คุณเป็นหัวหน้าสไตล์ไหน ระหว่างเจ้านาย (Boss) กับ ผู้นำ (Leader)

คุณเป็นหัวหน้าสไตล์ไหน ระหว่างเจ้านาย (Boss) กับ ผู้นำ (Leader)
15/01/19   |   676   |  

คนที่จะก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งหัวหน้าได้นั้นต้องมีการสั่งสมความรู้ ประสบการณ์ และมีความสามารถมากพอ จนผู้บริหารไว้ใจและมอบตำแหน่งให้ ซึ่งหัวหน้าแต่ละคนก็จะมีสไตล์การบริหารลูกทีมที่แตกต่างกันไป โดยเรามักจะแบ่งหัวหน้าออกมาเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ หัวหน้าประเภทเจ้านาย (Boss) และ หัวหน้าประเภทผู้นำ (Leader) ซึ่งหัวหน้า 2 ประเภทนี้มีสไตล์การทำงานที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน ส่วนจะแตกต่างอย่างไรและแบบไหนดีกว่ากันนั้น วันนี้ JobThai ได้รวบรวมวิธีการทำงานและแนวคิดของทั้งสองรูปแบบมาให้คนเป็นหัวหน้าลองอ่านกันว่าคุณเป็นหัวหน้าประเภทไหน เพื่อจะได้ลองไปปรับใช้ในการบริหารลูกทีม

 

 

เจ้านาย

  • มองถึงการสร้างระบบเพื่อควบคุมลูกน้อง มุ่งเป้าที่ผลลัพธ์ ยึดถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่ และมองว่างานจะสำเร็จได้นั้นเกิดจากความสามารถของตัวเอง
  • มักจะมองว่าลูกทีมมีหน้าที่ทำงานตามที่เขาสั่งให้เสร็จตามเป้าหมาย สนใจแค่ว่าลูกน้องทำงานดีแค่ไหน เมื่อเกิดปัญหาจะรีบหาคนผิดมารับผิดชอบ
  • คิดว่าการทำให้ลูกน้องเกรงกลัวจะทำให้คุมคนง่ายขึ้น และมักสั่งการจู้จี้เพราะกลัวว่าลูกน้องจะทำงานพลาดให้ต้องตามแก้

ผู้นำ

  • มองถึงการพัฒนาคน ให้ความสำคัญทั้งความรู้สึกของคนในทีมและผลลัพธ์ และมองว่าความร่วมมือกันของทุกฝ่ายจะทำให้งานสำเร็จ
  • มองว่าคนคือทรัพยากรที่ล้ำค่า จะสังเกตตลอดว่าลูกทีมมีความสุขในการทำงานหรือไม่ เพราะงานจะออกมาดีได้ต้องเริ่มจากคน หากงานเกิดความผิดพลาดจะหาวิธีแก้ไข แล้วค่อยให้คำแนะนำกับคนทำผิด
  • แสดงออกให้เห็นถึงภาวะผู้นำจนลูกทีมเกิดความเคารพ ให้อิสระและเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้โชว์ฝีมือ โดยตัวเองจะคอยให้คำปรึกษาและแนะนำ

 

 

ก่อนจะไปดูความแตกต่าง เรามาดูคำจำกัดความของ หัวหน้าทั้ง 2 ประเภทกันก่อน

1. เจ้านาย (Boss)

หัวหน้าที่เป็นเจ้านายจะมองถึงเรื่องการสร้างระบบเพื่อควบคุมลูกน้อง โดยยึดถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ มองลูกทีมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา มุ่งเป้าไปที่ผลลัพธ์ของงาน และมีความเชื่อว่างานจะสำเร็จได้เกิดจากความสามารถของตัวเอง

 

2. ผู้นำ (Leader)

หัวหน้าประเภทนี้จะมองถึงการพัฒนาคนเป็นหลัก ชอบที่จะรับฟังความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้ลูกทีมได้แสดงฝีมือ ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูกทีมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผลลัพธ์ของงาน โดยที่มองว่าเป้าหมายจะสำเร็จได้เกิดจากความร่วมมือกันของทุกคนในทีม

 

ความแตกต่างระหว่าง เจ้านาย (Boss) และ ผู้นำ (Leader)

 

เจ้านายเห็นลูกทีมเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่ง ผู้นำเห็นลูกทีมเป็นทรัพยากรสำคัญที่ต้องพัฒนา

คนเป็นเจ้านายมักจะมองว่าลูกทีมมีหน้าที่ทำงานตามที่เขาสั่งให้เสร็จตามเป้าหมายเท่านั้น ถ้าทำไม่ได้ตามที่สั่งก็ถือว่าบกพร่องในหน้าที่ แต่ผู้นำจะมองว่าคนคือทรัพยากรที่ล้ำค่า งานจะออกมาดีได้ต้องเริ่มพัฒนาจากคน ถ้าลูกน้องทำผลงานได้ไม่ดีพวกเขามีหน้าที่แนะนำ

 

เจ้านายมุ่งหาคนผิดเพื่อตำหนิ ผู้นำมองหาข้อผิดพลาดเพื่อหาวิธีแก้ไข

เวลาที่เกิดปัญหาหัวหน้าประเภทเจ้านายมักจะเริ่มจากความฉุนเฉียวและมองหาคนผิดให้มารับผิดชอบ เพราะเขาคิดว่าคนจะไม่ทำพลาดอีกเมื่อได้รับการลงโทษ แต่คนเป็นผู้นำจะรีบหาวิธีแก้ไขก่อนหลังจากนั้นค่อยให้คำแนะนำกับคนที่ทำผิดเพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้ที่จะไม่ทำพลาดซ้ำสอง

 

เจ้านายชอบให้ลูกน้องยำเกรง ผู้นำอยากให้ลูกทีมเคารพและทำงานให้ด้วยความเต็มใจ

หัวหน้าประเภทเจ้านายคิดว่าการทำให้ลูกน้องเกรงกลัวจะทำให้เขาคุมคนได้ง่ายขึ้น ซึ่งความเป็นจริงพวกเขาอาจจะยอมเพราะกลัวว่าจะมีปัญหากับคุณเท่านั้นเอง แต่คนเป็นผู้นำจะพยายามซื้อใจคนผ่านการแสดงออกให้เห็นถึงภาวะผู้นำจนลูกทีมเกิดความเคารพและพร้อมที่จะทำงานให้ด้วยความเต็มใจ

 

เจ้านายสั่งงานแล้วคอยควบคุม ผู้นำมอบหมายงานพร้อมให้อิสระทางความคิด

เจ้านายจะเป็นพะวงมากว่าลูกน้องจะทำงานพลาดและเขาต้องเสียเวลามาตามแก้ ทำให้ไม่ค่อยไว้ใจใครและจะคอยสั่งการจู้จี้ตลอดเวลา ส่วนคนเป็นผู้นำนั้นเมื่อใดที่เขามอบหมายงานไปแล้วแสดงว่าเขามีความไว้ใจในตัวลูกทีมโดยที่อาจจะบอกให้ลูกทีมทราบว่าถ้าต้องการคำแนะนำให้เข้ามาปรึกษาได้ทุกเมื่อ

 

เจ้านายมองลูกทีมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ขณะที่ผู้นำมองลูกทีมเหมือนพวกพ้องที่ต้องดูแล

เจ้านายจะสนใจแค่ว่าลูกน้องทำงานดีแค่ไหน แต่ผู้นำจะใส่ใจมากกว่านั้น พวกเขาจะสังเกตตลอดว่าลูกทีมมีความสุขในการทำงานหรือไม่ มีปัญหาติดขัดอะไรในการทำงานหรือเปล่า ซึ่งตัวเขาเองพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้ลูกน้องเข้ามาพูดคุยเพื่อหาแนวทางให้การทำงานมีความสุขมากขึ้น

 

เจ้านายพูดมากกว่าฟัง ผู้นำรับฟังมากกว่าพูด

คนเป็นเจ้านายเชื่อว่าความคิดตัวเองเป็นใหญ่สุด เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ค่อยฟังใคร ขณะที่คนเป็นผู้นำชอบที่จะรับฟังลูกทีม พร้อมเปิดโอกาสให้เสนอไอเดียใหม่ เพราะเขาเชื่อว่าถ้าเปิดโอกาสให้คนได้คิดได้พูดจะเป็นการเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ และอาจจะได้แนวคิดดี ๆ ที่ตัวเขาเองก็คิดไม่ออกเสียด้วยซ้ำ

 

เจ้านายสั่งการเพื่อมุ่งเป้าให้งานเสร็จ แต่ผู้นำมอบหมายงานเพื่อให้ลูกน้องเติบโต

คนเป็นเจ้านายมองแค่ว่าใครทำก็ได้ขอให้งานออกมาดี แต่คนเป็นผู้นำจะมองลึกไปกว่านั้น เขาพร้อมที่จะแจกจ่ายงานที่ท้าทายเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกน้องแต่ละคนได้โชว์ฝีมือ ซึ่งเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตในสายอาชีพด้วย

 

การเป็นหัวหน้าที่เต็มไปด้วยภาวะผู้นำนั้นดูแล้วน่าจะเป็นรูปแบบที่ยั่งยืนกว่า เพราะนอกจากจะมีผลทำให้ทีมแข็งแรงขึ้นแล้ว ลูกทีมก็จะมีความสุขในการทำงานซึ่งมีผลทำให้พนักงานลาออกน้อยลงด้วย แต่การที่จะเป็นหัวหน้าแบบนั้นได้อาจจะต้องใช้เวลาในการสั่งสมภาวะผู้นำอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามการบริหารทีมก็ไม่ได้มีกฏเกณฑ์ตายตัวอะไร เพราะบางครั้งถ้าคุณต้องเจอกับลูกทีมที่ไม่มีความรับผิดชอบ หรืออยู่ในสถานการณ์ที่คับขันเร่งด่วน คุณก็อาจจะต้องนำสไตล์ที่ดุดันของเจ้านายมาใช้เหมือนกัน

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

 

ที่มา:

keydifferences.com

officevibe.com

tags : career & tips, คนทำงาน, หัวหน้า, ผู้นำ, leadership, การบริหารคน, เคล็ดลับสำหรับหัวหน้า, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, jobthai, แนวคิดในการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม