คุณเป็นหัวหน้าสไตล์ไหน ระหว่างเจ้านาย (Boss) กับ ผู้นำ (Leader)

คุณเป็นหัวหน้าสไตล์ไหน ระหว่างเจ้านาย (Boss) กับ ผู้นำ (Leader)
30/04/19   |   4.5k   |  

กว่าที่คนคนนึงจะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าต้องสั่งสมทั้งประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ มากมายจนผู้บริหารไว้ใจ และมอบตำแหน่งให้ แต่ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีสไตล์การบริหารทีมและงานไม่เหมือนกัน แต่หลัก ๆ แล้ว เราก็จะแบ่งหัวหน้าออกมาได้เป็น 2 แบบ คือ หัวหน้าประเภทเจ้านาย (Boss) และ หัวหน้าประเภทผู้นำ (Leader)

แล้วคุณล่ะ เป็นหัวหน้าประเภทไหน ระหว่าง Boss กับ Leader?

ถ้ายังไม่แน่ใจ ว่าตัวเองเป็นแบบไหน และหัวหน้า 2 แบบนี้ต่างกันยังไงบ้าง JobThai ได้รวบรวมวิธีการทำงานและแนวคิดของทั้งสองรูปแบบมาให้แล้ว

 

 

เจ้านาย

  • มองถึงการสร้างระบบเพื่อควบคุมลูกน้อง มุ่งเป้าที่ผลลัพธ์ ยึดถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่ และมองว่างานจะสำเร็จได้นั้นเกิดจากความสามารถของตัวเอง
  • มักจะมองว่าลูกทีมมีหน้าที่ทำงานตามที่เขาสั่งให้เสร็จตามเป้าหมาย สนใจแค่ว่าลูกน้องทำงานดีแค่ไหน เมื่อเกิดปัญหาจะรีบหาคนผิดมารับผิดชอบ
  • คิดว่าการทำให้ลูกน้องเกรงกลัวจะทำให้คุมคนง่ายขึ้น และมักสั่งการจู้จี้เพราะกลัวว่าลูกน้องจะทำงานพลาดให้ต้องตามแก้

ผู้นำ

  • มองถึงการพัฒนาคน ให้ความสำคัญทั้งความรู้สึกของคนในทีมและผลลัพธ์ และมองว่าความร่วมมือกันของทุกฝ่ายจะทำให้งานสำเร็จ
  • มองว่าคนคือทรัพยากรที่ล้ำค่า จะสังเกตตลอดว่าลูกทีมมีความสุขในการทำงานหรือไม่ เพราะงานจะออกมาดีได้ต้องเริ่มจากคน หากงานเกิดความผิดพลาดจะหาวิธีแก้ไข แล้วค่อยให้คำแนะนำกับคนทำผิด
  • แสดงออกให้เห็นถึงภาวะผู้นำจนลูกทีมเกิดความเคารพ ให้อิสระและเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้โชว์ฝีมือ โดยตัวเองจะคอยให้คำปรึกษาและแนะนำ

 

 

ก่อนจะไปดูความแตกต่าง เรามาดูคำจำกัดความของ หัวหน้าทั้ง 2 ประเภทกันก่อน

 

1. เจ้านาย (Boss)

เจ้านาย หรือ Boss มักจะสร้างระบบเพื่อควบคุมลูกน้อง มั่นใจและยึดเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ลูกทีมคือผู้ใต้บังคับบัญชา มุ่งเป้าที่ผลลัพธ์ของงาน และมีความเชื่อว่างานจะสำเร็จได้เกิดจากความสามารถของตัวเอง

 

2. ผู้นำ (Leader)

ผู้นำ หรือ Leader จะมองที่การพัฒนาคนเป็นหลัก ชอบรับฟังความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้ลูกทีมแสดงฝีมือ ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูกทีมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผลลัพธ์ของงาน และมองว่าเป้าหมายจะสำเร็จได้ เกิดจากการร่วมมือของทุกคนในทีม

 

Boss กับ Leader แตกต่างกันยังไงบ้าง?

 

เจ้านายเห็นลูกทีมเป็นพนักงานคนหนึ่ง ผู้นำเห็นลูกทีมเป็นทรัพยากรสำคัญที่ต้องพัฒนา

Boss จะมองว่าลูกทีมคือพนักงานคนนึงที่ต้องทำงานตามที่เขาสั่งให้ได้ตามเป้าหมาย ถ้าทำไม่ได้ ก็คือบกพร่องต่อหน้าที่ แต่คนที่เป็น Leader จะมองว่าคนในทีมคือทรัพยากรที่ล้ำค่า งานจะออกมาดีได้ ต้องเริ่มจากการพัฒนาคน ถ้าลูกน้องทำงานออกมาได้ไม่ดี เขาจะต้องคอยให้คำแนะนำ

 

เจ้านายมุ่งหาคนผิด ผู้นำมองหาข้อผิดพลาดเพื่อหาวิธีแก้ไข

การทำงานทุกอย่างต้องมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่แล้ว คนที่เป็นผู้นำ จะรีบหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเร็ว หลังจากนั้นค่อยให้คำแนะนำกับคนที่ทำให้เกิดปัญหา เพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้และไม่ทำพลาดซ้ำ แต่คนที่เป็นเจ้านายมักจะเริ่มจากการแสดงอาการฉุนเฉียว และมองหาคนผิดให้รับผิดชอบ เพราะเขาคิดว่าคนจะไม่ทำพลาดอีกถ้าถูกลงโทษ

 

เจ้านายชอบให้ลูกน้องยำเกรง ผู้นำอยากให้ลูกทีมเคารพและทำงานอย่างเต็มใจ

เพราะคนเป็นหัวหน้ามักจะทำงานแบบควบคุมลูกน้องให้เป็นไปตามที่ต้องการ เขาจึงมักจะบริหารทีมโดยการทำให้ลูกน้องเกรงกลัว เพราะจะทำให้เขาคุมลูกน้องได้ง่ายขึ้น ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ที่ลูกน้องยอมก็เพราะกลัวจะมีปัญหาเท่านั้นเอง ในขณะที่คนเป็นผู้นำจะพยายามซื้อในลูกน้องผ่านการแสดงออกให้พวกเขาเห็นถึงภาวะผู้นำ จนลูกน้องเกิดความเคารพและพร้อมที่จะทำงานให้ด้วยความเต็มใจ

 

เจ้านายสั่งงานแล้วควบคุม ผู้นำมอบหมายงานพร้อมให้อิสระ

Boss จะไม่ค่อยไว้ใจเวลาให้ลูกน้องทำงาน และมักจะจู้จี้ตลอดเวลา เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยให้ลูกน้องทำงานเอง จะทำงานพลาด แล้วเขาต้องมาตามล้างตามเช็ด แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วน Leader มักจะมอบหมายงานให้ แล้วให้ลูกน้องทำงานเอง โดยที่เขามองดูอยู่ห่าง ๆ และเข้าไปให้คำแนะนำเวลาที่ลูกน้องมีปัญหาหรือเข้ามาปรึกษาเขา

 

เจ้านายมองลูกทีมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้นำมองลูกทีมเหมือนพวกพ้องที่ต้องดูแล

เจ้านายจะสนใจแค่ว่าลูกน้องขแงเขาทำงานออกมาดีแค่ไหน แต่ผู้นำจะใส่ใจมากกว่านั้น จะคอยสังเกตตลอดว่าลูกทีมมีความสุขกับการทำงานมั้ย มีปัญหาติดขัดอะไรรึเปล่า และตัวเขาเองจะเปิดโอกาสให้ลูกทีมเข้ามาพูดคุยเพื่อหาแนวทางในการทำงานที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้น

 

เจ้านายพูดมากกว่าฟัง ผู้นำรับฟังมากกว่าพูด

คนที่เป็น Boss มักจะไม่ค่อยฟังใคร จะเชื่อว่าความคิดของตัวเองดีที่สุด และเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ โดยไม่สนใจเสียงของลูกน้อง แต่ผู้นำจะชอบให้ลูกทีมออกความเห็น เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ออกไอเดีย เพราะเชื่อว่าการเปิดโอกาสให้คนอื่นได้คิดได้พูด จะเป็นการเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ และอาจจะทำให้ได้แนวคิดดี ๆ แปลกใหม่ และหลากหลาย ที่แค่ตัวหัวหย้าคนเดียวไม่า่มารถคิดได้ด้วยซ้ำ

 

เจ้านายสั่งการเพื่อมุ่งเป้าให้งานเสร็จ ผู้นำมอบหมายงานเพื่อให้ลูกน้องเติบโต

เวลาที่มีงานจะต้องทำซักชิ้นนึง คนเป็นเจ้านายจะแค่สั่งงานลูกน้อง โดยที่มองว่าใครทำก็ได้ แค่ให้งานออกมาเสร็จสมบูรณ์ก็พอ แต่คนที่เป็นผู้นำจะมองลึกกกว่านั้น คือนอกจากงานจะเสร็จออกมาดีแล้ว เขายังจะแจกจ่ายงานที่ท้าทายเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกน้องแต่ละคนได้โชว์ฝีมือด้วย ซึ่งมันจะเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตในสายอาชีพของพวกเขา

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็คงจะเห็นว่าการเป็นหัวหน้าที่เต็มไปด้วยภาวะผู้นำดูจะเป็นรูปแบบที่ดีกว่า เพราะนอกจากจะทำให้ทีมแข็งแรง ลูกทีมมีความสุขในการทำงานจนส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ยังทำให้ลดอัตราการลาออกได้อีกด้วย แต่ยังไงก็ตาม การเป็นหัวหน้าก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรที่ตายตัว เพราะถ้าต้องเจอกับลูกทีมที่ไม่มีความรับผิดชอบ หรืออยู่ในสถานการณ์ที่คับขันเร่งด่วน การทำตัวเป็น Boss บ้าง ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา:

keydifferences.com

officevibe.com

tags : career & tips, คนทำงาน, หัวหน้า, ผู้นำ, leadership, การบริหารคน, เคล็ดลับสำหรับหัวหน้า, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, jobthai, แนวคิดในการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม