Oh My Job! Podcast EP.11: การจ้างงานและการรับมือกับโควิดของธุรกิจอาหารจาก Minor Food

Oh My Job! Podcast EP.11: การจ้างงานและการรับมือกับโควิดของธุรกิจอาหารจาก Minor Food
22/02/21   |   706   |  

 

 

 

 

อีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 คือธุรกิจร้านอาหาร ที่หน้าร้านถูกปิดเกือบ 100% ในช่วง Lockdown ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในวิกฤติก็ยังมีโอกาสอยู่ เพราะถึงแม้หน้าร้านจะถูกปิด แต่เมื่อคนทำงานหลายคนต้องอยู่ที่บ้านก็ทำให้การใช้บริการส่งอาหาร (Delivery) เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน

 

วันนี้ JobThai เลยอยากพาทุกคนไปพูดคุยในเรื่องการจ้างงานและการรับมือกับ COVID-19 ของธุรกิจอาหารจาก พี่เบน ภาณุวัฒน์ เบ็ญเราะมาน CPO ของ Minor Food

 

ภาพรวมของธุรกิจร้านอาหารและบริการฟาสต์ฟู้ดในปี 2563 ที่ผ่านมา

เมื่อมีการ Lockdown เกิดขึ้น ทุกธุรกิจของ Minor International ได้รับผลกระทบหมด Minor Food และธุรกิจอาหารเอง เมื่อไม่มีใครเข้ามารับประทานอาหารที่ร้าน ก็เป็นจุดที่ทำให้ยอดขายลดลงและทำให้พนักงานไม่มีงานทำ แต่ก็ยังมีโอกาสในการขายผ่านออนไลน์และบริการ Food Delivery ซึ่งแม้ยอดขายหน้าร้านจะลดลง แต่ยอดขายจาก Food Delivery ก็เพิ่มขึ้นถึง 200% เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่บ้านได้มีอาหารรับประทาน 

 

Minor Food ก็เป็นอีกผู้ให้บริการที่พร้อมทั้งในเรื่องของการจัดการ การดำเนินการ พื้นที่ที่ครอบคลุม ความหลากหลายของอาหาร และที่สำคัญในกลุ่ม Minor Food เองก็ได้เน้นเรื่องของ Food Safety มาก ๆ ในช่วงเวลาที่เกิดสถานการณ์ COVID-19 ก็มีมาตรการความสะอาดที่เข้มแข็ง มีแคมเปญต่าง ๆ เกิดขึ้น เพื่อให้ลูกค้าทุกคนปลอดภัยจริง ๆ และในแง่ของการทำงาน ทุกคนก็ทำงานอย่างมืออาชีพ ถึงแม้ว่าจะ Lockdown ก็ยังพยายามที่จะช่วยเหลือและส่งอาหารถึงลูกค้าได้อย่างตรงเวลา และควบคุมคุณภาพทั้งเรื่องอาหารและบริการแก่ลูกค้า

 

การบริหารทรัพยากรบุคคลหน้าร้านอาหารในช่วง Lockdown

เนื่องจากบริการ Delivery โตขึ้นค่อนข้างเยอะ Minor Food เองนอกเหนือจาก 1112 Delivery หรือแอปพลิเคชัน 1112 ที่เป็นช่องทางหลักในการสั่งอาหารกับ Minor Food ก็ยังมีช่องทางจาก Grab และFood Panda แต่ช่องทางเหล่านี้ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย และทำให้รายจ่ายเพิ่มขึ้นกำไรลดลง เลยได้แบ่งพนักงานหน้าร้านเป็น 2 กลุ่ม 

  • กลุ่มที่ 1 พนักงานที่มีความสำคัญมาก ๆ ในช่วงขับเคลื่อนตอนนั้น คือพนักงานขับรถส่งอาหาร ซึ่ง Minor Food เองก็พยายามจัดการพนักงานว่าใครสามารถลงไปขับรถส่งอาหารได้บ้าง หรือ Call Center ก็ได้แบ่งพนักงานที่ไม่มีงานในร้านอาหารไปช่วยในการรับโทรศัพท์ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการดูแลถึงผลกระทบและความปลอดภัยของพนักงาน ซึ่งในกลุ่มพนักงานขับรถส่งอาหารก็มีการทำประกันที่คลอบคลุมให้พวกเขา เพื่อให้พวกเขามั่นใจเวลาออกไปส่งอาหารหรือรับอาหารข้างนอก แม้จะเป็นพนักงาน Part-time ก็ตาม

  • กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มของพนักงานในร้านทั้ง Full-time และ Part-time เนื่องจากห้างฯ ปิดพวกเขาก็อาจตกงาน Minor Food เองจึงต้องคอยสังเกตว่าร้านอาหารไหนที่มียอดสั่ง Delivery เยอะ จากนั้นจึงย้ายพนักงานไปอยู่ที่นั่นชั่วคราว อย่างร้าน Sizzler ที่ลูกค้าไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารภายในร้านได้ พนักงานก็อาจถูกย้ายไปทำร้านอื่น ๆ ในเครืออย่าง The Pizza Company หรือ Bonchon เพื่อให้เขามีงานทำและมีรายได้ในการดำรงชีวิต 

 

ซึ่งใน Minor Food เองก็ตั้ง War Room สำหรับประชุมในเรื่องของการส่งอาหาร คุณภาพอาหาร และความปลอดภัย รวมทั้งเรื่องของคนที่มีบางคนสามารถโยกย้ายไปทำงานที่อื่นในเครือ Minor International ได้ และก็มีเงินพิเศษเพื่อให้พนักงานสามารถดำรงชีวิตได้ นั่นก็คือสิ่งที่ Minor Foodพยายามดูแลพนักงานทั้งในเรื่องความปลอดภัย และอนาคตไปพร้อมกัน

 

การรับสมัครพนักงานขึ้นอยู่กับ Restaurant Manager ที่เป็นคนตัดสินใจ

ใน Minor Food ค่อนข้างให้อำนาจกับพนักงานและหัวหน้างาน โดยเฉพาะพนักงานที่เป็นหัวหน้างานที่ร้าน (Restaurant Manager) การรับคนก็ขึ้นอยู่กับเขาเลย เขามีอำนาจเต็มที่ในการที่จะจ้างคนมาทำงาน เขาจะรู้ว่าในการวางแผนร้านหนึ่งร้าน จะมียอดขายประมาณเท่าไหร่ มีการวางแผนกำลังคน มีการทำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หรือต้องการคนกี่คน เพราะฉะนั้นเมื่อพูดถึงการรับคนเมื่อมีตำแหน่งว่างเข้ามา Restaurant Manager ก็สามารถรับพนักงานที่หน้าร้านได้เลย 

 

คนที่ต้องการสมัครงาน ใน Minor Food ก็สามารถเดินเข้ามาที่หน้าร้านได้เลย โดยใช้เพียงบัตรประชาชนเพราะ Minor Food มีโปรแกรม Smart Career ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการรับคน Restaurant Manager เขาก็จะรู้เทคนิคในการสัมภาษณ์ คาแรคเตอร์แบบไหนที่เหมาะกับร้านอาหารที่ดูแล เพราะคาแรคเตอร์ของ The Pizza Company ก็แบบหนึ่ง Swensen’s ก็อีกแบบหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญหากต้องการร่วมงานกับ Minor Food ก็คือ คุณต้องรักการบริการ คุณต้องชอบในเรื่องอาหาร และคุณต้องมี Service Mind ที่ดี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ 

 

การ Training พนักงานเรื่องความปลอดภัยของอาหารในสถานการณ์ COVID-19

Minor Food มีแผนแม่บทเรื่องของการดูแลความปลอดภัยและความมั่นใจของลูกค้า ซึ่งก็สื่อสารไปให้พนักงานเข้าใจในรายละเอียด ทั้งหมด 5 อย่าง การคัดกรอง การเว้นระยะห่าง การบริการที่ลดการสัมผัส ความสะอาด และการฆ่าเชื้อ ไม่ใช่เฉพาะช่วง COVID-19 แพร่ระบาด เพราะ Minor Food ทำกันมานานในทุก ๆ แบรนด์อยู่แล้ว ซึ่งมีรายละเอียดและขั้นตอนมากมายในการดูแล อย่างก่อนที่จะประกอบอาหารก็จะมีขั้นตอนล้างมือที่ลงรายละเอียดว่าแต่ละขั้นตอนใช้เวลากี่วินาที ทางภาครัฐก็มีหลักสูตรผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหารภาคบังคับของหน่วยงานราชการเข้ามา Minor Food ก็มีการทำ Training รวมถึง Online Training เรื่องพวกนี้ตลอดเวลา ทั้งในแง่ของ Food Hygiene และ Food Safety 

 

เทรนด์การสมัครงานในยุค COVID-19

ในแง่ของการรับสมัครพนักงาน พนักงานหน้าร้านไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก เขาสามารถเดินเข้าไปที่หน้าร้านได้เลย แต่ในขณะเดียวกัน Minor Food ก็จะมีกระบวนการบางอย่างที่เข้ามาเช่น อาจจะสมัครผ่านเว็บไซต์มากขึ้น จุดแข็งในการรับสมัครคนของ Minor Food คือคนที่สมัครส่วนใหญ่จะเป็นการการอ้างอิง (Referral) มากกว่า อย่างการอ้างอิงมาจากเพื่อน จากที่ทำงาน กระทั่งคนรู้จัก ซึ่งเพื่อน ๆ ที่อ้างอิงกันต่อมาก็จะเล่าให้ฟังกันต่อว่า Minor Food เป็นยังไง หน้าร้านต้องทำงานยังไง รูปแบบเป็นยังไง 

 

แน่นอนว่าทาง Recruitment ก็พยายามหาคนเข้ามาจากแหล่งต่าง ๆ แต่ Minor Food ก็อยากให้ Line Manager หรือทุกคนบอกเพื่อน ๆ ต่อว่ามีการเปิดรับคน ซึ่ง Minor Food อาจจะแตกต่างจากองค์กรอื่นเพราะเป็นองค์กรไทยครึ่งหนึ่งต่างชาติครึ่งหนึ่ง ทำให้เป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ไม่มีลำดับขั้นมากนัก เราก็จะขับเคลื่อนกันที่ผลงาน ทำให้ Minor Food ไม่ได้เป็นองค์กรแบบ Food Business แต่เป็น People Business 

 

Success Case และการเติบโตในองค์กรที่ชื่อว่า Minor Food

Minor Food ก็มี Success Case หลาย ๆ กรณีที่เขาเติบโตมาจากพนักงานร้านมาเป็น Restaurant Manager และมาเป็น Area Coach บางคนก็มาเป็น Operation Director แล้ว ซึ่งนั่นคือ Career Path ที่ Minor Food บอกทุกคนเสมอว่าเขาทำกันยังไง เพราะไม่ได้ต้องการพนักงานที่สมัครงานหน้าร้านเพียงอย่างเดียว แต่อยากดูการสร้างคนตั้งแต่พนักงานที่เป็นนักเรียนนักศึกษาทำยังไงให้เขาเติบโตจนเป็นพนักงาน Full-time เป็น Restaurant Manager เป็น Area Coach เป็น Operation Head จนขึ้นเป็น General Manager และ CEO นี่คือ Career Path ที่ Minor Food อยากเห็นจากพนักงานหน้าร้านหนึ่งคน ซึ่งมันเป็นไปได้ และเป็นสิ่งที่พยายามผลักดันและสร้างคนตั้งแต่ต้นทางให้เขาเติบโตต่อไปในองค์กร

 

ยกตัวอย่างกรณี Success Case ของ Minor Food ก็มีหลายคนในกลุ่มผู้บริหารที่ทำงานมาจากหน้าร้าน จนมาเป็น Operation Director เพราะเขาเข้าใจและมองภาพออกว่าต้องทำยังไง ลูกค้าต้องการอะไร รายละเอียดเป็นยังไง ซึ่งวันนี้เขาก็กลับมาสอนน้อง ๆ ว่าต้องดูอะไรบ้าง อาหารแบบไหนที่ลูกค้าชอบ ซึ่งกลายมาเป็นคำว่า Leave Legacy (การสร้างประโยชน์ให้กลุ่มคนรุ่นหลัง) อย่างแท้จริง เพื่อให้องค์กรยั่งยืนและเติบโตต่อไป

 

หากอยากประสบความสำเร็จใน Minor Food คุณต้องมี “Behavior Core Success”

ในปีที่ผ่านมา Minor Food ก็ได้ทำ Competency (ความสามารถเชิงสมรรถนะ) ตัวใหม่เรียกว่า “Behavior Core Success” (พฤติกรรมที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จใน Minor Food) ซึ่งทุกพฤติกรรมมองในแต่ละระดับตั้งแต่น้องที่เข้ามาสมัครงานใหม่ หรือเป็นพนักงานที่ร้านเขาเป็นยังไงบ้าง เช่น ถ้าเป็นพนักงานที่เป็นระดับร้านอาหาร พฤติกรรมเหล่านี้เป็นยังไงบ้าง

  • Teamwork การทำงานเป็นทีมภายในร้านอาหาร

  • Open Excellent ประสิทธิภาพในการทำงาน

  • Adaptable การปรับตัวเข้ากับสถานการณ์และรูปแบบต่าง ๆ 

  • Customer Focus ความเข้าใจและมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า

  • Learning Skill เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ 

 

ซึ่งหากพนักงานในร้านอาหารมีพฤติกรรมพวกนี้ก็จะประสบความสำเร็จในการทำงาน นอกเหนือจากนี้ก็จะมีทักษะเรื่อง Product มีทักษะในการทำงานตามหน้าที่ที่รับชอบ (Functional Skill) หรือกระทั่งวันนี้ที่ธุรกิจร้านอาหารเปลี่ยนก็ต้องมีทักษะและการจัดการในเรื่องดิจิทัล ซึ่ง Minor Food จะมีการพัฒนาความรู้ในเรื่องดิจิทัล ธุรกิจ การจัดการ และความรู้ในเรื่องคนให้มากขึ้น ให้พนักงานเก่งมากขึ้นและพัฒนามากขึ้นกว่าเดิม

 

การขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าด้วยความมั่นคงและแข็งแรง

แม้ Minor Food จะเป็นองค์กรที่มีเจ้าของ มีผู้บริหาร ที่เป็นทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่อยู่ในองค์กรเดียวกัน มีสาขาอยู่ทั้งในเมืองจีน สิงค์โปร ออสเตรเลีย อังกฤษ แต่ Minor Food มีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศไทยและเกิดจากไทย ทำให้มีมิติของการดูแลพนักงานและความเข้าใจคนที่เสริมเข้ามาผสมผสานไปกับการทำงานแบบ Professional และความตรงไปตรงมา โดย Drive Culture ของที่นี่ประกอบไปด้วยหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ 

  • Spot Business Opportunities โอกาสในการปรับปรุง โอกาสในเชิงธุรกิจ หรือการสร้างโปรดักส์ใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่ผู้บริหารแต่พนักงานหน้าร้านเขาก็เป็นเจ้าของร้านอาหารเหมือนกัน

  • Work with the Best การทำงานและทุ่มเทให้เต็มที่เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุดแก่คนรอบข้างเรา

  • Leave a Legacy ทำให้มันเป็นประวัติศาสตร์ สร้างความภูมิใจในการส่งมอบความสุขให้ลูกค้า การสร้างอะไรใหม่ ๆ และพัฒนาองค์กรให้เติบโตต่อไป

 

แต่หากพูดถึงคาแรคเตอร์การทำงานในออฟฟิศกลุ่มผู้บริหารก็จะมีความเป็นกันเองกับน้อง ๆ ทุกคนมาก ไม่มีลำดับขั้น และค่อนข้างเป็น Flat Organization และ Minor Food ก็มีโปรแกรมที่เรียกว่าYoung Entrepreneur Program ซึ่งเป็น Internal Start Up ที่ CEO และผู้บริหารจะเข้าไปเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้พนักงานฟัง ซึ่งนั่นเป็นกิจกรรมที่ Minor Food สร้างความเป็นกันเองตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน 

 

ในเชิง HR ก็พยายามดูประสบการณ์ของพนักงานในแต่ละจุด จะมี Framework ว่าช่วงที่มาสมัครงานเขาต้องเจออะไรบ้าง ประสบการณ์ในการทำงานวันแรกเป็นยังไง นั่นคือสิ่งที่ HR พยายามดูแลพนักงานในทุก ๆ ช่วงเวลาที่เขาทำงานที่ Minor Food แม้กระทั่งในวันที่มีสถานการณ์ COVID-19 เกิดขึ้นก็พยายามสอบถามว่าเขารู้สึกอย่างไรหรือมีวิธีไหนที่พอจะช่วยเขาได้บ้าง ทั้งหมดก็คือ Candidate Experience ของ Minor Food

 

4 สวัสดิการหลักที่ดูแลทั้งร่างกายและความรู้สึกของพนักงาน

สำหรับเรื่องสวัสดิการที่ Minor Food มีโปรแกรม “More You” ที่ประกอบไปด้วย 

  • My Strength ที่จะพูดถึงเรื่องของสุขภาพกาย เช่น ฟิตเนส หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เสริมสร้างสุขภาพให้พนักงาน

  • My Soul ที่จะพูดถึงสุขภาพจิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยเหลือสังคมหรือสายด่วนเพื่อให้พนักงานปรึกษาทางด้านอารมณ์ ความรู้สึก 

  • My Choice จะเป็นเรื่องที่พูดถึงเรื่อง การจัดการงานและสวัสดิการที่ยืดหยุ่น รวมถึงเรื่องการเงิน ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงที่ผ่านมาน้องบางคนอาจมีหนี้สินอยู่ My Choice ก็จะเข้าไปช่วงเรื่องการวางแผนและการให้ความรู้ในการจัดการ

  • Our World เป็นเรื่องของความเป็นอยู่ของพนักงานและคนรอบข้างที่ประกอบไปด้วย My Café, My Social Hour ที่พนักงานสามารถไปเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ในราคาพิเศษ หรือว่า My Privilege ที่พนักงานทุกคนใน Minor International สามารถใช้สิทธิพิเศษในการเป็นพนักงานได้เลยทั้งในส่วนโรงแรมหรือร้านอาหาร

 

สำหรับประกันภัยที่ Minor Food ทำให้พนักงานก็ครอบคลุมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าในช่วงที่เกิดสถานการณ์ COVID-19 หนัก ๆ ก็ซื้อประกันเพิ่มให้พนักงานส่งอาหาร หรือแม้กระทั่งพนักงานหน้าร้านที่เขามีความเสี่ยง Minor Food ก็ Monitor ทุกวันว่า Lockdown กี่โมง เขาถึงบ้านหรือยัง ใช้เวลาในการเดินทางแค่ไหน รวมทั้งมีการขอบคุณพนักงานหน้าร้าน เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าผู้บริหารเห็นคุณค่าและซาบซึ้งในการทำงานของพวกเขา อย่าง CEO ก็มีการทำคลิปวิดีโอสั้น ๆ ในการขอบคุณพวกเขา และก็มีโครงการหลาย ๆ โครงการในช่วง COVID-19 เช่น Food for Hero ที่มีอาหารให้ทานในช่วงเวลานั้น 

 

ทักษะสำคัญที่คนทำงานควรมี จากพี่เบน CPO ของ Minor Food

Minor Food เป็นองค์กรที่เก่งในเรื่อง Operational Excellence เพราะหากมองย้อนกลับไป ที่นี่มีกระบวนการสร้างคนที่ดีมาก ๆ มีการสร้างมาตรฐานเดียวกันในทุก ๆ สาขา แต่ในวันนี้เองต้องบอกว่ามันมีหลายเรื่องที่เข้ามาทำให้ทักษะต้องเปลี่ยนไป ทำให้คนทำงานต้องมี “6 Capabilities” คือ

  • Operation Excellent

  • People

  • Customer Centricity

  • Business and Finance

  • Innovation

  • Digital

โดยทั้งหมดนี้คือ 6 Capabilities ที่ Minor Food กำลังผลักดันมากขึ้น เพื่อปิดช่องว่างในการทำงาน ซึ่งวันนี้ใน Minor Food ก็มีอยู่แล้วกว่า 80% 

 

Oh My Job! Podcast ออนไลน์ทุกวันอังคาร ติดตามได้ในช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

 

ติดตามบทความอื่น ๆ จากรายการ Oh My Job! Podcast ได้ที่นี่

 

JobThai Mobile Application หางานง่าย สมัครงานง่าย ได้งานที่ใช่ โหลดเลย

iOS

Android

Huawei AppGallery

 

 
JobThai Official Group เพื่อการหางาน หาคน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน
Public group · 92,500 members
Join Group
 

 

tags : jobthai, งาน, หางาน, สมัครงาน, minor food, minor, minor international, omj, oh my job, podcast, เด็กจบใหม่, นักศึกษาจบใหม่, careervisa, oh my job!, omj podcast, covid-19, ธุรกิจอาหาร



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม