ต้องปรับตัวอย่างไร? หากสวัสดิการในองค์กรไม่ครอบคลุม

ต้องปรับตัวอย่างไร? หากสวัสดิการในองค์กรไม่ครอบคลุม
17/12/21   |   728   |  

 

  • ถ้าองค์กรไม่มีโบนัส ไม่มีเบี้ยขยัน ค่าคอมฯ หรือสวัสดิการเงินพิเศษ ให้เริ่มวางแผนบริหารการเงินเพื่อให้มีเงินออม
  • หากวันลาน้อย ให้จัดสรรวันลาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทำธุระครบในวันลาวันเดียว
  • ปรับระบบการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อลดเวลาการทำงานล่วงเวลา
  • ดูและรักษาสุขภาพ และอย่าลืมตรวจสุขภาพเป็นประจำ
  • สำหรับองค์กรที่ไม่มีประกันกลุ่ม ควรพิจารณาซื้อประกันภัยเองเพื่อรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

 

เป็นเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ต่างก็ใฝ่ฝันที่จะได้ทำงานในองค์กรดีดี มีสวัสดิการเพียบพร้อมและมีค่าตอบแทนสูง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วองค์กรหรือบริษัทของใครหลายคนอาจตรงข้ามกับสิ่งที่คาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง นอกจากผลตอบแทนจะไม่ดีแล้วสวัสดิการต่าง ๆ ก็แทบไม่มีให้พนักงาน บางคนคิดจะลาออกหางานใหม่แต่ก็ยังไม่สามารถหางานที่ตรงกับความต้องการของตนเองได้ หรือยังมีเหตุผลส่วนตัวอื่น ๆ ที่ยังต้องทำงานอยู่บริษัทเดิม

 

หากองค์กรของคุณสวัสดิการไม่ดีและคุณยังต้องทำงานกับบริษัทนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราขอแชร์วิธีการปรับตัวให้ใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นโดยไม่ง้อต่อสวัสดิการขององค์กรดังนี้

 

1. เริ่มวางแผนบริหารการเงิน

สำหรับองค์กรที่ไม่มีสวัสดิการโบนัส ไม่มีค่าทำงานล่วงเวลา เบี้ยขยัน ค่าคอมมิชชั่น หรือเงินพิเศษต่าง ๆ ให้คุณเริ่มบริหารเงินให้เป็นสัดส่วน โดยเริ่มจากคำนวณรายได้ต่อเดือนก่อน แล้วพิจารณารายจ่ายว่าแต่ละเดือนนั้นคุณมีภาระค่าใช้จ่ายเท่าใด (เช่น ค่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าโทรศัพท์ ค่ากิน ค่าเดินทาง ฯลฯ) หากมีค่าใช้จ่ายมากเกินไป ก็ต้องลดการจ่ายสิ่งของที่ไม่จำเป็นหรือของฟุ่มเฟือยออกไป พยายามอย่าสร้างหนี้สินเกินความจำเป็น เพื่อให้ได้เก็บเงินออมสักประมาณ 10-20% ของรายรับ ถ้าหากคุณมีความจำเป็นต้องใช้บัตรเครดิต ก็ให้เลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสม ให้ผลตอบแทนสูง มีสิทธิประโยชน์ส่วนลดสินค้า และต้องพยามเคลียร์ยอดให้หมดอย่าให้เป็นหนี้

 

สำหรับการออมเงิน หากใครที่เงินเดือนน้อยให้พยายามเลือกวิธีการออมที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างการฝากธนาคาร ซื้อสลากออมสิน หรือทำประกันชีวิตแบบมีเงินออม เป็นต้น

 

 

2. ใช้วันลาให้คุ้มค่า

หากองค์กรของคุณให้วันลาน้อย ทั้งลาพักร้อนหรือลากิจ หรือจะลาทีอนุมัติยากมาก ให้คุณเตรียมวางแผนวันลาไว้ล่วงหน้า ถ้ามีกิจธุระหลายอย่างหากสามารถดำเนินการในวันเดียวกันได้ ให้วางแผนมาทำในวันเดียวกัน เพื่อให้วันลาของคุณในหนึ่งวันสามารถเคลียร์ธุระเสร็จได้หลายอย่าง แต่ถ้าโควต้าวันลาของคุณหมดไปแล้วและมีเหตุจำเป็นต้องลาจริง ๆ ลองปรึกษาผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายบุคคล เพื่อขออนุมัติการลาเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ก่อนที่คุณจะดำเนินการลาใด ๆ ให้จัดการงานให้เสร็จเพื่อไม่ให้ถูกโทรตามงานในวันลา

 

3. ปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพ

เชื่อว่าหลายคนคงอยากทำงานให้เสร็จทันเวลาจะได้ใช้ชีวิตอย่าง Work-Life Balance แต่ปริมาณงานที่ได้รับกลับมีมากเกินไปจนต้องทำงานล่วงเวลา ซึ่งหลายองค์กรเองมักไม่มีสวัสดิการค่าล่วงเวลาให้พนักงานเลยแม้ว่าจะทำงานนอกเวลายาวนานขนาดไหนก็ตาม ในเมื่อเราไม่สามารถควบคุมปริมาณงานได้อย่างอิสระ แต่เราสามารถจัดสรรเวลาการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้ เพื่อลดโอกาสการทำงานล่วงเวลา เช่น การปรับแผนการทำงานให้ผลงานออกมามีประสิทธิภาพโดยที่ใช้เวลาน้อยที่สุด พยายามคิดระบบการทำงานให้เป็นรูปแบบมากขึ้นเพื่อประหยัดเวลาทำงาน หรือถ้าคิดว่าปริมาณงานมากเกินไปให้ลองปรึกษากับหัวหน้างานหรือผู้บริหารเพื่อหาทางออกที่ลงตัว

 

4. หมั่นดูแลรักษาสุขภาพ

สำหรับองค์กรที่ไม่มีสวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงาน เราขอแนะนำให้คุณอย่าปล่อยผ่านเรื่องนี้ เพราะโรคภัยมีโอกาสเกิดขึ้นกับคุณได้เสมอแม้ว่าร่างกายจะเเข็งแรง เบื้องต้นให้เริ่มหันมาดูแลสุขภาพร่างกายตนเองไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทานอาหารให้มีประโยชน์ลดน้ำตาลและไขมัน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หาเวลาทำกิจกรรมสันทนาการแก้ความเครียด และที่สำคัญคือให้คุณไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี แม้ว่าจะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง แต่ให้คำนึงว่าสุขภาพของคุณเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ยอมจ่ายตอนนี้เพื่อความอุ่นใจ หากเป็นโรคร้ายจะได้รักษาได้ทันท่วงที

 

 

5. วางแผนรับมือความเสี่ยง

พนักงานทุกคนล้วนมีโอกาสเจ็บป่วยด้วยกันทั้งสิ้น จึงต้องมีแผนรับมือกับความเสี่ยงเพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น หากองค์กรของคุณไม่มีสวัสดิการประกันภัยต่าง ๆ ให้กับพนักงาน เราจึงต้องเป็นผู้สร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตขึ้นมาเอง ดังนั้นการทำประกันภัยส่วนบุคคลต่าง ๆ ก็จะเป็นทางเลือกที่ดี เช่น หากองค์กรของคุณไม่มีประกันกลุ่มให้พนักงาน การทำประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุด้วยตัวเองก็จะช่วยให้คุณมีค่ารักษาเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน หรือการทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ก็จะช่วยให้คุณออมเงินได้อย่างเห็นผลพร้อมได้รับความคุ้มครองชีวิตไปในตัว ซึ่งประกันภัยเหล่านี้ยังช่วยนำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย

 

อย่าใช้ชีวิตบนความประมาท เลือกวางแผนบริหารจัดการความเสี่ยงตอนนี้ดีกว่าต้องเสียเงินก้อนใหญ่กับเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคต ซึ่งการทำประภัยต่าง ๆ ในสมัยนี้มีตัวเลือกความคุ้มครองให้พิจารณามากมาย ราคาถูก แม้เป็นพนักงานเงินเดือนน้อยก็สามารถมีความคุ้มครองได้ ลองมองหาโบรกเกอร์ประกันภัยชั้นนำอย่าง แรบบิท แคร์ เพื่อดูความคุ้มครองสุขภาพที่เหมาะสมกับคุณ

 

บทความโดย Rabbit Care

tags : career & tips, คนทำงาน, มนุษย์เงินเดือน, พนักงานออฟฟิศ, สวัสดิการ, content partner, rabbit care, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, jobthai



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม