10 คติที่ทีมพัฒนา THiNKNET ยึดถือ แม้จะทำงานคนละที่ แต่มีเป้าหมายเดียวกัน

10 คติที่ทีมพัฒนา THiNKNET ยึดถือ แม้จะทำงานคนละที่ แต่มีเป้าหมายเดียวกัน
18/12/23   |   1.8k   |  

 

1. The Great Software Comes with Great Responsibility

2. Be Like a Championship Team

3. Eliminate Toil and Do the Automation

4. Make It Smart and Simple

5. Make Decision by Information

6. Continuous Improvement, Be the Better

7. Be Creative, Be Different, Be Brave

8. Accept All Problems

9. Keep Learning and Sharing

10. Work-Life, Harmonized

 

ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ภายใต้การทำงานรูปแบบ Hybrid Workplace ที่ให้อิสระพนักงานในการทำงานจากที่ไหนก็ได้ ทั้งหมดนี้ถือเป็นความท้าทายที่ทีม Engineer ของ THiNKNET กว่า 100 คนต้องพบเจอ ในบทความนี้ JobThai เลยจะพาทุกคนไปดูว่าอะไรที่ทำให้ชาว THiNKNET Engineer ที่มีทักษะ มีขอบเขตความรับผิดชอบ รวมถึงหน้าที่ที่แตกต่างกัน สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งเดียว และมีประสิทธิภาพ

 

JobThai Mobile Application หางานง่าย สมัครงานง่าย ได้งานที่ใช่ โหลดเลย

iOS

Android

Huawei AppGallery


มองเห็นเป้าหมายเดียวกันด้วย THiNKNET Engineer Principles

สิ่งที่หลอมรวมชาว THiNKNET Engineer พวกเขานิยามสิ่งนี้ว่า THiNKNET Engineer Principles หรือแนวทางปฏิบัติที่ทุกคนยึดถือไว้ โดยเกิดจากการร่วมมือของทุกคนที่ช่วยกันสร้างขึ้นมา ผ่านการออกความเห็น เสนอไอเดีย จากปัญหาที่เคยเจอหรือแนวคิดที่ได้จากการทำงานจริง และความต้องการผลักดันคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน เป็นข้อตกลง 10 ข้อในการปฏิบัติร่วมกันเพื่อเป็นไปตามวิสัยทัศน์ขององค์กร คือ มุ่งสร้างนวัตกรรมต่างๆ ที่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น 
ด้วยเทคโนโลยีและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

 

ทำความรู้จักและเจาะลึกการทำงานที่ THiNKNET ให้มากขึ้นได้ ที่นี่

 

1. The Great Software Comes with Great Responsibility

รู้ให้รอบด้าน มองให้ครอบคลุม เพราะทุกการแก้ไขมีผลกระทบเสมอไม่ว่ามากหรือน้อย และเพื่อให้คุณภาพของซอฟต์แวร์ที่ออกไปถึงมือผู้ใช้อย่างถูกต้องและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทดสอบจึงต้องถูกออกแบบและตกลงเอาไว้ร่วมกันตั้งแต่แรก เพื่อให้ทีมพัฒนาเห็นภาพ และใช้ในการทดสอบความถูกต้องได้ตลอดการพัฒนา เราจะให้ความสำคัญกับการออกแบบการทดสอบไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการออกแบบ Business Logic และพัฒนาวิธีการจัดการกับการทดสอบอยู่เสมอ

 

2. Be Like a Championship Team

การร่วมมือกันคือกุญแจสู่ความสำเร็จ ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของทีมแบบที่ไม่สามารถแบ่งแยกจากกัน ซึ่งทีม Engineer จะยึดเป้าหมายเป็นหลัก และร่วมมือเพื่อเป้าหมายเดียวกัน สื่อสารแบบตรงไปตรงมา และมีข้อตกลงที่ชัดเจน

 

3. Eliminate Toil and Do the Automation

อย่ามัวงมกับงานปริมาณ ทำ Automation ซะ!

  • กำจัดงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ ด้วย Automation Tools

  • บางครั้งการทำบางอย่างด้วยมือง่ายและเร็วกว่าการสร้าง Automation ขึ้นมาทำ แต่ถ้าต้องทำซ้ำ ๆ หลายครั้ง การลงแรงกับการทำ Automation จะทำให้จัดการได้เร็วกว่าในระยะยาว

  • การทำแบบ Manual บางอย่างที่มีขั้นตอนซับซ้อน หลงลืมง่าย เกิด Human Error ได้ง่าย การทำ Automate หรือสร้าง Script ไว้จะช่วยลดการผิดพลาดในการทำงานครั้งต่อ ๆ ไปได้

  • คำนึงถึงการ Monitoring, Tracking, Observation อยู่เสมอ เพื่อลดการเจอปัญหาหรือข้อมูลที่สำคัญล่าช้าเกินไป

 

4. Make It Smart and Simple

ลดความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น

  • ลดความซับซ้อนของขั้นตอนที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือขั้นตอนที่ไม่สำคัญ เพื่อให้คล่องตัวมากขึ้น

  • ส่วนสำคัญของการ Simplify คือการวิเคราะห์ถึงผลกระทบ, Performance, Usability, Resource และความเหมาะสมในแง่มุมต่าง ๆ เป็นอย่างดี

  • ทำให้เข้าใจง่ายทั้งโครงสร้างข้อมูล, Architecture และโครงสร้าง Logic

  • ทำให้มนุษย์เข้าใจได้ง่ายขึ้น ทำให้แก้จุดบกพร่องง่าย และคนอื่น ๆ นำไปพัฒนาต่อได้ง่าย

 

5. Make Decision by Information

ใช้ข้อมูลช่วยคิด ตัดสินใจ เก็บให้ได้ และใช้ให้เป็น

  • Start with Why - รู้ที่มาที่ไปก่อนเริ่มหาไอเดีย

  • ออกแบบเป้าหมายการวัดผล และเก็บข้อมูลก่อนเริ่มลงมือพัฒนาซอฟต์แวร์ทุกรอบ

  • ข้อมูลมหาศาลมีราคาแพง แต่ข้อมูลมหาศาลที่ไม่ถูกเก็บมีมูลค่าที่ต้องเสียมากกว่า

  • วัดผลด้วยข้อมูล แก้ปัญหาด้วยข้อเท็จจริง

 

6. Continuous Improvement, Be the Better

ทุก ๆ ความยิ่งใหญ่ เริ่มจากจุดเล็ก ๆ เสมอ การได้ก้าวทีละขั้นและพัฒนาไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องทีละน้อย ทำให้เราเรียนรู้และปรับเปลี่ยนได้คล่องตัวกับสถานการณ์มากขึ้น

  • สร้างซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้เป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วค่อยเพิ่มทีละน้อย ยิ่งก้อนเล็กยิ่งความเสี่ยงน้อยและทดสอบไอเดียได้เร็ว

  • ปรับให้เหมาะสมและมองหาจุดพัฒนาอยู่เสมอ

  • Quality Over Quantity เน้นประสิทธิภาพ มากกว่าปริมาณ

  • พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ลองเอาของใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้บ้างก็ได้

  • เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน

  • ให้ความรู้และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เสมอเมื่อเจอสิ่งที่ดีกว่า

 

7. Be Creative, Be Different, Be Brave

คิดอย่างสร้างสรรค์ กล้าคิดนอกกรอบ และกล้าที่จะออกไปลองผิด ลองเจอปัญหาใหม่ ๆ เพื่อได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ

  • ลองแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ ๆ ไม่จำเป็นต้องเชื่อในวิธีเดิม ๆ เสมอไป

  • การยิงคำถาม Challenge กันในที่ประชุมจะทำให้เราได้ทางออกที่ดีขึ้น มากกว่าการทำตามแค่ไอเดียคนใดคนหนึ่ง

  • เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือ Challenge ที่เกิดขึ้น จะทำให้การนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

  • เรียนรู้จากความผิดพลาดไปด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องกล่าวโทษคนที่ทำผิดพลาด

 

8. Accept All Problems

รับฟังทุกปัญหาอย่างตั้งใจ เรียนรู้และปรับตัว จัดการกับทุกปัญหาโดยเริ่มจากการเข้าใจและยอมรับมัน โฟกัสที่การปรับปรุง ไม่กล่าวโทษกัน

  • Feedback is a Gift

  • ปัญหาของ User คือปัญหาของเรา เมื่อ User เกิดปัญหาสิ่งที่เราต้องทำคือรับฟัง ทำความเข้าใจ และเตรียมการรับมือกับการแก้ปัญหานั้น ๆ

  • ไม่มีวิธีการใดแก้ปัญหาทุกอย่างได้ 100% เรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ

  • เปิดใจรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ เพราะการ Discussion ต้องมีการฟังความคิดเห็นจากหลายๆมุมมอง สิ่งที่เรามองว่าไม่เป็นปัญหา อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ของคนที่อยู่อีกมุมก็ได้ การเปิดใจรับฟังก่อน ฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายนำเสนอคือก้าวแรกของการแก้ปัญหานั้น ๆ ด้วย 

 

9. Keep Learning and Sharing

การเรียนรู้มีอยู่ทุกช่วงเวลา พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และส่งต่อองค์ความรู้ให้กับผู้อื่น

  • หมั่นแชร์ความรู้ของตัวเอง แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย ก็อาจจุดประกายการเริ่มต้นของสิ่งที่ยิ่งใหญ่

  • การแชร์ความรู้ของตัวเองเท่ากับเป็นการทบทวนและได้เรียนรู้เพิ่มเติมด้วย

  • ให้เวลากับการเรียนรู้และทดลอง จะทำให้เราใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • แบ่งเวลาเรียนรู้เพิ่มเติมให้ตัวเองสักสัปดาห์ละครั้ง

  • เปลี่ยนองค์ความรู้ในทีมให้เป็นการแชร์ องค์ความรู้ในทีมบางอย่างสามารถนำไปเขียนเป็น Blog, Broadcast หรือ Sharing Session เพื่อให้คนอื่นมาเรียนรู้ได้

 

10. Work-Life, Harmonized

ให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตและการทำงาน

  • บางครั้งการผ่อนคลายก็คือการปิดคอมฯ แล้วออกไปมองโลกข้างนอกในช่วงเวลาที่ไม่เคยออกดูบ้าง

  • ลดการประชุมที่ไม่จำเป็น ใช้การสรุปเป็นเอกสารหรือ Message แทนจะช่วยให้ไม่เสียเวลาประชุมโดยไม่จำเป็นได้

  • หากมีเรื่องไหนที่อยากให้ช่วย คุยกันได้เสมอ

  • ทำกิจกรรมอื่น ๆ ร่วมกันกับทีมนอกเหนือจากเรื่องงานบ้าง

  • ค้นหาตัวเองได้ตลอดเวลา ลองใช้เวลากับสิ่งใหม่ อาจพบสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง อย่ารอให้ Burn Out

 

นอกจากนี้ที่ THiNKNET ยังสนับสนุนการเติบโตในสายงาน หรือใครที่ต้องการ Rotate เพื่อเรียนรู้เนื้องานใหม่ ๆ ตามทักษะและความสนใจของตัวเองก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
 

ร่วมงานกับ THiNKNET และดูตำแหน่งงานทั้งหมดได้ ที่นี่

JobThai Official Group เพื่อการหางาน หาคน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน

 

บทความเดิมได้ถูกเผยแพร่ในวันที่ 18 ธันวาคม 2023 และได้รับการอัปเดตโดยทีมงาน JobThai

tags : thinknet, life at thinknet, บริษัท ทิงค์เน็ต จำกัด, work from anywhere, ทำงานที่ไหนก็ได้, engineer, jobhai



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม