สรุปเนื้อหาจากเซสชันที่น่าสนใจในงาน People Performance Conference 2026

03/04/26   |   787   |  

 

 

กลับมาอีกครั้งกับ People Performance Conference 2026 หรือ PPC2026 งานสัมมนาแห่งปีที่จัดโดย CREATIVE TALK ร่วมกับ AME IMAGINATIVE และ QGEN Consultantเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเทรนด์การบริหารจัดการคน ดูแลองค์กรและธุรกิจ ไปจนถึงการพัฒนาตนเอง โดยปีนี้มาในธีม “Year of Work Life Intelligence – จัดการชีวิต พิชิตงาน” จัดขึ้นที่ BITEC Bangna เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ภายในงานจะมีเซสชันอะไรที่น่าสนใจบ้าง JobThai สรุปมาให้แล้วในบทความนี้

 

Opening Session

ในเซสชันนี้ คุณเก่ง สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO ของ CREATIVE TALK และคุณบี อภิชาติ ขันธวิธิ CEO จาก QGEN Consultant ได้มาร่วมกล่าวเปิดงานและพูดถึงที่มาของ “Work Life Intelligence” ซึ่งเป็นธีมของงาน PPC2026 และอัปเดตเทรนด์ People Performance ประจำปีที่น่าสนใจ

 

Year of Work Life Intelligence — จัดการชีวิต พิชิตงาน

คุณเก่งได้พูดถึงเทรนด์ Work-Life Balance หรือการขีดเส้นแบ่งและรักษาสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำงานให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบัน ทั้งสองสิ่งคือเรื่องเดียวกัน เราไม่สามารถแยกงานและชีวิตออกจากกันได้อย่างสิ้นเชิง หากงานดี ชีวิตก็จะดีด้วย และเมื่อชีวิตดี งานก็จะดีตาม ถ้าเราประสบความสำเร็จกับการทำงาน มีเพื่อนร่วมงานที่ดี มีเจ้านายที่คอยดันหลัง กลับบ้านมาก็แฮปปี้ ไม่มีเรื่องให้เครียด พอไม่เครียดก็เอนจอยกับชีวิตได้เต็มที่ ใช้เวลาพักผ่อนกับคนที่รัก เติมเอเนอจี้ให้ตัวเองเสร็จแล้วก็กลับมาทำงานต่อด้วยพลังที่เต็มเปี่ยมอีกครั้ง

 

เรียกได้ว่างาน (Work) และชีวิต (Life) ทั้งสองสิ่งต่างส่งเสริมกันและกัน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องทำงานและใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด (Intelligence) ซึ่งก็โยงไปถึง AI หรือ Artificial Intelligence ที่เป็นเทคโนโลยีแห่งยุค ไม่ว่าองค์กรไหนต่างก็พยายามนำสิ่งนี้เข้ามาใช้เพื่อผลักดันธุรกิจและเพิ่มศักยภาพของคนทำงาน หรือในชีวิตประจำวันเอง คนเราก็ใช้ AI กันเป็นกิจวัตร ทำให้ยิ่งต้องจับตาดูว่าเทรนด์ AI นี้จะเข้ามาช่วยให้งานและชีวิตของเราดีขึ้นจริงไหม และดีขึ้นด้านไหน ยังไงบ้าง โดยแต่ละเซสชันภายในงานจะโฟกัสที่ประเด็นนี้เป็นหลัก

 

เพื่อให้เข้ากับธีม Work Life Intelligence จัดการชีวิต พิชิตงาน งานในปีนี้จึงได้เพิ่มเวทีขึ้นมาอีกหนึ่งเวที โดยแบ่งเป็น Work Performance Stage ที่พูดถึงการยกระดับการทำงานและ Life Growth Stage ที่ว่าด้วยการดูแลจิตใจ พัฒนาชีวิตควบคู่ไปกับการทำงาน

 

สรุปเนื้อหางาน People Performance Conference 2026 เซสชัน Year of Work Life Intelligence จัดการชีวิต พิชิตงาน

 

People Performance Trends 2026

คุณบีได้มาอัปเดตเทรนด์บริหารจัดการองค์กรว่าสถานการณ์ในปัจจุบันคือยุคแห่งความย้อนแย้ง (Paradox) ด้วยสภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่ตึงเครียด องค์กรจึงต้องพยายามผลักดันให้ธุรกิจเติบโตทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ การปรับเปลี่ยนระบบการทำงาน ไปจนถึงการดึงเอาศักยภาพสูงสุดออกมาจากพนักงาน จึงทำให้คนทำงานรู้สึกเหมือนถูกเฆี่ยนด้วยแรงกดดันและ KPI ตลอดเวลา ต้องทำงานให้ดี ต้องผลักดันผลลัพธ์ให้ได้ตามเป้า ต้องแข่งขันกับคนอื่นตลอดเวลา แต่ในทางกลับกันองค์กรก็ต้องดูแลจิตใจและคุณภาพชีวิตของคนทำงานด้วย เพราะความสุขของพนักงานจะสะท้อนกลับมาเป็นผลลัพธ์ของงาน ซึ่งเมื่อลองพินิจดูดี ๆ ทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันเอง

 

นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งในด้านอื่น ๆ อีกที่องค์กรต้องเผชิญ คุณบีได้สรุปออกมาเป็น 5 Core Paradoxes of 2026 ดังนี้

  1. ความเร็วของงาน (Speed) VS คุณภาพของงาน (Quality): ถ้าอยากให้งานเสร็จเร็ว คุณภาพงานก็อาจลดลง แต่ถ้าจะเอางานคุณภาพดีก็อาจต้องใช้เวลานาน

  2. การควบคุมคนทำงาน (Control) VS การให้อิสระคนทำงาน (Empowerment): หากควบคุมทุกขั้นตอนก็อาจไม่เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ เพราะไม่ปล่อยให้คนได้คิดสร้างสรรค์ แต่ถ้าให้อิสระคนมากเกินไปก็อาจทำให้ขั้นตอนการทำงานไม่เป็นระเบียบและขาดทิศทางที่ชัดเจน

  3. ความมั่นคง (Stability) VS ความคล่องตัว (Agility): ถ้าองค์กรเลือกความมั่นคง ทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอนเกินไปก็จะไม่คล่องตัว ก้าวไม่ทันคนอื่นในยุคที่สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไว แต่ถ้าเน้นความคล่องตัว ตัดสินใจทำอะไรรวดเร็วเกินไปก็มีความเสี่ยงจะพังได้ง่ายเช่นกัน

  4. ผลงาน (Performance) VS คุณภาพชีวิตคนทำงาน (Well-being): หากต้องการรีดศักยภาพคนเต็มเหนี่ยวก็อาจทำให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี แต่ถ้าไม่กดดันเลย ทำอะไรแบบไร้ KPI ก็อาจไม่ได้งานตามเป้า

  5. มนุษย์ (Human) VS ปัญญาประดิษฐ์ (AI): เราควรใช้อะไรถึงจะทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด และใช้คนกับ AI ในสัดส่วนเท่าไหนถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

เมื่อเจอปัญหาความย้อนแย้งแบบนี้ องค์กรควรรับมือยังไง? คุณบีได้ฝากหลักการเอาไว้ 3 ข้อ ได้แก่

  1. เลิกคิดแบบเลือกข้าง: คว้าไว้ทั้งคู่แล้วสร้างระบบที่ทำให้เราสามารถมีทั้งสองอย่างได้

  2. เลิกรอความชัดเจน: เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น อย่ารอคำตอบหรือคอยดูตัวอย่างจากคนอื่น เพราะถ้ารอ กว่าเราจะเริ่มก้าว คนอื่นก็ไปกันไกลแล้ว เราต้องเริ่มปรับตัวไปพร้อม ๆ กับสถานการณ์

  3. เลิกควบคุมทุกอย่าง: พยายามพัฒนาคนให้มีศักยภาพ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ท่ามกลางความคลุมเครือหรือย้อนแย้งนี้ให้ได้

 

สรุปเนื้อหางาน People Performance Conference 2026 เซสชัน People Performance Trends 2026

 

Leading in the Era of AI ถอดรหัสผู้นำยุค AI

ในเซสชัน “Leading in the era of AI ถอดรหัสผู้นำยุค AI” คุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา Founding Partner จาก Slingshot Group ได้มาแชร์หลักการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับการทำงานในยุคนี้

 

5 ปัจจัยที่ทำให้การนำ AI มาประยุกต์ใช้กับการทำงานประสบความสำเร็จ

  1. ทำความเข้าใจ AI: เราต้องรู้ก่อนว่าเครื่องมือ AI แต่ละตัวมีประโยชน์ในด้านไหน และจะเอาไปใช้แก้ปัญหาอะไรในองค์กร

  2. ใส่ใจกับ Input: ถ้าข้อมูลที่ป้อนให้ AI ไม่มีคุณภาพ ผลลัพธ์ที่ได้จาก AI ก็จะออกมาไม่มีคุณภาพตาม หรือที่เรียกว่า Garbage In – Garbage Out

  3. ต้องมีมนุษย์อยู่ในกระบวนการทำงานนั้น ๆ: ต้องมีทั้งผู้เชี่ยวชาญด้าน AI โดยเฉพาะ และผู้รู้เรื่องงานในด้านที่เกี่ยวข้อง (Domain Expert) เช่น เจ้าหน้าที่ด้านการตลาดที่มีความรู้ในงานของตัวเองอย่างลึกซึ้ง

  4. อย่ามองข้าม AI Governance and Security: องค์กรต้องคำนึงถึงเรื่องจริยธรรมและความปลอดภัยในการใช้ AI ด้วย ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลเสียในระยะยาว

  5. หาจุดสมดุลในการใช้ AI ให้ได้: ผู้นำในทุกระดับตั้งแต่หัวหน้าทีมไปจนถึงผู้บริหารระดับสูงต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการบริหารโปรเจกต์ที่มี AI ขับเคลื่อน โดยต้องหาจุดสมดุลระหว่างความเร็วของงานและคุณภาพของงานให้ได้

 

การนำ AI มาใช้ในองค์กรจะประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้นำขององค์กร ถ้าผู้บริหารขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI เอาแต่สั่งให้พนักงานใช้ AI อย่างเดียว สุดท้ายก็จะนำไปสู่ความล้มเหลว สูญเสียทั้งเงิน เวลา และพลังของคนทำงาน

 

สรุปเนื้อหางาน People Performance Conference 2026 เซสชัน Leading in the Era of AI ถอดรหัสผู้นำยุค AI

 

ผู้นำกลับทิศ: Leading Well from Within

ในเซสชัน “ผู้นำกลับทิศ: Leading Well from Within” หมอเอิ้น หรือ พญ.พิยะดา หาชัยภูมิ จิตแพทย์นักแต่งเพลง ที่ปรึกษาด้าน People & Mindful Leadership ได้มาแชร์คำแนะนำสำหรับคนเป็นหัวหน้าว่าอยู่กับตำแหน่งนี้ยังไงให้มีความสุขและไม่หมดไฟ

 

ยุคนี้เป็นยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไว ทำให้คนเป็นหัวหน้าหรือผู้นำต้องแบกรับความคาดหวังมากกว่าเดิมเนื่องจากอยู่ในจุดที่ต้องนำคนอื่นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด ทำให้เกิดความรู้สึกเปราะบาง โดดเดี่ยว และอาจหมดไฟได้ง่าย วิธีรับมือคือต้องปรับวิธีคิด เปลี่ยนจาก “ผู้นำแบบเดิม” เป็น “ผู้นำกลับทิศ”

  • ผู้นำแบบเดิม คือ ผู้นำที่ใช้ความสำเร็จหรือเป้าหมายนำ (Success First)

ถ้าทำงานหนัก —> สำเร็จ —> มีความสุข

  • ผู้นำกลับทิศ คือ ผู้นำที่ใช้ความสุขนำ (Happiness First)

ถ้าใจมีความสุข —> ทำงานได้ดี —> นำไปสู่ความสำเร็จ

 

ถ้าเราเป็นผู้นำแบบเดิมที่เอาความสำเร็จหรือเป้าหมายนำ ระหว่างทางมักเต็มไปด้วยความกดดัน เครียด กลัวทำพลาด ไม่มีความสุข ซึ่งหากสุดท้ายแล้วทำไม่สำเร็จก็จะกลายเป็นทุกข์กว่าเดิม หรือในกรณีที่ทำสำเร็จ ก็ต้องคอยวิ่งหาเป้าหมายใหม่อยู่ตลอดเพื่อสร้างความสุข เมื่อวนลูปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็อาจทำให้รู้สึกว่างเปล่าเข้าสักวัน ดังนั้นเราจึงต้องเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำกลับทิศ คิดกลับทาง เติมตัวเองให้เป็นผู้นำที่มีความสุขก่อน เมื่อใจเป็นสุข นิ่งสงบ เราจะนำคนอื่นได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ยั่งยืนกว่า

 

สรุปเนื้อหางาน People Performance Conference 2026 เซสชัน ผู้นำกลับทิศ - Leading Well from Within

 

Unlocking Energy at Work: Energizing Potential Forward ถอดสูตรลับ ‘ปลุกพลังคนทำงานให้ไปต่อ

ในเซสชัน “Unlocking Energy at Work: Energizing Potential Forward ถอดสูตรลับ ‘ปลุกพลังคนทำงานให้ไปต่อ” คุณอ้อน ประกรรษ์ จันทร์ทอง ประธานผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล กลุ่มธุรกิจ TCP ได้มาแนะนำแนวทาง 3 ขั้นตอนที่จะช่วยบูสต์พลังให้กับคนทำงานในยุคที่องค์กรต่าง ๆ ต้องการเร่ง Performance ให้โตไวและมีประสิทธิภาพ ดังนี้

 

3-Step Energy Design

  1. Design Self – ออกแบบตัวเราเอง: หาความหมายของงาน (Meaningful Job) ค้นหาคุณค่าในการทำงานของเราให้เจอ

  2. Design Team – ออกแบบทีมงาน: กำหนดเป้าหมายร่วมกัน เพื่อวางทิศทางในการเดินไปข้างหน้าพร้อมกันเป็นทีม

  3. Design Environment – ออกแบบสภาพแวดล้อม: ต้องสร้างระบบการจัดการ ระบบให้รางวัล ความยุติธรรมเท่าเทียม รวมถึงต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้และพัฒนา

 

นอกจากนี้คุณอ้อนยังแชร์แนวคิด “รุก-บวก-สุดพลัง” ที่ TCP ใช้ในการเปลี่ยน ‘พลัง’เป็นการ ‘ลงมือทำจริง’ เวลาทำงานร่วมกับคนคนภายนอก ได้แก่

  • รุก: ไม่รอให้อีกฝ่ายเป็นคนเริ่ม แต่เป็นฝ่ายหาว่าเขาต้องการอะไร และเราจะเป็นพาร์ทเนอร์กับเขายังไงได้บ้าง หาสิ่งที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึก Win-Win

  • บวก: ไม่ว่าจะเตรียมแผนมาดียังไงก็มีปัจจัยให้ต้องเปลี่ยนแผนตลอดเวลา ดังนั้นเราต้องพร้อมปรับตัวและรับมือกับสิ่งไม่คาดคิด ผลักดันเป้าหมายให้สำเร็จลุล่วงให้ได้

  • สุดพลัง: ใส่ใจในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การวางแผนไปจนถึงการดำเนินการให้บรรลุผลได้ตามเป้าหมาย

 

สรุปเนื้อหางาน People Performance Conference 2026 เซสชัน Unlocking Energy at Work - Energizing Potential Forward ถอดสูตรลับ ‘ปลุกพลังคนทำงานให้ไปต่อ

 

ดูแลกาย-ใจฉบับวัยเดอะแบก

ในเซสชัน “ดูแลกาย-ใจ ฉบับวัยเดอะแบก” คุณนุ่น สินิทธา บุญยศักดิ์ และ คุณเขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตวิทยาบำบัดและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านการฮีลใจ ได้มาพูดคุยและแชร์แนวทางรับมือกับความทุกข์ในยุคที่คนทำงานหลาย ๆ คนต้องรับบท “เดอะแบก” คอยแบกรับภาระมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องงาน เงิน ครอบครัว คนรอบข้าง จนสุดท้ายอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและหมดไฟได้ โดยแนวทางที่ว่ามีดังนี้

 

  • ต้องรู้จัก Reach Out หาคนอื่น: อย่าเก็บทุกอย่างไว้กับตัวคนเดียว ถ้าไม่ไหวต้องรู้จักร้องขอความช่วยเหลือ มองหาเพื่อนหรือคอมมูนิตี้ที่พร้อมรับฟังและซัปพอร์ตเรา หรือหากสภาวะจิตใจไม่โอเคจริง ๆ ไม่สามารถรับมือเองได้แล้วต้องกล้าพาตัวเองไปหาผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์หรือนักบำบัด เขาจะดูแลเราเอง

  • มี Quiet Moment ให้กับตัวเอง: ให้เวลากับตัวเองบ้าง หลังตื่นนอนทุกเช้าลองออกมารับแสง เปิดเพลงเพราะ ๆ ฟัง สร้างบรรยากาศดี ๆ ให้กับตัวเอง เพื่อให้จิตใจเกิดความสงบ

  • ใช้ชีวิตแบบเอาความหมายนำ: ความสุขเป็นสิ่งที่เข้ามาแล้วออกไป ไม่จีรัง หากใช้ชีวิตแบบเอาความสุขนำ พอความสุขหมดไปก็อาจเกิดคำถามว่าเราใช้ชีวิตไปเพื่ออะไรกันแน่ แต่ถ้าเราใช้ชีวิตแบบเอาความหมายนำ เราจะไม่สับสนหรือหลงทางเพราะเรารู้แล้วว่าเราทำทุกอย่างไปทำไม ใช้ชีวิตนี้เพื่ออะไร ต่อให้มีช่วงที่ไม่มีความสุข แต่ชีวิตก็ยังมีความหมาย

  • มองปัญหาด้วยมุมมองของคนนอก: บางครั้งเรารู้สึกเป็นทุกข์กับปัญหาเพราะเรามองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยมุมของคนที่ต้องเผชิญกับปัญหา ทำให้มีอารมณ์เศร้า โกรธ และเป็นทุกข์มาก แต่ถ้าเราเรียนรู้ที่จะมองปัญหานั้นด้วยมุมของคนนอก เราจะใจเย็นลง มีสติมากขึ้น แก้ปัญหาได้อย่างเป็นเหตุเป็นผลขึ้น ไม่รู้สึกจมดิ่งเท่าเดิม

  • เลือกตัวเองก่อน: หลายครั้งที่เดอะแบกรู้สึกทุกข์เป็นเพราะให้ความสำคัญกับตัวเองน้อย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็เลือกคนอื่นก่อนเสมอ สุดท้ายก็กลายเป็น People Pleaser ที่หลงลืมตัวเอง ดังนั้นต้องเปลี่ยนมุมมองและให้ความสำคัญกับตัวเองเป็นอันดับแรก การเลือกตัวเองก่อนไม่ใช่เรื่องผิดและไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว เพราะรากฐานของชีวิตเราก็คือตัวเราเอง ไม่ใช่คนอื่น แม้จะยากแต่ต้องปรับวิธีคิดให้ได้

 

สรุปเนื้อหางาน People Performance Conference 2026 เซสชัน ดูแลกาย-ใจฉบับวัยเดอะแบก

 

ใครที่พลาดงาน PPC2026 ไปแต่อยากฟังเซสชันบรรยายทั้งหมด สามารถซื้อตั๋วรับชมการบรรยายย้อนหลังรูปแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/PPC2026 โดยสามารถรับชมคลิปได้นาน 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน – 31 ตุลาคม 2026

tags : jobthai, งาน, คนทำงาน, people performance conference 2026, ppc2026, creative talk, what’s new, trends, อัปเดตเทรนด์, เทรนด์คนทำงาน, people management, บริหารคน, บริหารองค์กร, hr, human resources, การดูแลพนักงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม