กษัตริย์ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้อาชีพ: นักกีฬา

กษัตริย์ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้อาชีพ: นักกีฬา
03/10/17   |   7k   |  

เมื่อเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะดังกึกก้องขึ้นพร้อมกับธงไตรรงค์ที่โบกสะบัด เหล่านักกีฬาไทยฉลองชัยพร้อมชูภาพของชายผู้หนึ่งขึ้นเหนือหัว จนคนทั่วโลกอดสงสัยไม่ได้ว่าบุคคลในภาพนั้นคือใคร แต่สำหรับพวกเราชาวไทยแล้ว รู้ดีว่าผู้ชายในภาพนั้นคือพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นดั่งแรงบันดาลใจและศูนย์รวมของนักกีฬาทีมชาติไทยมาโดยตลอด จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของวงการกีฬาไทยไปแล้ว ที่จะต้องอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ขึ้นมาเชิดชูไว้เหนือหัว เปรียบเสมือนพระองค์ทรงประทับอยู่ในการแข่งขันนั้นด้วย

 

ด้วยความที่พระองค์ทรงโปรดการเล่นกีฬามาตั้งแต่สมัยยังทรงพระเยาว์ ทรงเล่นกีฬามากมายทั้ง สกีน้ำแข็ง ฮอกกีน้ำแข็ง ว่ายน้ำ แบดมินตัน เทนนิส พระองค์จึงทรง สนพระราชหฤทัยในวงการกีฬาเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากพระองค์ทรงเป็นดั่งขวัญกำลังใจที่สำคัญให้กับเหล่านักกีฬาไทยแล้วพระองค์ยังทรงเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักกีฬาทั้งในด้านความเพียรพยายาม รู้จักน้ำใจนักกีฬา และความมีวินัย โดยกีฬาที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดที่สุด คือ กีฬาเรือใบที่นอกจากพระองค์จะทรงเล่นด้วยความเพลิดเพลินแล้ว พระองค์ยังทรงเข้าร่วมแข่งขัน รวมทั้งทรงต่อเรือใบด้วยตัวพระองค์เองอีกด้วย
 


 

JobThai ได้รวบรวมเรื่องราวพระจริยวัตรที่น่าสนใจ รวมถึงความมุ่งมั่นในการทรงกีฬาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาให้พวกเราชาวไทยได้อ่านเพื่อเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬา หรือคนที่มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักกีฬามืออาชีพ ได้น้อมนำไปประยุกต์ใช้ดังนี้

 

ไม่เพียงแค่สนุกแต่ต้อง รู้ลึก รู้จริง

เวลาที่พระองค์ทรงสนใจกีฬาประเภทไหนแล้ว จะทรงศึกษาอย่างจริงจัง ทั้งทางด้านกลยุทธ์การเล่น เทคนิคต่างๆ ไม่ใช่เล่นแต่เพียงความสนุกเท่านั้น ซึ่งสังเกตได้ว่ากีฬาที่ท่านทรงสนพระราชหฤทัยส่วนใหญ่มักจะเป็นกีฬาที่ไม่ใช้พละกำลังเพียงอย่างเดียวแต่จะต้องอาศัยความรู้รวมถึงความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในกีฬานั้นด้วย อย่างเช่นกีฬาเรือใบ เป็นต้น

 

เล่นกีฬาต้องหมั่นฝึกซ้อม

พระองค์จะทรงให้ความสำคัญต่อการฝึกซ้อมและทรงเน้นย้ำต่อนักกีฬาเสมอว่า ถ้านักกีฬาคนใดไม่ฝึกซ้อมก็จะเป็นนักกีฬาที่ดีไม่ได้ เมื่อครั้งที่ทรงลงแข่งกีฬาแหลมทอง พระองค์ทรงเข้าค่ายฝึกซ้อมตามตารางของทีมชาติไทย และทรงได้รับเบี้ยเลี้ยงเฉกเช่นเดียวกับนักกีฬาทีมชาติคนอื่นๆ
 


 

เคารพกฎกติกา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

นอกจากพระองค์จะมีพระปรีชาสามารถในการเล่นกีฬาแล้ว ทรงให้ความสำคัญกับการเคารพกฎกติกาด้วยพล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร อดีตนายตำรวจราชสำนักประจำ เคยจดบันทึกไว้ว่า “ครั้งหนึ่งเสด็จฯ ออกจากฝั่งไปได้ไม่นาน ก็ทรงแล่นเรือใบเข้าฝั่ง ตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯ อยู่ด้วยความฉงนว่า เสด็จฯ กลับเข้าฝั่งเพราะเรือใบพระที่นั่งแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวล์ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเห็น"

 

ใส่ใจถึงรายละเอียด และอุปกรณ์การเล่น

เมื่อพระองค์ท่านเล่นกีฬาที่ทรงโปรดมากอย่างเรือใบ พระองค์ไม่เพียงศึกษาวิธีการเล่นเท่านั้น แต่ยังทรงศึกษาลึกไปถึงวิธีการประกอบเรือใบ และทรงต่อเรือใบที่เหมาะสมกับตัวพระองค์เองด้วย โดยเรือใบลำแรกที่พระองค์ทรงต่อมีชื่อว่า ราชปะแตน ซึ่งพระองค์ทรงนำเรือใบลำนั้นมาใช้ในการแข่งขันกีฬาแหลมทองด้วย โดยที่ในการแข่งขันครั้งนั้นพระองค์ทรงได้รับรางวัลชนะเลิศมาครอง (เหตุการณ์ในวันนั้นตรงกับวันที่ 16 ธันวาคม  2510  ภายหลังวันนี้ของทุกปียังถูกกำหนดให้เป็นวันกีฬาแห่งชาติด้วย)
 


 

ใช้กีฬาในการสร้างมิตร

เมื่อครั้งที่เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ เสด็จประพาสเมืองไทยเป็นการส่วนตัว ในปี พ.ศ. 2508  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงทราบว่าเจ้าชายฟิลลิปโปรดการเล่นเรือใบ พระองค์จึงทรงจัดการแข่งขันเรือใบขึ้นเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ ซึ่งถือว่าเป็นการแข่งขันครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงมีสหายเล่นเรือใบที่เป็นสามัญชนด้วย

 

สนับสนุนและให้กำลังใจนักกีฬา

ในยามที่นักกีฬาไทยทำการแข่งขันพระองค์ก็จะทรงติดตามข่าวสาร และหลายครั้งก็พระราชทานกำลังใจให้แก่นักกีฬาไทยที่กำลังแข่งขันอยู่ด้วยมวยก็เป็นอีกกีฬาหนึ่งที่ท่านให้ความสนใจ ท่านเคยเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานทอดพระเนตรการชกของนักมวยไทยหลายต่อหลายครั้ง มีครั้งหนึ่งที่ แสน ส เพลินจิต ขึ้นชกที่ญี่ปุ่น หลังการชกท่านได้ส่งพระราชสาสน์ผ่านทางกงสุลไทย ว่าพระองค์ทรงทอดพระเนตรอยู่ และทรงชมว่าแสนชกได้ดี สร้างความปลาบปลื้มให้แสนและทีมงานเป็นอย่างยิ่ง

หรือจะเป็นเหตุการณ์ที่นักบอลไทยกำลังตามหลังทีมชาติมาเลเซียอยู่ 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศการแข่งขันเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ พระองค์ทรงรับสั่งให้ราชเลขาฯโทรศัพท์มาให้กำลังใจนักเตะในช่วงพักครี่ง เกิดเป็นขวัญกำลังใจที่ยิ่งใหญ่จนทีมชาติไทยสามารถทำประตูเพิ่มได้และได้แชมป์ไปในที่สุด สร้างความปลื้มปิติแก่คณะนักกีฬาไทยเป็นอย่างมาก

 

รักษาสภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ภายหลังถึงแม้ว่าพระองค์จะไม่ได้ทรงกีฬามากเท่าเมื่อก่อนเนื่องจากพระราชกรณียกิจ จำนวนมากแต่พระองค์ ก็ยังทรงให้ความสำคัญกับการออกกำลังพระวรกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการวิ่ง และการเดินเร็ว ทรงปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเป็นกิจวัตรตามแบบฉบับของนักกีฬาที่ดี และทำให้คงพระวรกายที่แข็งแรงพร้อมที่จะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนราษฎรของพระองค์ได้ทุกที่ทั่วไทย

 

เรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่พระองค์ทรงแสดงออกให้ชาวไทยเห็นถึงความมุ่งมั่นแน่วแน่ ที่พระองค์ทรงมีในการทรงกีฬา รวมถึงพระมหากรุณาธิคุณอีกนานัปการที่มีต่อวงการกีฬาไทย ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องราวพระจริยวัตร ของพระองค์จะคงตราตรึงสถิตในดวงใจของชาวไทย รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับนักกีฬาไทยสืบต่อไป

 

“การกีฬานั้น นอกจากจะให้ความสนุกสนานและความสมบูรณ์แก่ร่างกายแล้ว ยังให้ผลดีทางจิตใจได้อย่างมากมาย นักกีฬาที่ได้รับการฝึกหัดอบรมอย่างดีแล้ว ย่อมมีใจแน่วแน่ตัดสินใจได้รวดเร็ว มีความเพียรพยายามไม่ท้อถอย และมีความหนักแน่น รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภัย ผู้มีใจเป็นนักกีฬา จึงเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อสังคม และน่าคบหาสมาคมด้วยอย่างยิ่ง”

พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดการแข่งขันกรีฑาประจำปี 2507  วันที่ 27 พฤศจิกายน 

 

บทความเทิดพระเกียรติ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานในสายอาชีพต่างๆ 

 

บทความเทิดพระเกียรติ เที่ยวตามรอยที่พ่อสร้าง 

 

ที่มา:  

manager.co.th  thaihealth.or.th  ku.ac.th  manager.co.th

tags : บทความเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 9, นักกีฬา, อาชีพ, แรงบันดาลใจ, กษัตริย์ผู้เป็นแรงบันดาลใจ



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม