6 วิธีเลี้ยงลูกสไตล์ Michelle Obama

6 วิธีเลี้ยงลูกสไตล์ Michelle Obama
11/08/16   |   3.9k   |  

คนเป็นแม่ไม่ว่าจะมีสถานะอย่างไรในสังคม ก็ย่อมต้องการจะให้ลูกได้รับแต่ในสิ่งที่ดีๆ และเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี คนเก่งของสังคม เช่นเดียวกับครอบครัว Obama ที่นอกจากจะมีหัวหน้าครอบครัวอย่าง Barack Obama เป็นถึงอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาแล้ว อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งอย่าง Michelle Obama ก็มีบทบาทในการเลี้ยงดูลูกๆ ไม่แพ้กัน  

อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนนี้เป็นทั้งทนายความ นักเขียน และเป็นภรรยาของประธานาธิบดีคนที่ 44 ของประเทศสหรัฐอเมริกานอกจากนี้เธอยังเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกาคนแรกที่มีเชื้อสาย แอฟริกัน-อเมริกัน เธอได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการรณรงค์โครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมหลากหลายด้าน เช่น ด้านสุขภาพ  ด้านการศึกษา ด้านสวัสดิการของทหารผ่านศึกและครอบครัว ด้านการต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิของเด็กและสตรีทั้งในและต่างประเทศ เธอจึงเป็นที่ชื่นชมและเป็นแบบอย่างของผู้หญิงในอเมริกาและผู้หญิงทั่วโลก แต่เมื่อมีคนบอกให้เธออธิบายถึงตัวตนของเธอ เธอไม่ลังเลเลยที่จะตอบว่า เธอเป็นแม่ของ Malia และ Sasha ลูกสาวทั้งสองของเธอเป็นอันดับแรกก่อนพูดถึงเรื่องอื่นๆ

เนื่องในโอกาสเดือนแห่งวันแม่แห่งชาติ เราขอเสนอวิธีเลี้ยงลูกที่ Michelle Obama ใช้เลี้ยงลูกสาวทั้งสองของเธอ ไปดูกันว่านอกจากบทบาททางสังคมของเธอและสามีที่มีอิทธิพลต่อคนทั้งประเทศแล้ว เธอมีหลักการในการสร้างกฎเกณฑ์ในครอบครัวและการอบรมลูกๆ อย่างไรบ้าง  


1. ทำให้ลูกเห็นเป็นแบบอย่าง
คงไม่มีใครสงสัยความสามารถในการเป็นผู้นำของทั้งประธานาธิบดี Barack Obama ที่เป็นผู้นำของสหรัฐอเมริกาได้ถึงสองสมัยติดต่อกัน ในขณะที่ Michelle Obama เองก็ดำรงตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศ แน่นอนว่ามีภารกิจมากมายให้ต้องทำไม่แพ้สามี แต่เธอก็สามารถเลี้ยงลูกวัยซนทั้งสองคนให้เติบโตมาได้ เธอต้องคอยรักษาสมดุลทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัว 

การทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกจึงเป็นอีกหน้าที่หนึ่งของแม่ทุกคน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารเวลา ในสมัยที่ Barack Obama กำลังหาเสียง เธอไม่เคยพลาดที่จะอยู่เคียงข้างสามีของเธอ หรือแม้แต่ขณะที่เธอได้เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแล้ว เธอก็ยิ่งต้องมีงานล้นมือมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม Michelle ก็ทำหน้าที่ของคนเป็นแม่ในการเลี้ยงดูลูกๆ ทุกคนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง 

นอกจากนี้เธอยังเชื่อว่า ถ้าเราอยากสอนลูกให้เป็นคนอย่างไร เราก็ต้องทำตัวให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่างก่อน  เมื่อเธอสอนลูกๆ ในเรื่องการกินอาหารที่มีประโยชน์ เธอก็รักษาสุขภาพและรูปร่างตามที่เธอสอนลูก เมื่อได้เห็นตัวอย่างที่ดีจากแม่คนเก่งคนนี้ จึงไม่แปลกที่ลูกๆ ของเธอจะซึมซับและดำเนินรอยตามสิ่งดีๆ ที่แม่ทำ  

 

2. การดูแลเอาใจใส่เรื่องง่ายๆ แต่สำคัญ
Michelle Obama ก็ไม่ต่างจากแม่คนอื่นๆ คนเป็นแม่ทุกคนย่อมต้องอยากรู้ว่าลูกของเธอมีพฤติกรรมอย่างไรบ้างเวลาอยู่นอกบ้าน สตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกายอมรับว่า เธออดไม่ได้ที่จะสอบถามความเป็นไปของลูกทั้งสองของเธอจากผู้ปกครองของเด็กคนอื่นๆ เพื่อคลายความกังวลใจ นอกจากนี้ทั้ง Michelle และ Barack Obama จะเข้าร่วมกิจกรรมกับทางโรงเรียนของลูกๆ อยู่เสมอ เช่น การเข้าประชุมผู้ปกครอง  หรือกิจกรรมพิเศษที่ลูกๆ ของเธอมีส่วนร่วม ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้งานของพ่อแม่จะสำคัญ แต่ก็จะไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับลูกๆ เช่นเดียวกัน  

 

3. ฝึกระเบียบวินัยและความรับผิดชอบตั้งแต่ยังเล็ก
งานบ้านงานเรือนคือเรื่องที่ละเลยไม่ได้ แม้จะเป็นถึงลูกของประธานาธิบดี แต่ Malia และ Sasha ก็ไม่ได้มีข้อยกเว้นในการไม่ทำงานบ้านเหมือนกับเด็กทั่วๆ ไป สิ่งแรกที่ Michelle Obama บอกกับเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวที่มีหน้าที่ดูแลเธอและลูกๆ ก็คือ ลูกสาวทั้งสองของเธอไม่ใช่เจ้าหญิงที่จะต้องคอยดูแลในทุกๆ เรื่อง Michelle บอกว่า ลูกๆ ของเธอต้องจัดที่นอน และซักผ้าด้วยตัวเอง เธอสอนลูกๆ เรื่องการพึ่งพาตัวเอง โดยอธิบายให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ขนาดคุณยายยังซักผ้าเองอยู่เลย นอกจากนี้ในเรื่องระเบียบวินัย Michelle ไม่ชอบที่จะให้ลูกๆ ของเธอนอนดึกและตื่นสาย เธอได้กำหนดเวลานอนขั้นต่ำของพวกเด็กๆ ไว้  และจะไม่มีเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวมาคอยปลุกพวกเธอ ลูกๆ ของเธอจะต้องรับผิดชอบตัวเองด้วยการตื่นเองด้วยนาฬิกาปลุกเพื่อไปเรียนแต่เช้า

 

4. อยู่กับโลกความจริงไม่ใช่โลกโซเชียล 
โทรทัศน์เป็นสื่อที่มีอิทธิพลกับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมอเมริกัน Michelle พยายามจำกัดเวลาการดูโทรทัศน์ของลูกๆ ไว้เพียงแค่วันละไม่กี่ชั่วโมง ระหว่างวันจันทร์ถึงศุกร์ เธอจะไม่อนุญาตให้ลูกของเธอดูโทรทัศน์หรือเล่นคอมพิวเตอร์เลย ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับโรงเรียน หรือการทำการบ้าน ในขณะที่วันหยุดสุดสัปดาห์พวกเธอก็จะได้โควตาการดูรายการบันเทิงทั้งหลายอย่างจำกัด Michelle บอกว่า Barack เอง ก็ไม่ค่อยชอบเนื้อหาของรายการทีวีโดยเฉพาะ พวก Reality Show แต่เธอก็คิดว่าถ้าเด็กๆ ได้รับการอธิบายด้วยเหตุผลก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี และเธอให้ความสำคัญกับสิ่งที่ลูกๆ ของเธอจะได้รับจากการรับชมรายการเหล่านั้นมากกว่า Michelle จะถามลูกๆ ว่า ได้อะไรจากการดูรายการประเภทนี้ และถ้าพวกเธอได้รับบทเรียนที่ถูกต้อง เช่น ถ้าลูกของเธอแยกแยะว่าสิ่งไหนดีหรือไม่ดีได้  รู้ว่าพฤติกรรมในรายการเป็นเรื่องที่ไร้สาระไม่ควรทำตาม และดูขำๆ เพื่อความบันเทิงเท่านั้นเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร  สำหรับการใช้โซเชียลมีเดียก็เช่นเดียวกัน Michelle เชื่อว่าเด็กไม่ควรเล่นสื่อออนไลน์มากเกินไปและควรใส่ใจกับเรื่องการเรียนหรือเรื่องสำคัญอื่นๆ มากกว่าการแค่ถ่ายรูปและโพสต์ลงให้คนอื่นดูไปวันๆ ตอนที่ Malia และ Sasha ยังเด็ก ทั้งสองคนไม่ค่อยได้เล่น facebook และ Instagram โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกสาวคนเล็กอย่าง Sasha ที่ได้รับอนุญาตให้เล่นโซเชียลมีเดียหลังพี่สาว เพราะตอนนั้นยังเด็กเกินไป ไม่ถึงวัยที่ควร      

 

5. สุขภาพเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย
Michelle นั้นเป็นตัวแทนในการรณรงค์การต่อต้านโรคอ้วนในเด็กซึ่งเป็นวาระระดับชาติของอเมริกา แน่นอนว่าการที่ลูกๆ ของเธอจะมีโอกาสได้กินของหวานตามใจปากนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ช่วงเวลาปกติในแต่ละวัน ลูกๆ ของเธอจะไม่ได้รับอนุญาตให้กินอาหารฟาสต์ฟู้ดหรือขนมหวาน  แต่จะอนุญาตก็ต่อเมื่อมีโอกาสพิเศษจริงๆ เท่านั้น เธอบอกกับลูกๆ ว่าโอกาสพิเศษอย่างงานเลี้ยงวันเกิดหรือวันหยุดพิเศษเป็นโอกาสที่ลูกๆ จะได้ทำตามใจบ้าง เพราะทุกๆ วันพวกเธอได้ปฏิบัติตามคำสอนของแม่ในเรื่องการดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว เรื่องสุขภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่คนเรามักมองข้ามแน่นอนว่าเธอไม่อยากเห็นลูกๆ เป็นโรคอ้วน เธอไม่ได้เคร่งครัดกับลูกโดยไม่มีเหตุผลแต่เธอสอนให้ลูกๆ ของเธอเข้าใจว่าควรจะตัดสินใจอย่างไรเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ครั้งหนึ่งที่ลูกสาวคนโตของเธอขออนุญาตกินพายปิดท้ายมืออาหาร เธอก็ตอบกลับด้วยคำถามไปว่า “เมื่อวานลูกกินพายไปหรือยังจ๊ะ” ด้วยคำถามง่ายๆ แค่นี้ บวกกับคำสอนที่เธอปลูกฝังให้ลูกๆ ตั้งแต่เด็กๆ ลูกของเธอก็จะคิดได้และได้ข้อสรุปว่าเธอไม่ควรกินพายที่เป็นอาหารที่มีแคลอรีสูงทุกวัน  

 

6. ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้คุ้มค่ามากที่สุดเมื่อมีโอกาส
การรับประทานอาหารแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวในทำเนียบขาวเป็นกฎเหล็กที่ครอบครัว Obama ตั้งขึ้นมา และเธอคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างได้มาก กฎนี้ก็ไม่มีอะไรยากไม่ว่าสมาชิกของครอบครัวจะทำอะไรอยู่ เมื่อถึงเวลา 6 โมงครึ่ง สมาชิกทุกคนจะต้องหยุดทำอย่างอื่นแล้วมารับประทานอาหารพร้อมกันในทันที ทั้ง Michelle และ Barack ใช้วิธีนี้ในการกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้น ระหว่างมืออาหารเธอและสามีจะได้ถามไถ่ลูกๆ ถึงเรื่องราวที่โรงเรียน และได้ใช้เวลาอันแสนอบอุ่นกันเพียงแค่สี่คน พ่อแม่ลูกโดยไม่มีเรื่องอื่นๆ เข้ามาขัดจังหวะ  

 

 

ที่มา:
blackenterprise.com
businessinsider.com.au
mom.me
whitehouse.gov
lifehack.org
prevention.com
thehill.com
shethepeople.tv
 

tags : lifestyle, งาน, แรงบันดาลใจ, inspiration



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม