6 เคล็ดลับ วางแผนเกษียณสุข (ฉบับมนุษย์เงินเดือน)

6 เคล็ดลับ วางแผนเกษียณสุข (ฉบับมนุษย์เงินเดือน)
08/09/20   |   462   |  

วิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ดีขึ้นทำให้ผู้คนมีอายุที่ยืนยาวนานมากขึ้น แต่คนทำงานเองก็ยังมีช่วงเวลาที่จะสามารถทำงานหาเงินได้ไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก มนุษย์เงินเดือนที่อยู่ในวัยกำลังสร้างเนื้อสร้างตัวจึงจำเป็นต้องมองการณ์ไกลรู้จักเก็บออมเงินเอาไว้เพื่อยามเกษียณอายุที่มีแนวโน้มว่าพวกเราจะอยู่ได้นานขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อสร้างเซฟชีวิตของเราให้มั่นคงและมีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณได้มากยิ่งขึ้น rabbit finance มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากกัน

 

1. ประมาณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ

เริ่มวางแผนและคิดคำนวณช่วงระยะเวลาที่จะเกษียณอายุว่าเหลืออีกกี่ปี เพื่อที่เราจะได้คำนวณค่าใช้จ่ายที่ต้องมีในภายภาคหน้า เช่น ถ้าคิดว่าอีก 10 ปีข้างหน้าจะเกษียณอายุแล้ว และคาดว่าหลังเกษียณอายุจะมีอายุยืนยาวอยู่ที่ประมาณ 75 - 85 ปี ต้องเริ่มคำนวณค่าใช้จ่ายว่ามีค่าอะไรบ้างจนถึงอายุ 85 ปี เช่น ค่าใช้จ่ายประจำวัน ค่าท่องเที่ยว ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น และต้องไม่ลืมบวกค่าครองชีพ หรืออัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทุกปีเข้าไปด้วย

 

2. วางแผนการเงินหลังเกษียณอายุ

ลองนั่งคิดคำนวณสำรวจแหล่งเงินได้หลังเกษียณอายุดูว่า ถ้าคุณเกษียณแล้วจะมีรายได้จากช่องทางไหนบ้าง และจะเพียงพอกับเงินออมที่เรามีอยู่หรือไม่ รวมถึงสวัสดิการของรัฐที่มีให้ในช่วงหลังเกษียณอายุครอบคลุมมากแค่ไหน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สวัสดิการจากกองทุนประกันสังคม เงินบำนาญของข้าราชการ เบี้ยยังชีพคนชรา และกองทุนรวม RMF - LTF - SSF เป็นต้น เพื่อจะได้ไม่ต้องลำบากในยามเกษียณอายุ หรือไม่เป็นภาระของลูกหลานอีกด้วย

 

3. ปรับแผนการลงทุนหลังเกษียณอายุ

เมื่อเริ่มลองคำนวณเงินได้ที่จะได้รับในช่วงหลังเกษียณอายุแล้วยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ควรเริ่มวางแผนออมเงินเพิ่มตั้งแต่วันนี้ก่อนที่จะถึงวันเกษียณ และหลังเกษียณจะได้มีเงินไว้ใช้จ่ายอย่างสุขสบาย เช่น อาจจะเริ่มหางานพิเศษทำเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ หรือปรับแผนการลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ถ้าเหลือระยะเวลาในการออมน้อยลงแล้ว ก็อาจจะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย เพื่อเป็นการรักษาเงินต้นให้คงอยู่นั่นเอง

 

 

4. ดูแลสุขภาพหลังเกษียณอายุให้แข็งแรง

การดูแลสุขภาพถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะช่วงวัยใดก็ตาม การออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง รวมถึงทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง โล่งสบาย ไม่เครียด ไม่วิตกกังวล รู้จักปล่อยวางในเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคร้ายที่จะตามมาด้วยเช่นกัน

 

5. ไม่ก่อหนี้สินเพิ่มหลังจากเกษียณอายุ

ในช่วงหลังจากเกษียณอายุควรลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นให้น้อยลง และไม่ก่อร่างสร้างหนี้เพิ่ม ควรลดการมีหนี้ เพราะเป็นวัยที่ไม่สามารถออกไปทำงานหารายได้เหมือนตอนสมัยที่ยังเป็นหนุ่มสาว ฉะนั้นแล้วการมีภาระหนี้สินก้อนใหญ่ ๆ อย่าง บ้าน รถ จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในช่วงวัยเกษียณได้ หรือแม้แต่หนี้บัตรเครดิตก็ไม่ควรสร้างขึ้น รูดไปเท่าไหร่ก็ชำระให้ครบถ้วนดีกว่านะคะ

 

6. ทำประกันชีวิตแบบบำนาญ ตัวช่วยในยามเกษียณ

การซื้อประกันชีวิตแบบประกันบำนาญถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ช่วงวัยเกษียณอายุ ที่จะช่วยสร้างความอุ่นใจแม้จะไม่ได้ทำงานแล้วก็ยังมีเงินใช้ เพราะจะได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบของความคุ้มครองชีวิตทั้งก่อนและหลังเกษียณอายุ ซึ่งถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีให้แก่ตัวเราเอง เพราะยิ่งถ้าเราทำประกันบำนาญเร็วเท่าไหร่ ยิ่งจะทำให้เรามีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณอายุมากยิ่งขึ้นด้วย

 

ทั้งนี้ ประกันชีวิตแบบประกันบำนาญเป็นการออมเงินรูปแบบหนึ่ง ที่ต้องออมตามกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขให้เป็นไปตามสัญญาของแต่ละกรมธรรม์ ซึ่งประกันบำนาญนั้นนอกจากจะมีความเสี่ยงต่ำแล้ว เงินต้นที่จ่ายไปแต่ละเดือนก็ยังจะคงอยู่ และยังนำสิทธิประโยชน์ไปลดหย่อนทางภาษีได้อีกด้วย

 

สำหรับผลตอบแทนนั้นจะได้รับเงินจำนวนแน่นอนทุกปีหลังเกษียณจนสิ้นสุดสัญญา ไว้ใช้จ่ายคล่องมือ ช่วยให้สามารถวางแผนการใช้เงินหลังเกษียณได้ง่ายขึ้น แถมยังมีวงเงินความคุ้มครองชีวิตให้ทั้งก่อนและหลังเกษียณอีกด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์

 

ประกันชีวิตแบบบำนาญไม่ใช่เรื่องไกลตัว ถ้าเริ่มวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ถือว่าเป็นหนทางช่วยสร้างความมั่นคงและอุ่นใจได้ สนใจทำประกันชีวิตแบบบำนาญ คลิก rabbit finance

 

บทความโดย rabbit finance

tags : jobthai, content partner, rabbit finance, การออมเงิน, เกษียณ, retirement, lifestyle, คนทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม