14 ข้อควรระวัง ถ้าไม่อยากเสียงานเพราะ Social Media

14 ข้อควรระวัง ถ้าไม่อยากเสียงานเพราะ Social Media
07/02/19   |   20.4k   |  

ถ้าจะบอกว่า Social Media คือส่วนหนึ่งของชีวิตคนทำงานหลายคนไปแล้วก็คงไม่ผิดนัก เพราะเราใช้ทั้งติดต่อสื่อสาร ใช้เป็นพอร์ทผลงาน แม้แต่ส่งไฟล์ถึงกันก็ยังได้ แถมยังมีตัวเลือกให้ใช้งานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, LinkedIn และ IG นี่จึงเป็นเหตุผลหลักข้อหนึ่งที่ทำให้ HR และหัวหน้าสมัยใหม่ มักจะขอชื่อบัญชี Social Media ของเรา เพราะอยากทำความรู้จักเราให้มากขึ้นจากตัวตนที่แสดงออกบนโลกออนไลน์นั่นเอง

 

การทำความรู้จักวิธีนี้เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะถ้าสิ่งที่โพสต์อยู่ในโลกออนไลน์เป็นเรื่องที่ดีก็จะยิ่งทำให้เราเป็นผู้สมัครที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่หาก Social Media ของเราเต็มไปด้วยเรื่องไม่ดี ข้อความก่นด่า ก็มีโอกาสที่จะพลาดการได้งานเหมือนกัน JobThai อยากชวนคนทำงานมานั่งทบทวนไปพร้อมกันว่า Social Media ของเราเข้าเกณฑ์ข้อไหนหรือไม่ ถ้าใช่จะได้แก้ไขและป้องกันได้ทัน

 

 

  • มีกิจกรรมที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือมีรูปที่แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมที่ไม่สมควร และหยาบคายมากเกินไป
  • มีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงเรื่องลามก หรือโพสต์รูปภาพที่แต่งตัวโป๊มากเกินไป
  • วิจารณ์หรือพูดถึงเจ้านายและเพื่อนในที่ทำงานเก่าในทางไม่ดี รวมถึงเอาความลับของบริษัทมาเปิดเผย
  • แสดงความคิดเห็นอย่างไม่เหมาะสม หรือแชร์ข่าวและข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง 
  • ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสมมากเกินไป
  • ประสบการณ์การทำงานไม่ตรงกับในเรซูเม่ หรือมีสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราโกหกเรื่องอะไรบางอย่าง
  • ไม่มีการพูดคุย หรือมีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ กับเพื่อนคนอื่น ๆ เลย
  • ไม่บอกสิ่งที่เคยทำพลาดในอดีต แล้วปล่อยให้บริษัทรู้เองจาก Social Media

 

 

1. มีโพสต์ที่เสี่ยงผิดกฎหมาย

กิจกรรมที่มาจากความคึกคะนองและโพสต์ลงใน Social Media แบบชั่ววูบก็อาจเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายได้ เราต้องระวังจุดนี้ให้ดีเพราะถ้าบริษัทเข้ามาเช็กย้อนหลังก็จะทำให้พลาดโอกาสได้งานไปแบบน่าเสียดาย

 

2. ปาร์ตี้จนหลุดโลก

การดื่มสังสรรค์ หรือปาร์ตี้สุดเหวี่ยงในช่วงวันหยุดยาวไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ถ้าไม่อยากให้เรซูเม่ของเราต้องถูกเทรวมในกองคัดทิ้ง ก็อย่าใช้รูปเหล่านั้นมาเป็นรูปโปรไฟล์ หรืออัปโหลดขึ้น Social Media เพื่อแสดงความเป็นตัวตนจะดีกว่า

 

3. ใช้ภาษาวิบัติในโลกออนไลน์

การใช้ภาษาที่ผิดเพี้ยน ภาษาวิบัติ หรือเขียนภาษาสก๊อยก็อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่บริษัทจะคัดเราออกอย่างรวดเร็ว เพราะการใช้ภาษาวัยรุ่นหรือการแชทแบบหยาบคาบในโลกออนไลน์ อาจทำให้บางบริษัทเห็นแล้วรู้สึกไม่ดีและไม่อยากรับเข้าทำงานก็ได้

 

4. โกหกเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงาน

เวลาเขียนประสบการณ์การทำงานควรเป็นไปอย่างซื่อสัตย์ เพราะมันจะดูแย่ทันทีถ้าบริษัทรู้ว่าประสบการณ์การทำงานของเราในโลกออนไลน์กับชีวิตจริงนั้นต่างกัน

 

5. ภาพนู้ดในโซเชียลมีเดีย

แม้ว่ามุมหนึ่ง ภาพนู้ดจะเป็นศิลปะ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มองเห็นความงามในแบบเดียวกัน ถึงเราจะมองว่ารูปลักษณ์แบบนี้สวยแล้ว แต่ถ้ามองในมุมภาพลักษณ์ขององค์กรก็อาจเป็นปัญหาได้

 

6. โซเชียลมีเดียถูกทิ้งร้าง

การมีโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องดี แต่ถ้ามันถูกทิ้งร้างแล้วล่ะก็จะกลายเป็นอีกจุดด้อยทันทีที่มีคนจากองค์กรเข้าไปดู เพราะถ้าเราไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใครเลย บางครั้งบริษัทก็เลือกที่จะไม่เสี่ยงจ้างเราเนื่องจากมีข้อมูลไม่เพียงพอนั่นเอง

 

7. แสดงออกเรื่องลามก

เรื่องทางเพศถือว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทั่วไป แต่ประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องแรกที่เราต้องระวังให้มากเกี่ยวกับการแสดงออกต่อสาธารณะ เพราะมันจะทำให้เราดูหมกมุ่นทันที

 

8. ลาป่วย แต่ยังอัปเดตโซเชียล

ไม่มีใครอยากมานั่งจับผิดหรอกเพราะการเจ็บป่วยก็เป็นเรื่องปกติของคนทำงาน ไม่มีใครแข็งแรงทำงานต่อเนื่องได้ตลอดทั้ง 365 วัน แต่ถ้าลาป่วยแล้วยังอัปเดตโซเชียล ลงรูปเข้าคาเฟ่ไปนั่งชิลล์ แบบนี้ก็อาจทำให้บริษัทคิดได้ว่าเราไม่ได้ป่วยจริง

 

9. บ่นที่ทำงาน

การบ่นและพูดถึงแง่ลบของบริษัทที่เรากำลังทำงานนั้นไม่สมควรอย่างยิ่ง อาจจะสะใจที่ได้ระบายเพียงชั่วคราว แต่ต้องไม่ลืมว่าโลกโซเชียลบันทึกทุกอย่างเอาไว้หมด นี่จะทำให้เราถูกมองว่ามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการทำงาน

 

10. วิจารณ์ที่ทำงานเก่า

แม้จะเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว แต่การเอาที่ทำงานเก่ามาพูดถึงในแง่เสีย ๆ หาย ๆ ก็ไม่ควรเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ เพราะนอกจากจะไม่เกิดผลดีอะไรแล้ว ยังทำให้ภาพลักษณ์ของเราติดลบไปด้วย

 

11. เอาความลับบริษัทมาเปิดเผย

วลีอมตะที่ว่า “ความในอย่านำออก” ยังใช้ได้ดีอยู่เสมอ ทั้งการเอามาพูดกันในชีวิตจริงและรวมถึงโลกโซเชียลด้วย เพราะการเอาข้อมูลของบริษัทมาเปิดเผยในที่สาธารณะนอกจากจะทำให้บริษัทเสียประโยชน์แล้ว เราจะกลายเป็นคนที่โดยหมายหัวจากบริษัทแน่นอน

 

12. แสดงความคิดเห็นด้วยอารมณ์

การแสดงความคิดเห็นเกิดขึ้นประจำบนโลกโซเชียล การโพสต์อะไรลงไปหนึ่งอย่างย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะแฟนเพจหรือบุคคลสาธารณะ สิ่งที่เราต้องระวังคือการแสดงความคิดเห็นควรมีขอบเขต ไม่ใช้อารมณ์ และต้องไม่เป็นที่รังเกียจต่อสังคมโดยรวมด้วย

 

13. แชร์ข่าวเท็จ ข้อมูลขยะ

ทุกวันนี้ข่าวสารเกิดขึ้นรวดเร็วมากมาย ทำให้หลายครั้งเกิดการส่งต่อข่าวเท็จและข้อมูลขยะในโลกออนไลน์กันไม่เว้นแต่ละวัน ก่อนจะกดแชร์ข่าวอะไรลงหน้าไทม์ไลน์ต้องระวังและไม่ต้องรีบตัดสินว่าใครผิดใครถูก เพราะเห็นหลายเคสแล้วว่าทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนและเสียหายกันไป

 

14. ปกปิดสิ่งที่เราพลาดในอดีต

มนุษย์ทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ถ้าเราเคยมีปัญหาอะไรก็ตาม การบอกให้บริษัทได้รู้เรื่องราวเบื้องต้นก็น่าจะดีกว่าที่ให้เค้าเจอเองตามอินเทอร์เน็ต เพราะนั่นจะทำให้รู้สึกแย่ไปเลย

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา:

businessnewsdaily.com
kiitdoo.com

tags : ทำงาน, สมัครงาน, เรซูเม่, resume, คนทำงาน, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, เทคนิคสำหรับคนทำงาน, เคล็ดลับความสำเร็จ, เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ, แนวคิดในการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม