เทคโนโลยีและอนาคตของประเทศไทย ที่คนทำงานและองค์กรควรรู้จากงาน CTC2022

เทคโนโลยีและอนาคตของประเทศไทย ที่คนทำงานและองค์กรควรรู้จากงาน CTC2022
30/06/22   |   681   |  

 

 

งาน CTC2022 (Creative Talk Conference 2022) ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ในธีม The Future of Everything ได้รวบรวม Speakers จากหลายอุตสาหกรรม ขึ้นมาพูดคุยพูดถึงเทรนด์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา รวมไปถึงเทรนด์ในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยใน Session “How Technology Could Transform Thailand to Creative Economy Country” ก็ได้รับเกียรติจากคุณท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Founder & Group CEO “บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (Bitkub)” แพลตฟอร์มด้านการซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Crypto Currency ที่เรารู้จักกัน และ JobThai จะมาสรุปใจความสำคัญใน Session นี้ให้ทุกคนได้มาอัปเดตในเรื่อง “เทคโนโลยีที่จะมาช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้กลายเป็นเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์” 

 

ติดตามบทความจากงาน CTC Creative Talk Conference 2022 ทั้งหมดได้ ที่นี่

 

เทคโนโลยี ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัทเดินหน้าต่อ

 เทคโนโลยีและอนาคตของประเทศไทย ที่คนทำงานและองค์กรควรรู้จากงาน CTC2022_เทคโนโลยี ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บริษัทเดินหน้าต่อ

 

ทุก ๆ บริษัทในปัจจุบันล้วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอยู่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่มีบริษัทไหนที่ไม่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งถ้าดูตามสถิติ 2 ปีที่ผ่านมา เราจะสังเกตได้จากบริษัทส่วนใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจแบบ Offline จะต้องตัดต้นทุน ตัดราคา หรือให้พนักงานออก เพราะปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19เข้ามาโดยไม่ได้ตั้งตัว แต่ในทางกลับกันบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีนั้นเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

 

ซึ่งในขณะที่วิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสเกิดขึ้น มีคนเอเชียกว่า 70 ล้านคน ที่เป็น Internet User หน้าใหม่เพิ่มขึ้นมาภายในระยะเวลา 2 ปี และทุก ๆ 9 ใน 10คน เป็น Digital Consumer (ผู้บริโภคยุคดิจิทัล) ที่ใช้จ่ายสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเหตุผลว่าบริษัทที่รองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะสามารถปรับตัวได้ในอนาคต และในทางกลับกันบริษัทที่ไม่ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ภายใน 10ปี ข้างหน้า บริษัทเหล่านั้นกว่า 40% จะหายไป 

 

Digital Wealth ธุรกิจแห่งอนาคตที่ห้ามมองข้าม

การที่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งชาวสวิตเซอร์แลนด์ ใช้เวลาเพียง 10 ปี นับตั้งแต่เปิดบริษัทในปี 2009 และภายในปี 2012 ถึงปัจจุบัน เขาสามารถขึ้นมาเป็นคนที่รวยที่สุดได้ ด้วยธุรกิจ Digital Payments หรือการที่ประชากรจีน กลุ่มคนที่มีกำลังในการซื้อขายมากที่สุดในโลก แทบจะไม่ใช้เงินที่เป็นกระดาษตั้งแต่ปี 2014 แต่เปลี่ยนมาใช้บริการของ Alipay แทน โดย Digital Economy มีสัดส่วนมากถึง 40% ของ GDP ในประเทศจีน เป็นหลักฐานที่ดีเกี่ยวกับคำว่า “Digital Wealth” และทุก Data Point ก็กำลังบอกกับเราว่า Digital Wealth คือ Global Opportunities ใหม่  

 

ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เราจะเริ่มคุ้นชินกับคีย์เวิร์ดสำคัญอย่างคำว่า “Digital Wealth” และคำนี้จะมีบทบาทมากขึ้น ในหัวข้อนี้คุณท็อปยังตัวอย่างของ Bitkubบริษัทน้องใหม่ที่เพิ่งจดทะเบียนบริษัทเพียง 4 ปี แต่สามารถขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศไทยได้ เหตุผลก็เพราะมาจากการทำธุรกิจ Digital Wealth เหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันกระแสของโลกได้เปลี่ยนไป ทุกบริษัทจึงต้องปรับตัว และเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในทิศทางเหล่านั้น

บริษัทในประเทศไทยจะต่อสู้กับเงินเฟ้อได้ยังไง?

 

เทคโนโลยีและอนาคตของประเทศไทย ที่คนทำงานและองค์กรควรรู้จากงาน CTC2022_บริษัทในประเทศไทยจะต่อสู้กับเงินเฟ้อได้ยังไง?

 

หลายคนคงเห็นข่าวกันมาบ้างแล้วว่า ในปีนี้เงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาสูงที่สุดในรอบ 40 ปี ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณท็อปก็กล่าวว่าทางรอดของบริษัทในประเทศไทยในระยะสั้นคือ การลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกและประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด ส่วนในระยะยาวสิ่งที่บริษัทควรทำคือต้องเน้นไปที่การสร้าง “Productivity” โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย พัฒนาเรื่องการศึกษา และพัฒนาบุคลากรควบคู่กัน

 

นอกจากนี้ในอนาคต วิธีการทำงาน การแชร์ข้อมูล หรือการตัดสินใจ หลาย ๆ บริษัทจะกลายเป็น Data Driven Company คือการทำงานและตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ด้วยข้อมูลทั้งหมด แต่กว่าจะทำได้ อย่างแรกบริษัทเหล่านั้นต้องมี Big Data ซึ่งถ้าเราเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เราจะสามารถทำเท่าเดิมแต่มีผลลัพธ์มากขึ้น (We can do MORE with LESS) เปรียบเทียบได้ง่าย ๆ อย่างการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบรรยายครั้งนี้ นอกจากคนที่เดินทางมาฟังในงานแล้ว ยังเพิ่มผู้ชมทั่วประเทศที่สามารถดูทาง Online ได้ 

 

4 เทรนด์ที่คนทำงานในอนาคตต้องทำความเข้าใจ

เราจะเห็นได้ว่า โลกการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากใน 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลกการทำงานไปแบบช้า ๆ และจะมาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของทุกคน

  • Internet from the Sky ในอนาคตการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการเข้าถึงไฟฟ้าจะเป็น Basic Human Right หรือสิทธิพื้นฐานที่เราควรได้รับ ทุกคนสามารถใช้งานได้ฟรี ผ่านอินเทอร์เน็ตจากท้องฟ้า “Internet from the Sky”

  • The Way We Work การทำงานที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในออฟฟิศอีกต่อไป(Decentralization) สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันคนทำงานหลายคนได้เริ่มรูปแบบการทำงานแบบ Flexibility กันบ้างแล้ว

  • Sharing Economy การเข้าถึงเทคโนโลยีชั้นนำ ในรูปแบบ ‘Subscription-based Model’ ที่บริษัทขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องซื้อขาด Tools ในการทำงานด้วยราคาที่สูงอีกต่อไป

  • Nano Economic หรือ Nano Contract เทคโนโลยีที่ช่วยปลดล็อค Micro Payments ทำให้สามารถโอนเงินจำนวนน้อยข้ามประเทศได้โดยใช้ Digital Currency หรือสกุลเงินดิจิทัลด้วยต้นทุนที่ต่ำ

 

เทคโนโลยีและอนาคตของประเทศไทย ที่คนทำงานและองค์กรควรรู้จากงาน CTC2022

 

นอกจากนี้คุณท็อปยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า หากประเทศไทยมีนโยบายที่ถูกต้องเมื่อไหร่ เราจะโกยความมั่งคั่งจากเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ Digital Wealth มาชดเชย 50 ปีที่ผ่านมา และเราจะหลุดจากประเทศรายได้ปานกลางทันที ขอแค่เราเข้าใจทิศทางของโลก ว่าโลกกำลังเดินไปในทิศทางไหน และค่อยเปลี่ยนตัวเอง อย่างที่เราทราบกันว่าประเทศไทยเคยเป็น Detroit of Asian เป็นแหล่งผลิตรถยนต์ส่งออกของเอเชีย แต่นั่นคือกฎเก่าที่เราไม่สามารถใช้ได้ตลอด Flagship ต่อไปของประเทศไทยจึงไม่ควรเป็น Amazing Thailand และไม่ควรเป็น Detroit of Asian แต่ควรเป็น Digital Hub ของ Asian ให้ได้ เพื่อดึงดูดเทคโนโลยี นวัตกรรม และคนเก่ง ๆ เข้าประเทศ

ติดตามอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับ CTC2022 ได้ตามช่องทางเหล่านี้

 

 

JobThai Official Group เพื่อการหางาน หาคน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน

 

tags : jobthai, งาน, หางาน, สมัครงาน, ctc, ctc2022, ctctalk, เทคโนโลยีและอนาคตของประเทศไทย, bitkub, ท็อป จิรายุส, เทคโนโลยี, ทำงาน, การทำงาน, คนทำงาน, career & tips, เคล็ดลับการทำงาน, ทักษะ, ai ในโลกการทำงาน, automation, robotics, หุ่นยนต์, โลกอนาคต, cryptocurrency, artificial intelligence



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม