เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น JobThai ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงาน KKU JOB FAIR 2026 เปิดโอกาสด้านการหางาน สมัครงานให้กับน้อง ๆ นักศึกษาและประชาชนทั่วไปในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง ภายในงานมีบริษัทชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมกว่า 100 บริษัท เช่น CP All, CPF, ธนาคารกรุงเทพ, UNIQLO, ThaiBev, Central และ คอมเซเว่น มาเปิดบูทจัดกิจกรรมและพูดคุยเกี่ยวกับการสมัครงานในตำแหน่งงานของบริษัท ซึ่งมีทั้งงานประจำและฝึกงาน โดยในงานได้รับความสนใจมีผู้เข้าชมงานจำนวนมาก

ไปดูกันว่าที่บูท JobThai ในงาน KKU JOB FAIR 2026 มีกิจกรรมพิเศษอะไรเตรียมไว้ให้ชาวขอนแก่นกันบ้าง
ปรึกษาการหางาน สมัครงานผ่านแพลตฟอร์ม JobThai
แนะนำการค้นหางานและสมัครงานผ่านการใช้งาน JobThai Platform ด้วยการค้นหางานด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Keyword Search, Advanced Search หรือ Jobs Near Me ไปจนถึงการสมัครงาน ส่งใบสมัครตรงถึงองค์กร ซึ่งที่บูทมีพี่ ๆ ทีมงาน JobThai คอยแนะนำน้อง ๆ อย่างใกล้ชิด ช่วยให้หาตำแหน่งงานประจำหรือฝึกงานได้ตรงใจมากขึ้น

รับคำแนะนำในการเขียนเรซูเม่จากผู้เชี่ยวชาญในโซน “Resume Clinic”
JobThai เปิดโอกาสให้น้อง ๆ นักศึกษาและคนหางานที่มีเรซูเม่สำหรับสมัครงาน เข้ามาปรึกษากับทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำแนะนำว่าควรปรับเนื้อหาการเขียนยังไงให้เข้าตา HR มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้องจบใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งเริ่มหางาน พี่ ๆ วัยทำงานที่อยากอัปเกรดโปรไฟล์ หรือคนที่อยากย้ายสายงานแต่ไม่แน่ใจว่าเรซูเม่ที่ทำมาดีพอหรือยัง ก็สามารถแวะมาขอคำแนะนำเพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนการสมัครงานจริงได้ที่โซน Resume Clinic

Lucky Draw ลุ้นรับของรางวัลสุดพรีเมียม
JobThai ยังมีกิจกรรม Lucky Draw ลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด กระเป๋าผ้า กระบอกน้ำ ร่ม สมุดโน้ต และปากกา ซึ่งงานนี้ของรางวัลบางชิ้นจาก JobThai มีลายพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อชาวขอนแก่นโดยเฉพาะด้วย เพียงลงทะเบียนสมัครสมาชิก JobThai และกดติดตาม Social Media ช่องทางต่าง ๆ ก็รับสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลได้เลย แวะมาบูท JobThai บูทเดียวก็ได้ครับทั้งความรู้ เรื่องการสมัครงานและของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย

JobThai ได้แนะนำวิธีการนำเสนอ Profile สำหรับการสมัครงานให้บริษัทสนใจอยากเรียกสัมภาษณ์ โดยใน Session นี้มีความรู้ที่น่าสนใจและเทคนิคการเตรียมตัวสมัครงาน ดังนี้
ภาพรวมของการจ้างงานในตลาดแรงงาน
JobThai ได้หยิบยกตัวอย่างข้อมูลที่น่าสนใจเพื่อให้น้อง ๆ นักศึกษาที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่โลกการทำงานเห็นสถานการณ์จริงของการจ้างงาน เช่น 5 ปัจจัยที่ HR เลือกคนเข้าทำงาน ได้แก่ 1) ประสบการณ์การทำงาน 2) ทักษะและความสามารถ 3) ทัศนคติที่สอดคล้องกับองค์กร เป้าหมาย หรือวัฒนธรรมองค์กร 4) ทักษะการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือ และ 5) วุฒิการศึกษา ในขณะที่ 5 ปัจจัยที่คนทำงานเลือกสมัครงาน ได้แก่ 1) โอกาสในการเติบโตในอาชีพ มีความมั่นคง 2) ค่าตอบแทน เงินเดือน 3) โอกาสในการพัฒนาทักษะ 4) สวัสดิการ และ 5) สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี เมื่อเห็นแล้วว่าองค์กรธุรกิจต้องการอะไรในตัวผู้สมัคร เราก็จะสามารถเตรียมตัวเพื่อการนำเสนอคุณสมบัติด้านการทำงานที่โดดเด่นของตัวเอง ซึ่งจะได้ใช้ตั้งแต่การค้นหางาน การทำเรซูเม่ไปจนถึงการสัมภาษณ์ได้

เคล็ดลับการเตรียมตัวสร้าง Profile ให้โดนใจองค์กร
การสร้าง Profile ให้โดดเด่นตรงใจองค์กรสามารถทำได้ด้วย 3 ขั้นตอน คือ 1) ค้นหาจุดเด่นด้านทักษะการทำงาน ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ทักษะเฉพาะทาง (Technical Skills) ทักษะเชิงแนวคิด (Conceptual Skills) และทักษะการทำงานกับมนุษย์ (Human/Interpersonal Skills) เพื่อนำไปปรับใช้ในการนำเสนอตัวเองให้องค์กรสนใจ 2) วิเคราะห์ตลาดแรงงานและตำแหน่งที่จะสมัคร หาข้อมูลเกี่ยวกับสายงานที่ต้องการและอ่านประกาศงานอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจคุณสมบัติที่บริษัทต้องการก่อนการสมัครงาน และ 3) ตัดสินใจเลือกองค์กรที่อยากร่วมงานด้วยที่ตอบโจทย์ทั้งเป้าหมายชีวิตและเป้าหมายการทำงาน
เทคนิคการทำเรซูเม่
สำหรับเด็กจบใหม่ Resume ควรมีเนื้อหาครบถ้วน โดยให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนตัวที่จำเป็น ประสบการณ์และทักษะการทำงานที่สอดคล้องกับตำแหน่งของบริษัทที่กำลังยื่นสมัคร และควรเรียบเรียงเนื้อหาให้กระชับ ไม่ควรยาวเกินหนึ่งหน้า เมื่อทำเรซูเม่เสร็จแล้ว ต้องตรวจสอบความถูกต้องทุกครั้งก่อนส่งให้บริษัท
เทคนิคการเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน
เตรียมตัวเกี่ยวกับการนำเสนอทักษะความสามารถของตัวเอง โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ต้องอธิบายได้ว่าเรามีทักษะอะไรบ้างที่ฝึกฝนมาจากการเรียน การฝึกงาน หรือการทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เพื่อให้บริษัทเห็นว่าคุณทักษะนั้น ๆ เป็นประโยชน์กับตำแหน่งใหม่ยังไงบ้าง ขณะเดียวกันก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมข้อมูลของบริษัท ในแง่ของที่มา วัฒนธรรมองค์กร และทำความรู้จักสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของบริษัท เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีความสนใจและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี พร้อมตอบทุกคำถามสัมภาษณ์งานทั้งที่เกี่ยวกับตัวเองและข้อมูลของบริษัท
โดย คุณฐิดารัตน์ สุขแจ่ม Human Resources Specialist บริษัท ฮาเออร์ส (ไทยแลนด์) จำกัด, คุณจิรวัฒน์ จุลพันธุ์ Manager, People Business Partnership บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ คุณวรพล หงส์พานิช Manager, Marketing Communications, JobThai
Speaker จากบริษัทชั้นนำร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการเริ่มต้นเข้าสู่โลกการทำงาน โดยมีคำแนะนำที่น่าสนใจ ดังนี้
งานแรกควรเลือกยังไง?
ควรเริ่มต้นด้วยการค้นหาจุดเด่น หรือความถนัดของตัวเองก่อนสมัครงาน สำรวจตัวเองว่าสิ่งไหนที่ทำแล้วมีความสุข ลองทำจริง เช่น ฝึกงานในแผนกที่สนใจ เมื่อฝึกเสร็จแล้วประเมินว่าเราชอบงานนั้นไหม ถ้าชอบก็สามารถต่อยอดได้ หรือถ้าฝึกงานแล้วไม่ใช่ มีงานด้านอื่นไหมที่เราทำได้ดีและอยากลองทำ ประสบการณ์จะบอกเราได้ว่างานไหนเหมาะกับเรา
การเตรียมตัวกับการทำงานแรก
การทำงานจริงครั้งแรก เด็กจบใหม่อาจเจอกับความกดดันเรื่องการทำงาน การปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน และวัฒนธรรมองค์กร ทั้งนี้การทำงานจริงอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือเรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วประสบการณ์นั้นจะทำให้เราเก่งขึ้น นอกจากนี้ควรเตรียมพร้อมด้านทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Soft Skills) ด้วย เช่น การสื่อสาร การบริหารจัดการอารมณ์ เพราะทักษะเหล่านี้จะทำให้เราปรับตัวและอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในองค์กรได้ดียิ่งขึ้น
วิธีการทำงานกับเพื่อนร่วมงานต่าง Gen
เน้นความเข้าใจจุดแข็งของแต่ละ Gen น้อง ๆ รุ่นใหม่จะมีความโดดเด่นเรื่องของความรู้ดิจิทัลและไอเดียใหม่ ๆ ในขณะที่พี่ ๆ ก็จะมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการทำงาน เพราะฉะนั้นการสื่อสารของคนทำงานแต่ละวัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต้องรู้จักวิธีสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน ทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อเป้าหมายขององค์กร

โดย คุณกุสุมา สุขวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ด้านสรรหาว่าจ้าง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), คุณสุชาดา เกตนิ่ม Talent Acquisition Officer บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) และ คุณนิติพนธ์ ลีศุภฤกษ์ Talent Acquisition Specialist ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
พี่ ๆ HR จากบริษัทชั้นนำเปิดเวทีแชร์เคล็ดลับในการสมัครงานและเทคนิคในการทำงานในยุคของ AIโดยมีคำแนะนำที่น่าสนใจ ดังนี้
รูปแบบและเนื้อหาเรซูเม่ที่ HR เห็นแล้วอยากเรียกสัมภาษณ์
เนื้อหาที่ใส่ในเรซูเม่ต้องมีข้อมูลครบถ้วน ทั้งข้อมูลส่วนตัว ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ประวัตการศึกษา ประสบการณ์ที่เคยไปฝึกงานมา ตลอดจนทักษะความรู้ความสามารถที่แสดงถึงศักยภาพของเรา จัดเรียงข้อมูลในรูปแบบ (Format) ที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย การทำเรซูเม่ที่ดีต้องคิดถึงคนอ่าน สร้างความประทับใจด้วยการนำเสนอข้อมูลที่โดดเด่นของเราซึ่งตรงกับสิ่งที่บริษัทกำลังตามหาอยู่
การใช้ AI ทำเรซูเม่
องค์กรมองว่าการใช้ AI ทำเรซูเม่ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะ AI สามารถเป็นตัวช่วยให้การทำงานง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แสดงออกว่าเราใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็น แต่ขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งใบสมัคร เราต้องเช็กข้อมูลต่าง ๆ ก่อนส่งใบสมัครทุกครั้ง เช่น ข้อมูลส่วนตัวถูกต้องไหม ประสบการณ์ ทักษะตรงตามความจริงของเราหรือเปล่า บางครั้งข้อมูลจาก AI อาจผิดพลาดหรือมีลักษณะเกินความสามารถจริงของเรา บริษัทจะดูออก และตอนสัมภาษณ์อาจจะตอบคำถามไม่ได้เพราะเราไม่ได้ทำจริง ทำให้เราเสียคะแนนในการสัมภาษณ์ได้
ทักษะที่องค์กรมองหาจากเด็กจบใหม่
องค์กรคาดหวังให้เด็กจบใหม่มีทักษะพื้นฐานที่ดี ตั้งแต่ทักษะการใช้โปรแกรมการทำงานเอกสารอย่าง Microsoft Office ซึ่งไม่ว่าเราจะเข้าไปทำงาน หรือฝึกงานของบริษัทไหนก็ต้องใช้ รวมไปถึง Hard Skillsที่เรียนมาของแต่ละสายงาน Soft Skills และเทคนิคในการทำงานต่าง ๆ ที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาตอนฝึกงาน ทักษะเหล่านี้เป็นทักษะสำคัญที่จำเป็นสำหรับพนักงานใหม่

แม้งาน KKU JOB FAIR 2026 จะจบลงไปแล้ว แต่น้อง ๆ นักศึกษาและคนหางานก็ยังมีโอกาสพบเจอกับงานที่ใช่ เพียงแค่สมัครสมาชิก JobThai และฝากประวัติเอาไว้ ก็มีโอกาสเจองานที่ใช่ได้แม้ไม่ได้ยื่นใบสมัคร