สรุปเทรนด์ที่น่าสนใจจากงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2026

24/06/26   |   1.4k   |  

 

 

 

กลับมาอีกครั้งกับงาน CTC 2026 หรือ SUPALAI presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2026 มหกรรมความรู้ที่รวบรวมเทรนด์ มุมมอง และเทคนิคการทำงานแห่งอนาคตจากเหล่าผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในสายงานต่าง ๆ โดยปีนี้มาในธีม “The Festival of Futuristic Minds” เทศกาลของคนมองไกล คิดต่าง สร้างอนาคต จัดขึ้น 2 วันเต็ม ณ Paragon Hall เมื่อวันที่ 19 - 20 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

 

ภายในงานจะมีเซสชันไหนที่น่าสนใจและมีประเด็นอะไรที่คนทำงานไม่ควรพลาดบ้าง? JobThai สรุปไฮไลต์สำคัญมาให้แล้วในบทความนี้!

 

Trends 2026 – 2027

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว CTC 2026 จึงมาในธีม “The Festival of Futuristic Minds” เทศกาลของคนมองไกล คิดต่าง สร้างอนาคต เพราะในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คนที่มองเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและพร้อมปรับตัวก่อน ย่อมมองเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤตได้ก่อนเช่นกัน 

 

สำหรับเซสชันไฮไลต์อย่าง Trends 2026 – 2027 ซึ่งเป็นเซสชันอัปเดตเทรนด์ที่น่าจับตาประจำปี คราวนี้ถือว่าเต็มอิ่มและเข้มข้นไม่แพ้ปีก่อน ๆ เพราะมัดรวมเทรนด์มาให้ถึง 6 ด้าน ได้แก่ Creativity, Business, AI and Technology, Marketing Intelligence, People Performance และ Well-being ทิศทางของแต่ละเทรนด์จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย!

 

CTC 2026 Opening Session

 

Creativity Trends

Speaker: คุณวุฒิศักดิ์ อนรรฆพร Founder and Director of Factory01 และ คุณภัทศา อัตตนนท์ Managing Director, จงรักดี (Jongluckdee)

  • ในยุคที่ AI กลายเป็นเครื่องมือที่ไม่ว่าใครก็เข้าถึงได้และถูกนำมาใช้ในการคิดไอเดีย ค้นหาข้อมูล สร้างโซลูชันต่าง ๆ วงการครีเอทีฟจึงเกิดคำถามขึ้นว่า “ในวันที่ทุกคนใช้ AI ในการทำงาน จะทำยังไงให้งานออกมาแตกต่างและโดดเด่นจากคนอื่น?”

  • แม้ AI จะช่วยให้คนสามารถหาข้อมูลและเช็กความถูกต้องของข้อมูลต่าง ๆ ได้ไวกว่าเดิมมาก แต่หากใช้มากเกินไปก็อาจติดหล่ม AI Trap หรือเกิดเป็นภาวะกลัวการเริ่มอะไรใหม่ ๆ ที่อยู่นอกเหนือคลังข้อมูลของ AI ได้ หากมีการเสนอไอเดียอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมา แต่พอไปเช็กกับ AI แล้วพบว่า AI ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับไอเดียนั้น ๆ เนื่องจากไม่เคยมีใครทำมาก่อน คนทำงานก็อาจรู้สึกไขว้เขว ไม่มั่นใจและไม่กล้าเสี่ยง จนนำไปสู่ความกลัวในการก้าวออกจาก Safe Zone สุดท้ายก็ย่ำอยู่ที่เดิม ได้แต่เดินตามคนอื่นไปเรื่อย ๆ

  • นอกจากนี้ หากพึ่ง AI ในการทำงานมากเกินไปจะทำให้แบรนด์ขาดเอกลักษณ์และความเป็นต้นฉบับ ไม่โดดเด่นออกมาจากแบรนด์อื่น เพราะถ้าเราทุกคน Prompt เหมือนกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็ย่อมไม่แตกต่างกัน ดังนั้นคนทำงานครีเอทีฟต้องมีดุลยพินิจในการตัดสินใจที่ดี ใช้ AI ได้ แต่ต้องดูให้ออกว่าไอเดียไหนไม่เวิร์ก ไอเดียไหนควรเอาไปใช้ต่อ ไอเดียไหนซ้ำ ไอเดียไหนฉีก

  • สุดท้ายแล้ว Creativity ไม่ใช่แค่เรื่องของไอเดีย แต่เป็นเรื่องของ Execution หรือการลุกขึ้นมาทำให้ไอเดียนั้นเกิดขึ้นจริง ต่อให้มี AI ที่ช่วยให้เรารวบรวมไอเดียได้มากขึ้น เร็วขึ้น แต่ถ้าไม่ลงมือทำอย่างจริงจังก็ไม่มีประโยชน์

 

CTC 2026 Creativity Trends

 

Business Trends

Speaker: คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม Deputy CEO/CCO – AIS และ คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม Managing Director, SUPALAI PLC

  • 3 หัวใจสำคัญในการฝ่าวิกฤตธุรกิจจาก SUPALAI

    1. บริหารสภาพคล่อง องค์กรต้องวางแผนการเงินอย่างรัดกุมและพยายามรักษากระแสเงินสดให้ดี เพราะการมีสภาพคล่องจะช่วยให้ธุรกิจไม่ตึงตัวมากในช่วงเศรษฐกิจขาลง และช่วยให้ยังมีต้นทุนเหลือพอที่จะนำไปพัฒนาบุคลากร ปรับปรุงสินค้า และยกระดับกระบวนการทำงาน เพื่อเตรียมพร้อมคว้าโอกาสทันทีที่ตลาดพลิกฟื้นกลับมา

    2. รักษาคุณภาพสินค้า อย่าฉวยโอกาสลดมาตรฐานของสินค้าลงในช่วงวิกฤต เพราะความเชื่อมั่นของลูกค้าเป็นสิ่งที่สร้างยากแต่พังทลายง่าย ยิ่งทำธุรกิจที่สินค้ามีราคาสูง ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะดึงความเชื่อใจจากลูกค้ากลับมา หากสูญเสียไปแล้ว ลูกค้าไม่เชื่อเราแล้ว เขาก็ไปเลย 

    3. รู้จักมองหาโอกาส อย่ากลัวการเริ่มต้นสิ่งใหม่ในช่วงซบเซา หลายแบรนด์เองก็ไม่ได้สร้างฐานลูกค้าสำเร็จในช่วงเศรษฐกิจขยายตัว แต่เติบโตในช่วงเศรษฐกิจขาลง สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักตลาด เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และหาโอกาสให้ได้

  • 5 แนวทางการทำ AI Transformation จาก AIS

    1. AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กำลังกลายเป็น Workforce องค์กรต้องออกแบบโครงสร้างองค์กรใหม่ นอกจากมองหาเครื่องมือดี ๆ แล้ว ต้องรู้จักเทรนพนักงานให้ใช้ AI ให้เป็นด้วย

    2. กลุ่มน่าห่วงไม่ใช่คนรุ่นใหม่ แต่คือคนที่ต่อยอด AI ไม่ได้ หากไม่ยอมปรับตัวก็เสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลังในโลกการทำงานยุคใหม่

    3. HR Administrative จะถูกแทนที่เร็วกว่า HR ที่เข้าใจธุรกิจ คนที่จะเป็นที่ต้องการคือคนที่เข้าใจบริบทของธุรกิจจริง ๆ

    4. การออกแบบองค์กรใหม่ต้องเริ่มจากแยกให้ออกว่างานไหนให้คนทำ งานไหนให้ AI ทำ หากจำแนกไม่ได้ แบ่งงานไม่ดี การนำ AI มาใช้ในองค์กรก็จะขาดประสิทธิภาพ

    5. Recruitment คือด่านแรกที่ AI เข้ามา แต่คนยังต้องต่อยอดให้เป็น

 

CTC 2026 Business Trends

 

AI and Technology Trends

Speaker: คุณภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ Chief Technology Officer, LINE MAN Wongnai และ คุณทวิร พานิชสมบัติ Managing Director of ODT

  • ในสายงานบริการลูกค้า (Customer Support) AI สามารถทำแทนมนุษย์ได้ดีกว่าและมีประสิทธิภาพกว่าในหลายมิติ ทั้งเรื่องความเร็วและความแม่นยำ ปัจจุบัน AI Agent ไม่ได้มีหน้าที่แค่ตอบคำถามเท่านั้น แต่ยังช่วยดำเนินการตามคำขอต่าง ๆ ของลูกค้าได้ด้วย เช่น จัดการเรื่องความล่าช้าหรือช่วยยกเลิกคำสั่งซื้อ

  • ในมุมของการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือระบบ สามารถแบ่งออกเป็น 4 เฟสหลักตามทฤษฎี Wardley Map

    1. Genesis: ขั้นระดมไอเดีย ทดลองและเรียนรู้

    2. Custom Built: ปรับแต่งระบบเพื่อให้ตอบโจทย์และสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ

    3. Product: สร้างมาตรฐานและความเสถียรได้ พร้อมขยายตัวไปแข่งขันกับคนอื่น ๆ

    4. Commodity: กลายเป็นสิ่งพื้นฐานที่สามารถเข้าถึงได้ทั่วไป

ปัจจุบัน AI สามารถทำแทนมนุษย์ในขั้น Genesis ได้เกือบ 100% แล้ว

  • แม้ AI จะแทนที่คนในงานบางอย่างได้ แต่องค์กรไม่ควรปลดพนักงานออกทันที ให้โฟกัสที่การยกระดับทักษะของพนักงานจนสามารถดูแลงานในระดับที่สูงขึ้นที่ AI ยังไม่สามารถทำได้แทน เช่น งานในขั้น Custom Built หรือ Product โดยใช้ AI ช่วยวิเคราะห์หา Skill Gap หรือจุดที่ต้องพนักงานต้องพัฒนาเพิ่ม

  • องค์กรต้องมีดุลยพินิจในการเลือกใช้พนักงาน In-house กับ Outsource

    • งานทั่วไป (Generic Domain) ไม่ได้เป็นแกนหลักของธุรกิจ เช่น ระบบบริการลูกค้า สามารถเลือกใช้บริการจากภายนอกหรือใช้ AI ทำแทนได้

    • งานแกนหลัก (Core Domain) เป็นหัวใจสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจ ยังจำเป็นต้องใช้ทีมในบ้านหรือ In-house เพื่อควบคุมมาตรฐานและคุณภาพงาน 

 

CTC 2026 AI & Technology Trends

 

Marketing Intelligence Trends

Speaker: คุณไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล President of MarTech Association and CEO of PAM Real CDP และ คุณโศรดา ศรประสิทธิ์ CEO บริษัท ปับลิซิส กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด

  • ผู้บริโภคในยุคนี้รัดเข็มขัดมากขึ้น มองหาความคุ้มค่าในการใช้เงินแต่ละครั้งมากขึ้นทำให้ฝั่งนักการตลาดต้องปรับตัว ระมัดระวังในการทำแคมเปญมากขึ้นตามไปด้วย

  • 2026 Playbook – กลยุทธ์ 3S ในการทำการตลาดยุคนี้

    • Save: ตัดกิจกรรมการตลาดที่วัดผลยากหรือมองไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนออกไปก่อน

    • Shift: ย้ายเม็ดเงินไปสู่ช่องทางที่ติดตามพฤติกรรมลูกค้าได้และสามารถปิดการขายได้จริง

    • Sharpen: ใช้ข้อมูล ไอเดียสร้างสรรค์ และการวัดผลแคมเปญที่เห็นผลมาพัฒนาให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • แบรนด์ส่วนใหญ่มักเทความสนใจไปที่เครื่องมือโดยไม่ได้ทบทวนธุรกิจของตัวเอง สิ่งที่ถูกต้องคือต้องหาให้เจอก่อนว่าจุดแข็ง (Core Strength) ที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร แล้วจึงใช้ AI เข้ามาเสริมจุดแข็งนั้น เช่น หากแบรนด์มีจุดแข็งเรื่องระบบสมาชิก ก็ใช้ AI เข้ามาช่วยยกระดับจุดนี้ให้ดียิ่งขึ้น

  • นักการตลาดยุค AI ต้องเก่งใช้เครื่องมือ เก่งตีความ และเก่งเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน เมื่อพฤติกรรมลูกค้า เทคโนโลยี และแพลตฟอร์มเปลี่ยนเร็ว นักการตลาดไม่ควรแข่งกับ AI ในงานประเภท Routine แต่ต้องยกระดับตัวเองไปสู่บทบาท Orchestrator หรือคนควบคุม คอยดูแลภาพรวมของการทำงานโดยใช้ Data, Creativity และ Technology เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้จริง

  • 4 แนวทางสำคัญในการจับมือทำงานร่วมกับ AI

    • Automate Smartly: ใช้ AI กับงานเอกสาร เขียนรายงาน คัดกรองและวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อคืนเวลาให้ทีมไปโฟกัสกับกลยุทธ์และไอเดีย

    • Read Data Better: ต้องเข้าใจภาพรวมทั้งหมดของธุรกิจเพื่ออ่านข้อมูลให้ขาด

    • Create Meaning: แปลงข้อมูลที่ได้มาให้เป็น Insight เพื่อหาทิศทางที่ถูกต้องให้กับแบรนด์

    • Work Integrated: สร้างระบบการทำงานที่เชื่อมต่อกันทุกส่วน ไม่ว่าจะดูแลงานส่วนไหนก็สามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลเดียวกันได้

 

CTC 2026 Marketing Intelligence Trends

 

People Performance Trends

Speaker: คุณอภิชาติ ขันธวิธิ CEO of QGEN Consultant และ คุณสุวภา เจริญยิ่ง ที่ปรึกษาสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

  • Workforce Optimization คือโจทย์สำคัญขององค์กร องค์กรในยุคนี้อยากเติบโตและทำกำไรมากขึ้น ทำให้ต้องมองหากลยุทธ์ในการบริหารจัดการแรงงานในองค์กรใหม่ เนื่องจากปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่การขาดแคลนคน แต่คือทักษะของคนทำงานที่ยังไม่พร้อมตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

  • องค์กรต้องสร้างคนเก่ง มากกว่าซื้อคนเก่ง ท่ามกลาง Talent War หรือสงครามแข่งขันแย่งชิงคนเก่งที่รุนแรงขึ้น องค์กรไม่สามารถพึ่งพาการสรรหาคนเก่งจากภายนอกได้เสมอไป ต้องหันมาพัฒนาพนักงานระดับค่าเฉลี่ยหรือคนที่มีทักษะกลาง ๆ ที่องค์กรมีอยู่ให้เติบโตเป็น High Performer ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนพนักงานจาก “ค่าใช้จ่าย” ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ที่มีค่า” ขององค์กร

  • คนทำงานต้องพัฒนาตัวเองให้เป็น Asset ที่องค์กรไม่อยากสูญเสีย นอกจากการอัปสกิลและใช้ AI ให้เป็นแล้ว การรู้จุดแข็งของตัวเอง เข้าใจเป้าหมายการทำงาน และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ จะช่วยเพิ่มคุณค่าและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

  • Middle Management คือกลุ่มที่องค์กรต้องใส่ใจมากขึ้น หัวหน้างานหรือผู้บริหารระดับกลางต้องแบกรับแรงกดดันจากผู้บริหารระดับสูงและลูกน้องไปพร้อมกัน องค์กรและ HR จึงต้องเร่งซัปพอร์ต ช่วยสนับสนุนการพัฒนาทักษะบริหารคน สื่อสาร และตัดสินใจ เพื่อช่วยให้ทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

CTC 2026 People Performance Trends

 

Well-being Trends

Speaker: คุณพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารงานลูกค้าและความยั่งยืน ประจําประเทศไทย อลิอันซ์ อยุธยา และ พญ. หงส์ ประสาธนากร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine)

  • โรคร้ายเข้าใกล้ตัวเราไวขึ้น แม้มนุษย์จะมีแนวโน้มอายุยืนขึ้นในปัจจุบัน แต่สถิติกลับบ่งชี้ว่าคนป่วยเป็นโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็งในช่วงอายุที่น้อยลงกว่าเดิม โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้และมะเร็งเต้านม

  • 4 ต้นตอความเสี่ยงของคนทำงาน วิถีชีวิตและการทำงานในปัจจุบันหล่อหลอมให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยง 4 ด้านหลัก ๆ ได้แก่ การหักโหมทำงานหนัก การเผชิญความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการสะสมความเครียดในระดับสูง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตัวเร่งให้ร่างกายเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

  • 4 แนวทางสร้าง Well-being ที่ดี หากอยากมีสุขภาพกายและใจที่ดีอย่างยั่งยืน สามารถเริ่มต้นได้จาก 4 สิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน ได้แก่

    • Eat (กิน): มองอาหารเป็นต้นทุนของสุขภาพ โฟกัสที่คุณค่าของสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับมากกว่าการรับประทานเพียงเพื่อให้อิ่มท้องไปมื้อ ๆ

    • Move (ขยับ): ปรับมุมมองว่าการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ถือเป็นการออกกำลังกาย เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับตัวเองแล้ว เช่น การเต้นแอโรบิก การเดินเร็ววันละ 30 นาที

    • Sleep (นอนหลับ): ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการนอนมากกว่าจำนวนชั่วโมงที่นอน เพราะการนอนหลับสนิทและลึกเพียงพอคือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    • Stress Reduction (ลดความเครียด): ฝึกฝนการผ่อนคลายตัวเอง ลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างวันให้เป็น ถ้าจิตเครียด กายก็ย่ำแย่ตามไปด้วย

 

CTC 2026 Well-being Trends

 

When a Top Talent Resigns โปรดอนุมัติใบลาออกของผมด้วย

Speaker: คุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา Founding Partner, Slingshot Group

  • สาเหตุที่คนทำงานส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จสักที ได้เลื่อนขั้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่งก็เจอทางตันจนนำไปสู่ความคิดอยากลาออก เกิดจากการติดอยู่ที่ Level of Incompetence หรือ จุดที่ระดับของตำแหน่งนั้นต้องการความสามารถมากกว่าที่เจ้าตัวมี

  • เมื่อลองวิเคราะห์ดูจะพบว่าในตอนที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง คนโดยมากมักถูกโปรโมตเพราะมีทักษะในการทำงานดี แต่ยังขาดความเก่งในส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นกับการเป็นผู้นำ

  • อิงจากองค์ประกอบของความสำเร็จ ได้แก่ เก่งงาน เก่งตน เก่งคน เก่งคิด เก่งเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบที่คนทำงานขาดมากที่สุดคือ “ความเก่งคิด”

  • ต้นตอปัญหานี้เกิดจากระบบการศึกษาของไทย เด็กไทยไม่ค่อยถูกฝึกให้คิด แต่เรียนมาแบบเน้นการจดจำมากกว่า เทียบกับทฤษฎีระดับการเรียนรู้ตาม Bloom’s Taxonomyแล้ว คนไทยมักมีทักษะถึงขั้นวิเคราะห์เท่านั้น

    1. จดจำ (Remember) ระลึกหรือนึกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ออก

    2. เข้าใจ (Understand) แปลความและอธิบายข้อมูลได้

    3. ประยุกต์ (Apply) นำความรู้ไปปรับใช้ในสถานการณ์จริงได้

    4. วิเคราะห์ (Analyze) แยกแยะและจำแนกความแตกต่างได้

    5. ประเมินผล (Evaluate) สามารถตัดสินได้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด

    6. สร้างสรรค์ (Create) นำข้อมูลที่มีมาสร้างสิ่งใหม่ได้

  • 4 วิธีพัฒนาทักษะการคิดถ้าอยากประสบความสำเร็จ

    1. Be Proactive: ตั้งใจฟังและฝึกคิดอยู่เสมอ อย่าทำแค่จด แต่ให้คิดตามด้วย

    2. Stay Curious: อย่าหยุดสงสัย ฝึกเป็นคนอยากรู้อยากเห็นและตั้งคำถามบ่อย ๆ

    3. Change Your Belief: เปลี่ยนความคิดตัวเอง อย่ากลัวการผิดพลาด การทำอะไรผิดไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลว

    4. If you’re a leader, ask more questions: ถ้าอยู่ในจุดที่เป็นหัวหน้า อย่าสั่งอย่างเดียว ให้ฝึกถามลูกน้องเยอะ ๆ และเวลาถามอะไรลูกน้อง อย่าลืมอธิบายด้วยว่าทำไมถึงถาม เพราะบางทีลูกน้องก็ตีความสิ่งที่ถามไปคนละอย่าง ทำให้ไม่เกิดกระบวนการพัฒนาการฝึกคิด

 

CTC 2026 When a Top Talent Resigns โปรดอนุมัติใบลาออกของผมด้วย

 

Why Stopping PR & Storytelling Will Cost Your Business กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นด้วย “พีอาร์” ในยุคที่แบรนด์ต้องฉลาดบริหารเงิน

Speaker: คุณชญาน์ทัต วงศ์มณี Chief Storytelling Officer of Peeti PR (ปีติพีอาร์)

  • PR คือการเปิดไฟ เมื่อไหร่ที่เราหยุด PR ก็เท่ากับเราปิดไฟส่องแบรนด์ของตัวเอง ทำให้คนมองไม่เห็นเรา หากหายไปจากสายตาของผู้บริโภคนาน ๆ เขาก็จะลืมเราไป ดังนั้นการ PR จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก แม้เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่อย่าหยุด PR ตัวเอง เพราะจะยิ่งทำให้ผลลัพธ์แย่ลง

  • ความแตกต่างระหว่าง “โฆษณา” กับ “PR”

    • โฆษณาคือการบอกว่าแบรนด์ของเราดียังไง แต่ PR คือการที่คนที่น่าเชื่อถือบอกว่าแบรนด์เราดียังไง

    • โฆษณาสร้าง Brand Awareness ทำให้ลูกค้าเกิดการรับรู้ แต่ PR สร้าง Brand Credibility ทำลูกค้าให้เกิดความเชื่อมั่น

    • โฆษณาเปรียบเสมือนตัวอย่างภาพยนตร์ ทำให้คนเกิดความสนใจ อยากติดตาม แต่ PR เปรียบเสมือนสารคดี พาไปทำความรู้จักและสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

  • 8 สิ่งที่ลูกค้าใช้พิจารณาในการเลือกอุดหนุนแบรนด์

  1. เลือกแบรนด์ที่คุ้มค่า ไม่ใช่แค่ราคา แต่ต้องได้คุณภาพด้วย

  2. เลือกแบรนด์ที่มั่นคง ผลประกอบการดี ธุรกิจเติบโต รากฐานแข็งแกร่ง ไม่ปิดกิจการแน่นอน

  3. เลือกแบรนด์ที่ผู้นำ มีวิสัยทัศน์ในการจัดการธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอน

  4. เลือกแบรนด์ที่ทำเพื่อลูกค้า เข้าใจลูกค้า มาเพื่อแก้ไข สู้สุดใจเพื่อไม่เพิ่มปัญหาให้ลูกค้า

  5. เลือกแบรนด์ที่มาพร้อมสิ่งใหม่ นำเสนอนวัตกรรมใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ ความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ

  6. เลือกแบรนด์ที่ใช้แล้วบ่งบอกตัวตน ส่งเสริมภาพลักษณ์ สะท้อนตัวตนที่เป็นอยู่หรืออยากเป็น

  7. เลือกแบรนด์ที่เป็นคนดีจริง วัฒนธรรมองค์กรเป็นยังไง ปฏิบัติกับพนักงานดีไหม

  8. เลือกแบรนด์ที่ใคร ๆ ก็เชื่อมั่น คนอื่น ๆ นอกจากตัวเองให้การยอมรับ

  • ถ้าอยาก PR แบรนด์ให้กลายเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเลือก สามารถสื่อสารหรือเล่าอะไรได้บ้างที่ไม่ใช่การโฆษณาหรือขายของ?

  1. Founder Story: จุดกำเนิดขององค์กรที่มาจากความตั้งใจที่ยิ่งใหญ่ของผู้ก่อตั้ง

  2. Purpose Story: แบรนด์เกิดมาเพื่ออะไร เห็นปัญหาอะไร และอยากแก้ปัญหาอะไร

  3. Turning Point Story: จุดเปลี่ยน จุดตกต่ำ การเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่ผลักดันให้องค์กรยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

  4. Insight Story: ความรู้ ข้อมูล ข้อสังเกต บทเรียน อินไซต์ที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญ ความหลงใหลของแบรนด์

  5. “The Making Of” Story: กระบวนการที่สะท้อนถึงความใส่ใจ ความสู้สุดใจ เรื่องราวระหว่างทาง กว่าจะถึงปลายทาง

  6. Customer Story: เล่าเรื่องราวของแบรนด์จากมุมมองของลูกค้า

  7. Employee Story: พนักงานของเรามีความเชื่อมั่นแบบไหน ใช้ชีวิตแบบไหน

  8. Employer Story: วัฒนธรรมองค์กรเป็นยังไง ทำงานที่นี่ดีอย่างไร

  9. Solution Story: ผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมต่าง ๆ

 

Why Stopping PR & Storytelling Will Cost Your Business กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นด้วย “พีอาร์” ในยุคที่แบรนด์ต้องฉลาดบริหารเงิน

 

ใครที่พลาดงาน CTC2026 ไปแต่อยากฟังเซสชันบรรยายทั้งหมด สามารถซื้อตั๋วรับชมการบรรยายย้อนหลังรูปแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/ctc2026 โดยสามารถรับชมคลิปได้ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป (ระยะเวลาในการรับชมนาน 6 เดือน)

tags : jobthai, คนทำงาน, งาน, การทำงาน, what’s new, creative talk, creative talk conference, ctc2026, ctc, เทรนด์คนทำงาน, เทรนด์การทำงาน, การตลาด, บริหารคน, บริหารองค์กร, บริหารธุรกิจ, เทคโนโลยี, ai



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม