมมองของตำแหน่งที่เขาจะเข้ามาทำเขาอยากทำอะไรก่อน ซึ่งถ้าข้อนี้ตอบได้ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ถ้าสมมติถามว่ารู้จัก LINE SHOPPING ไหมลองใช้งานแล้วหรือยัง แล้วตอบว่ายัง ยังไม่ได้ใช้ ยังไม่ค่อยรู้จักเลย ไม่ได้ทำการบ้านมา อันนั้นก็คือจบ แตงไทยก็จะอีกสิบนาทีก็ตัดจบละ ไม่สัมภาษณ์ต่อ

 

มีวิธีมองผู้สมัครยังไงว่าคนนี้โดดเด่น เผื่อคนที่อยากทำงานในสายนี้ เขาจะได้เอาเคล็ดลับตรงนี้ไปใช้ได้

มันคือเรื่องของความมั่นใจ นักการตลาดทุกคนต้องมีความมั่นใจในความคิดของตัวเอง กระบวนความคิดของเขา มันจะสะท้อนออกมาเป็นคำตอบที่เขาตอบเรา ถ้าเขาตอบแบบตรงจุด เขาบอกที่มาที่ไปได้ ว่าทำไมเขาถึงคิดแบบนี้ อันนี้แตงไทยมองว่าคนนี้จะโดดเด่นมาก ในบรรดาผู้สมัครที่สัมภาษณ์ทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น สมมติเราให้โจทย์เขาไปว่า ไปคิดมาว่าแคมเปญของ LINE SHOPPING ควรมีอะไรบ้าง ด้วยงบประมาณที่เราให้ไป ถ้าคนที่กลับมา เขากลับมาแค่ว่า ฉันจะทำแคมเปญนี้ 1, 2, 3, 4 อันนี้ก็คือเฉย ๆ แต่ถ้าเขาไปศึกษามาว่าตลาดเป็นแบบนี้ คู่แข่งเป็นแบบนี้ แล้วเขามองว่าจุดแข็งของ LINE SHOPPING หรือว่า LINE เป็นยังไง เขามีวิธีการคิดว่าความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปยังไง หรือมีที่มาที่ไปยังไง แล้วเขาวิเคราะห์ว่า กลุ่มเป้าหมายของ LINE SHOPPING คือใคร ก็จะโดดเด่นจากคนอื่นที่แค่บอกว่า คิดว่าจะทำอะไร 1, 2, 3, 4 แต่ไม่มีที่มาที่ไป

 

วัฒนธรรมการทำงานที่ LINE เป็นยังไงบ้าง

วัฒนธรรมการทำงานที่ LINE เรียกว่าสนุก เพราะแตงไทยจริง ๆ อยู่ LINE มา 8 ปีแล้ว ค่อนข้างนาน เราก็รู้ว่าวัฒนธรรมการทำงานที่ LINE ดีมาก ในมุมที่ผู้บริหารของ LINE ก็ค่อนข้างเปิดใจ ให้เราลองคิด หรือลองทำอะไรใหม่ ๆ เสมอ เพราะฉะนั้นมันจะมีความสนุกในเรื่องของความท้าทาย ที่เราได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น หรือได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ให้ Impact นอกจากนี้ LINE ก็ยังมีการดูแลที่ดีมาก ๆ จากฝั่งของ HR ทั้งในเรื่องของการอบรม กิจกรรมภายในองค์กร หรือว่าผลตอบแทนต่าง ๆ ส่วนตัวแล้วมันก็เลยทำให้รู้สึกว่าวัฒนธรรมองค์กรที่นี่ หรือสภาพแวดล้อมในภาพรวมดีมากจริง ๆ ค่ะ

 

อยากให้คุณแตงไทยฝากช่องทางติดตาม สามารถติดตามได้ที่ไหนบ้าง 

ขอฝากแพลตฟอร์ม LINE SHOPPING ถ้าคิดจะช้อป หรือว่าอยากหาของทันสมัยไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ช้อปแล้วได้ LINE POINTS ด้วยนะคะ ติดตาม LINE SHOPPING ได้เลยนะคะ เปิด LINE ค่ะ เข้าเมนู Wallet แล้วก็กด LINE SHOPPING ได้เลยค่ะ 

 

หางานใหม่ที่ใช่ ได้เป็นตัวของคุณเอง ที่ JobThai สมัครสมาชิกและฝากประวัติที่นี่เลย

 

JobThai Official Group เพื่อการหางาน หาคน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน

tags : jobthai, งาน, หางาน, สมัครงาน, คนทำงาน, การตลาด, ทำงาน, career & tips, ทักษะการทำงาน, เคล็ดลับการทำงาน, การทำงาน, ทักษะ, โลกการทำงาน, career unlock, e-commerce, e-commerce marketing, งานการตลาด, marketing, line



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม