Google กับปฏิบัติการค้นหาวิธีการสร้างสุดยอดทีม

Google กับปฏิบัติการค้นหาวิธีการสร้างสุดยอดทีม
08/01/19   |   411   |  

ในโลกการทำงานทุกวันนี้ทีมเวิร์กกลายเป็นสิ่งสำคัญที่หลายบริษัทหันมาให้ความสนใจมากขึ้น โดยทุกคนต่างมีความเชื่อว่าพลังของการทำงานร่วมกันนั้นจะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ ซึ่ง Google บริษัทผู้พัฒนาเสิร์ชเอนจินชื่อดังของโลกก็ได้พยายามคิดหาแนวทางอย่างจริงจังว่าทำอย่างไรถึงจะสร้างสุดยอดทีมขึ้นมาได้ จึงกลายเป็นที่มาของโปรเจกต์อริสโตเติล (Google’s Project Aristotle) ซึ่งใช้เวลาร่วมสามปีในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์พนักงาน 200 กว่าคน รวมถึงศึกษาพฤติกรรมการทำงานของทีมกว่า 180 ทีมในกูเกิลว่าทำไมบางทีมจึงประสบความสำเร็จ แต่ทำไมบางทีมกลับทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร

 

 

  • ผลลัพธ์จากโปรเจกต์อริสโตเติลสรุปออกมาว่า 5 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จคือ ความรู้สึกปลอดภัยในเชิงจิตวิทยา ความเชื่อมั่นภายในทีม ความเข้าใจในภาพรวมการทำงาอย่างชัดเจน ความหมายของงาน และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากงานที่ทำ
  • ความรู้สึกปลอดภัยในเชิงจิตวิทยา หรือการที่สมาชิกในทีมกล้านำเสนอความคิดโดยไม่รู้สึกกลัว เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ซึ่งการที่ทีมจะเป็นแบบนั้นได้ต้องเกิดจากความไว้วางใจกัน
  • การสนับสนุนการแสดงความคิดเห็นของคนอื่น รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว แสดงให้คนอื่นเห็นถึงความไม่สมบูรณ์แบบในตัวคุณ และหาทางแก้ปัญหาก่อนการหาคนผิด คือเคล็ดลับที่จะทำให้ทีมเปิดใจให้กันมากขึ้น

 

 

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าทีมที่ประกอบไปด้วยสมาชิกที่มีความสามารถ ก็น่าจะเป็นสุดยอดทีมได้แล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการนี้กลับไม่ได้แสดงให้เห็นว่าความสามารถนั้นสำคัญที่สุด หากปัจจัยหลักที่ทำให้ประสบความสำเร็จนั้นมาจากพฤติกรรมการพูดคุยสื่อสารกันในทีมมากกว่า โดย Google ได้ทำการสรุปผลลัพธ์ที่น่าสนใจออกมาทั้งหมด 5 ข้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บางทีมประสบความสำเร็จมากกว่าทีมอื่น ๆ ในองค์กร

  1. ความรู้สึกปลอดภัยในเชิงจิตวิทยา (Psychological Safety) : สมาชิกในทีมกล้าที่จะนำเสนอความคิดต่อสมาชิกในกลุ่มโดยไม่รู้สึกกลัวหรือพะวง ว่าความคิดของเราจะถูกคนอื่นวิจารณ์หรือทำให้อับอาย
  2. ความเชื่อมั่นภายในทีม (Dependability) : สมาชิกในทีมมีความเชื่อมั่นว่าสมาชิกคนอื่นสามารถทำงานทันเวลาที่กำหนดและงานมีคุณภาพ
  3. ความเข้าใจในภาพรวมการทำงานอย่างชัดเจน (Structure & Clarity) : สมาชิกในทีมรับทราบถึงเป้าหมาย เข้าใจแผน และรู้หน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน
  4. ความหมายของงาน (Meaning of Work) : สมาชิกในทีมแต่ละคนรู้สึกว่างานที่ทำอยู่นั้นมีคุณค่าและมีความหมายต่อตัวพวกเขาและต่อองค์กรด้วย
  5. ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากงานที่ทำ (Impact of Work ) : สมาชิกในทีมมีความเชื่อว่างานของพวกเขามีความสำคัญและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

 

โดย Google มองว่า เรื่อง Psychological Safety เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดและยังเป็นรากฐานที่แข็งแรงสำหรับอีก 4 ข้อที่เหลือด้วย ยกตัวอย่างง่าย ๆ เวลานำเสนอไอเดียออกไปแล้วถูกสมาชิกคนอื่นไม่ให้ความสนใจ หรือแสดงออกให้เรารู้ว่าพวกเขาไม่ถูกใจ จนเรารู้สึกไม่กล้าที่จะคิด ไม่กล้าทำ และไม่กล้าเสนอสิ่งใหม่ ซึ่งถ้าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเป็นประจำก็จะส่งผลให้ทีมขาดการพัฒนาและย่ำอยู่กับที่ต่อไป ในทางกลับกันผลวิจัยบอกว่ายิ่งสมาชิกในทีมกล้าคิด กล้าทำ โดยไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะหัวเราะเยาะหรือวิจารณ์การกระทำของเรา ก็จะมีผลดีเกิดขึ้นกับทีมอีกหลายด้าน เช่น

  • ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกจะดีขึ้น
  • สมาชิกจะกล้ายอมรับผิดมากขึ้น
  • สมาชิกในทีมเหล่านี้จะมีเปอร์เซ็นต์การลาออกน้อยลง
  • สมาชิกในทีมพร้อมที่จะเปิดรับความคิดที่แตกต่าง รวมถึงกล้าที่จะเสนอความคิดที่แปลกใหม่มากขึ้น

 

JobThai เชื่อว่าการที่ทีมจะเป็นแบบนั้นได้ต้องเกิดจากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในทีม ทุกคนจะต้องมีความไว้วางใจกัน สื่อสารกันมากขึ้นทั้งเรื่องงานและเรื่องทั่วไป เราจึงขอเสนอเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คนส่วนใหญ่เปิดใจให้กันมากขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทีมดียิ่งขึ้น

 

แสดงออกให้คนอื่นรู้ถึงความไม่สมบูรณ์แบบในตัวคุณ

เป็นปกติที่คนเราเลี่ยงที่จะพูดถึงความผิดพลาด หรือเรื่องราวน่าอับอายของตัวเอง แต่ถ้าคุณลองเล่าให้เพื่อนร่วมทีมฟังถึงประสบการณ์ความผิดพลาดที่คุณเคยทำก็อาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่ง เพราะมันเหมือนเป็นการแสดงออกให้เห็นว่าไม่ว่าใครจะเก่งแค่ไหน แต่ข้อผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้ และยิ่งไปกว่านั้นสมาชิกในทีมจะเริ่มรู้สึกว่าเรากล้าที่จะเปิดเผยเรื่องราวที่น่าอับอายให้พวกเขาฟัง แสดงว่าคุณก็ค่อนข้างไว้ใจพวกเขาพอสมควรเลย

 

สนับสนุนการแสดงความคิดเห็น

ไอเดียดี ๆ มากมายอาจจะถูกเก็บไว้โดยที่ไม่ได้ถูกนำเสนอออกมาเพียงเพราะคนคิดไอเดียนั้นกลัวว่าสิ่งที่พูดไปจะกลายเป็นเรื่องตลกหรือกลัวว่าจะถูกวิจารณ์ จนความคิดเหล่านั้นหายไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นคุณอาจต้องพยายามปลูกฝังความคิดให้คนในทีมว่าการเสนอไอเดียที่อาจผิดพลาด ยังดีเสียกว่าการไม่ยอมเสนออะไรเลย

 

เมื่อเกิดปัญหา หาทางแก้ก่อนหาคนผิด

คงไม่ดีแน่ถ้าทุกครั้งที่เกิดปัญหาขึ้นแล้วทุกคนมัวแต่จ้องหาคนผิดแทนที่จะเอาเวลาไปหาทางแก้ เพราะการตำหนิไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นแถมยังจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิมด้วย และคนก็จะเริ่มกลัวที่จะผิดพลาด จนอาจส่งผลให้ยึดติดกับการทำสิ่งเดิมที่คิดว่าอย่างไรก็ปลอดภัย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาของทีม แน่นอนเรื่องใหม่ย่อมเป็นเรื่องเสี่ยง แต่อย่าลืมว่าถ้าไม่เสี่ยงทุกอย่างก็จะอยู่ที่เดิม

 

แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัว

ทีมใน Google ที่ประสบความสำเร็จหลายทีม ใช้วิธีเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่เกิดขึ้นในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมาให้กับสมาชิกคนอื่นฟังในช่วงแรกของการประชุม ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เรารู้จักเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น โดยเฉพาะในมุมอื่นที่นอกเหนือจากเรื่องงาน และบางครั้งก็ทำให้เราอยากเล่าเรื่องให้คนอื่นฟังบ้างเหมือนกัน ไม่แน่ว่าจากเพื่อนร่วมงานอาจจะกลายเป็นเพื่อนแท้ในชีวิตจริงเลยก็ได้ถ้าดันคุยกันแล้วเจอเรื่องที่สนใจเหมือนกันพอดี

 

เราเชื่อว่าทีมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยกันขับเคลื่อนให้เกิดความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ ซึ่งความสำเร็จอาจจะไม่ได้มาจากความสามารถเท่านั้นมันยังเกิดจากความไว้วางใจกัน รวมถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสมาชิกในทีมด้วย

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

 

ที่มา:

officevibe.com

nytimes.com

rework.withgoogle.com

tags : career & tips, คนทำงาน, เคล็ดลับการทำงาน, การทำงานเป็นทีม, google, การพัฒนาตัวเอง



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม