เคยรู้สึกไหมว่าหัวหน้าแบ่งงานให้เรามากเกินไป

เคยรู้สึกไหมว่าหัวหน้าแบ่งงานให้เรามากเกินไป
08/02/18   |   7.2k   |  

ในขณะที่หลาย ๆ คนเดินทางกลับถึงบ้านนั่งทานข้าวกับครอบครัว นฤบดินทร์ยังคงอยู่ที่ออฟฟิศนั่งทำงานด้วยความเหนื่อยล้า แม้ว่าสลิปเงินเดือนของเขาจะเต็มไปด้วยเงินโอทีจำนวนไม่น้อย แต่ตัวเลขเหล่านั้นกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีเลย เพราะนอกจากสุขภาพจิตจะเสียแล้ว การทำงานแบบนี้อาจส่งผลเสียต่อร่างกายเขาอีกด้วย

เคยเจอสถานการณ์แบบนี้กันบ้างไหม ที่รู้สึกสงสัยว่าทำไมงานของเราถึงเยอะจนทำแทบไม่ทัน แถมยังต้องเลิกงานดึกเกือบทุกวันด้วย หลายครั้งก็ยุ่งเสียจนทำงานผิดพลาดและต้องเสียเวลาไปกับการแก้งาน ในขณะที่เพื่อนร่วมงานทำงานสบาย ๆ และกลับบ้านตรงเวลาตลอดจนเราอดคิดไม่ได้ว่าหัวหน้าแบ่งงานได้ไม่เป็นธรรมเอาเสียเลย ซึ่งหลายคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้มักจะเกรงใจไม่กล้าพูดและได้แต่เก็บความอัดอั้นตันใจไว้ จนสุดท้ายผลเสียก็ตกอยู่ที่ตัวเราที่ทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ นานวันเข้าก็ทำให้ขาดแรงจูงใจที่จะมาทำงาน และนำไปสู่การลาออกในท้ายที่สุด ซึ่งในกรณีแบบนี้สิ่งที่เราควรทำคือการพูดคุยกับหัวหน้าโดยตรง

แต่ก่อนที่เราจะเดินไปบอกหัวหน้าว่างานเราเยอะเกินไป เราจะต้องพิจารณาสถานการณ์ให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นเราอาจจะกลายเป็นคนไม่มีสปิริตในสายตาของหัวหน้าไปเลย

 

 

  • การที่หัวหน้ามอบหมายงานให้เราเยอะเกินไปอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เราอาจจะเป็นคนที่หัวหน้าไว้ใจที่สุดเลยได้งานเยอะที่สุด หรือหัวหน้าอาจจะแบ่งงานให้เราเยอะไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว
  • ก่อนที่จะไปแจ้งหัวหน้าเราควรพิจารณาก่อนว่า ที่เราเลิกดึกหรือรู้สึกว่างานเยอะ เป็นเพราะเราจัดการงานได้ไม่ดี หรือ เราขาดทักษะในการทำงานจนทำให้รู้สึกงานเยอะรึเปล่า
  • ถ้ามั่นใจแล้วว่างานเยอะเกินไปจริง ๆ สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนไปคุยกับหัวหน้าคือ ภาระงานต่าง ๆ ที่คุณรับผิดชอบ เวลาที่ใช้ในแต่ละงาน และงานที่รู้สึกว่ากินเวลาและสร้างปัญหาให้คุณมากที่สุด

 

 

 

การแบ่งงานไม่เท่าเทียมกันอาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่มักจะเกิดจาก

  • คุณเป็นคนที่หัวหน้าไว้ใจ งานจึงตกมาอยู่ที่คุณเสียเยอะ
  • บางครั้งมีคนลาออกไปและบริษัทยังไม่ได้หาคนมาทำแทน
  • องค์กรมีการขยายตัวงานเยอะขึ้น แต่ยังไม่ได้รับสมัครคนเพิ่ม
  • มีสมาชิกในทีมไม่สามารถทำงานได้เป็นเวลานาน เช่น ลาคลอด ลาบวช หรือลาป่วย
  • หัวหน้างานแบ่งงานได้ไม่เป็นธรรมจริง ๆ (แต่เขาอาจจะไม่รู้ตัว)

 

ก่อนไปคุยกับหัวหน้าเราต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่า

  • เรางานเยอะกว่าคนอื่นจริงหรือเพียงแค่เราจัดการงานได้ไม่ดี
  • เรามีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการเวลา หรือเราทำงานช้ากว่ามาตรฐานหรือไม่
  • สังเกตเพื่อนคนอื่นว่าเขามีงานอะไรบ้าง มีเทคนิคอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ที่ทำให้พวกเขาทำงานเสร็จเร็ว

 

ถ้ามั่นใจแล้วว่างานเยอะเกินไป เราต้องเตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ให้ครบก่อนคุยกับเจ้านาย

  • งานทั้งหมดที่คุณรับผิดชอบโดยจัดลำดับความสำคัญของงานไว้ให้พร้อม
  • แต่ละงานคุณต้องใช้เวลามากขนาดไหน
  • งานส่วนไหนที่คิดว่าเป็นปัญหาและกินเวลาคุณมากที่สุด

 

ได้เวลาเปิดอกคุยกับเจ้านาย

เมื่อมั่นใจแล้วว่างานที่คุณรับผิดชอบนั้นมากเกินไปจริง ๆ ก็ถึงเวลาที่เราต้องขอเข้าพบหัวหน้า พยายามอธิบายให้เห็นว่างานตรงส่วนไหนที่เป็นปัญหาและส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของคุณ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อไปยังเพื่อนร่วมงานและองค์กรด้วย อย่าพูดว่างานของเราควรแบ่งให้ใครบ้าง หรือบอกหัวหน้าว่าเพื่อนร่วมทีมบางคนงานเบาเกินไป เพราะมันไม่ใช่หน้าที่ที่คุณต้องตัดสินใจ และมันจะทำให้คุณดูไม่ดีด้วย

 

คิดในแง่ดี

เราไม่สามารถคาดหวังว่าทุกคนจะได้งานที่เท่าเทียมกันจริง ๆ เพราะงานบางอย่างต้องการความสามารถและประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจง โดยที่เราอาจเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นั้น ซึ่งถ้าคิดว่าเรายังสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ได้พัฒนาตัวเอง และเป็นการสร้างผลงานด้วย  

JobThai เชื่อว่าการทำงานร่วมกันอาจจะมีบ้างที่ต้องทำงานมากกว่าคนอื่น บางทีมีคนป่วยหรือต้องลากิจไปทำธุระส่วนตัว ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของทีมที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อรับผิดชอบงานส่วนนั้นให้ดีที่สุด

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

 

ที่มา : 

work.chron.com

tags : career & tips, การทำงาน, เคล็ดลับการทำงาน, jobthai, การบริหารเวลา



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม