Career Insight: ควรปฏิบัติตัวแบบไหนถ้าเราอยากเติบโตในสายงาน

Career Insight: ควรปฏิบัติตัวแบบไหนถ้าเราอยากเติบโตในสายงาน
09/11/18   |   1.3k   |  

โลกปัจจุบันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าที่พี่คาดคิดไว้เยอะเลยค่ะ ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกแห่งการแข่งขัน ในวัยเด็กเราแข่งกันเรื่องของเล่น พอโตมาอีกนิดเราก็แข่งกันเรื่องเรียน จนถึงวัยที่ต้องเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน ต้องยอมรับว่างานไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันอีกต่อไป แต่มันหมายถึงการยอมรับจากคนรอบข้าง ไปจนถึงเรื่องปากท้องของตัวเองและครอบครัว ไม่นานมานี้พี่เพิ่งได้รับคำถามมาจาก User ของ JobThai ที่ส่งเข้ามาทาง LINE: @JobThai เขาถามเข้ามาว่าอยากจะได้คำแนะนำที่จะทำให้เธอเติบโตในสายงานได้ดี ซึ่งพี่คิดว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนน่าจะอยากรู้ พี่เดือนเองจึงอยากมาแชร์ความคิดเห็นของพี่ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

 

พี่เชื่อว่าคนเราจะเติบโตในสายงานต่าง ๆ ได้ดีต้องอาศัยทักษะหรือ Skills ที่แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ก็คือ Hard Skills คือความรู้ความสามารถในด้านการทำงาน กับ Soft Skills ที่เป็นทักษะทางด้านอารมณ์ สังคม ซึ่งในการคัดเลือกคนเข้าทำงาน สิ่งที่จะทำให้เราโดดเด่นจนได้คัดเลือกเข้าทำงาน ก็คือทักษะทางด้าน Hard Skills เป็นหลัก ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ได้จากการที่เราเรียนหนังสือหรือศึกษาเพิ่มเติม แต่ทักษะทางด้านอารมณ์ สังคม หรือ Soft Skills เนี่ยแหละที่จะสามารถทำให้เราเติบโต เฉิดฉายในที่ทำงานได้ ซึ่ง JobThai เคยทำการสำรวจร่วมกับ CareerVisa Thailand ในการสำรวจกลุ่มคนทำงานกว่า 1000 คน และองค์กรต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งให้ความคิดเห็นว่าคนเติบโตในสายงานได้ดี จนเรียกได้ว่าเป็น Star ขององค์กรจะมี 7 คุณสมบัติดังต่อไปนี้

 

การที่จะเติบโต เฉิดฉายในที่ทำงานได้ เราต้องเป็นคนที่มีความคิดที่จะก้าวไปข้างหน้า

มองงานหรือหน้าที่ต่าง ๆ เป็นความท้าทาย เป็นโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มากกว่ามองว่าเป็นปัญหา

 

Growth Mindset (คิดก้าวหน้า) การที่จะเติบโต เฉิดฉายในที่ทำงานได้ เราต้องเป็นคนที่มีความคิดที่จะก้าวไปข้างหน้า มองงานหรือหน้าที่ต่าง ๆ เป็นความท้าทาย เป็นโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มากกว่ามองว่าเป็นปัญหา รวมถึงต้องคิดบวกอยู่ตลอดเวลา พี่ว่านี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก นอกจากจะมีความคิดที่ก้าวหน้าแล้ว การเป็น Visionary Planner (วิสัยทัศน์กว้างไกล) ก็สำคัญไม่แพ้กัน การเป็นคนที่มองการณ์ไกล มองภาพใหญ่ มากกว่าที่จะมองเหตุการณ์แค่ระยะข้างหน้าสั้น ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่า เรามีศักยภาพที่จะเติบโตได้

 

คุณสมบัติต่อมาที่คนที่จะเติบโตได้ควรจะต้องมี คือ Totally Committed (เต็มที่กับงาน) การที่จะเติบโตและก้าวหน้าได้ แน่นอนว่าต้องเต็มที่กับงานที่เราทำ ได้โจทย์อะไรมาก็ต้องทุ่มเทให้กับมัน และคิดว่าต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่มันสามารถดีได้ สิ่งต่อไปคือการเป็น The Connector (มือประสานขั้นเทพ) พี่เดือนเชื่อว่าไม่มีใครทำงานคนเดียวโดยสมบูรณ์ได้ งานทุกประเภทต้องมีการประสานงานกับคนอื่นหรือแผนกอื่น ซึ่งพี่คิดว่าทักษะการประสานงาน หรือบริหารจัดการเป็นทักษะที่เฉพาะตัวมาก ต้องเกิดจากการฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ สอดคล้องกับคุณสมบัติก่อนหน้า นอกจากจะมีความสามารถที่โดดเด่นแล้ว ก็ยังจะต้องเป็นคนที่มีน้ำใจด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คือการเป็น Reliable Helper (พึ่งพาได้) การมีน้ำใจในที่นี้ รวมไปถึงการที่เราจะต้องทำตัวให้ดูน่าเข้าหา และน่าพึ่งพาในยามที่ผู้อื่นมีเรื่องที่ต้องปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือด้วยนะคะ

 

พี่คิดว่าการเป็นคนที่ซื่อสัตย์มันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคมอยู่แล้ว

ไม่ใช่เฉพาะในที่ทำงานเท่านั้น ความซื่อสัตย์เป็นอุปนิสัยหนึ่งที่คนทุกคนควรมี”

 

 

The Honest (ซื่อสัตย์) พี่คิดว่าการเป็นคนที่ซื่อสัตย์มันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคมอยู่แล้วไม่ใช่เฉพาะในที่ทำงานเท่านั้น ความซื่อสัตย์เป็นอุปนิสัยหนึ่งที่คนทุกคนควรมี ไม่ว่าคุณจะมีความสามารถมากแค่ไหน หากขาดความซื่อสัตย์ องค์กรก็ไม่สามารถไว้ใจคุณได้ และสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้เราโดดเด่นได้อย่างแน่นอน ก็คือ The Beyond (เกินความคาดหวัง) การที่เราทำอะไรได้เกินความคาดหมาย ทำงานให้ได้มากกว่าที่ได้รับมา เช่น เค้าสั่งมา 10 แต่เราทำ 12 สร้างความเซอไพรซ์ให้แก่คนที่มอบหมายงานเรา นี่จะเป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งที่ทำให้เราสามารถเฉิดฉายและโตได้อย่างรวดเร็วในสายงานที่เราทำ

 

โดยสรุปแล้ว การที่เราจะเติบโตและโดดเด่นในสายงานต่าง ๆ พี่ว่ามันก็ต้องมีทั้งสองอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Hard Skills หรือ Soft Skills ซึ่งเหนือสิ่งอื่นใด พี่คิดว่า ถ้าหากเราทุ่มเทกับสิ่งที่เราทำอย่างเต็มที่ เราก็สามารถเติบโตได้ดีในทุก ๆ สายงานได้อย่างแน่นอนค่ะ

 

“ถ้าสายงานไม่มีทางให้โตแล้วเราควรจะทำอย่างไรดี?”

 

ก่อนอื่นจะต้องถามก่อนว่า จริง ๆ แล้วเราไม่โตเพราะอะไร เราอาจไม่โตเพราะเราไม่มี Hard Skills หรือ Soft Skills ที่พี่กล่าวมาข้างต้นรึเปล่า และถ้าหากเราไปฝึกฝีมือทั้งสองด้านมา เรายังจะพัฒนาไปต่อได้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้างานเราต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่สามอื่น ๆ แต่ภาษาเรายังไม่ดี ถ้าเราไปเรียนเพิ่ม มันจะทำให้เราโตขึ้นได้อีกรึเปล่า

ถ้าหากเราพยายามพัฒนาทักษะทุกทักษะเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว แต่เราก็ยังไม่เจอทางเดินต่อไปข้างหน้า

ก็อาจจะต้องยอมรับว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนงานหรือสายงาน”

 

แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากเราพยายามพัฒนาทักษะทุกทักษะเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ Soft หรือ Hard Skills อุทิศทั้งกายและใจไปให้กับงานนั้น แต่เราก็ยังไม่เจอทางเดินต่อไปข้างหน้า ก็อาจจะต้องยอมรับว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนงานหรือสายงาน และที่สำคัญต้องค้นหาตัวเองให้เจอ ว่าเราชอบทำอะไร อย่างตัวพี่เอง พี่จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์มา แต่พอได้มีโอกาสไปฝึกงาน ก็ได้รู้ตัวเองว่าเราไม่ชอบด้านนี้จริง ๆ ก็จึงตัดสินใจเปลี่ยนสายงาน

 

สุดท้ายแล้ว คำตอบที่ง่ายที่สุดก็คือ ถ้าสายงานที่เราอยู่มันไม่มีทางโตต่อได้แล้วจริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องทำต่อไป พี่เชื่อว่าในปัจจุบันนี้มีอาชีพอื่น ๆ อีกมากมายที่เราสามารถทำได้ และสิ่งสำคัญที่สุดมันก็ต้องย้อนไปถามตัวเองอยู่ดี ว่าเราทำเต็มที่แล้วหรือยัง และเราชอบสิ่งที่ทำอยู่ไหม นั่นคือคำตอบค่ะ

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงานที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิด

เพิ่มเพื่อน

tags : คนทำงาน, หางาน, career&tips, career insight, เคล็ดลับคนทำงาน, เติบโตในสายงาน, ความสำเร็จ



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม