6 วิธีที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นปีใหม่ได้อย่างมีความสุข

6 วิธีที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นปีใหม่ได้อย่างมีความสุข
28/12/17   |   9.6k   |  

“โดยรวม ๆ ปีที่แล้วมันก็ดีนะ แต่ปีนี้เราจะทำให้ดีกว่าเดิม”  

หวังว่าประโยคที่เรายกมานี้ น่าจะเป็นประโยคที่สรุปเรื่องราวความสุขโดยภาพรวมในชีวิตของคนทำงานหลาย ๆ คนในปีที่แล้ว และ “เราจะทำให้ดีกว่าเดิม” ประโยคนี้ก็น่าจะได้เขียนอยู่ในเป้าหมายปีใหม่ของใครหลาย ๆ คนที่อยากจะทำด้วย เป้าหมายในชีวิตของแต่ละคนที่อยากจะทำให้สำเร็จนั้นก็คงจะมีแตกต่างกันไป แต่ในรายละเอียดนั้นจะแตกต่างกันแค่ไหน สุดท้ายปลายทางก็คือเราต่างก็อยากจะมีความสุขในทุก ๆ วันของชีวิตด้วยกันทั้งนั้น

ในช่วงปีใหม่แบบนี้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะตั้งต้นจัดกระบวนทัพในการบริหารจัดการชีวิตกันใหม่ ซึ่งแต่ละคนก็มีแนวทางในการเริ่มต้นปีที่แตกต่างกันไป แต่หากใครยังไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร วันนี้ JobThai ก็มีวิธีที่จะทำให้คุณมีความสุขได้ตั้งแต่วันแรกของปีมาฝากกัน

 

 

  • พิจารณาตนเอง จัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องความสัมพันธ์ เพื่อที่เราจะได้กลับมาตั้งเป้าหมายทำสิ่งที่สำคัญตลอดปีนี้
  • จัดการสิ่งต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดบ้าน หรือการจัดการอีเมล รวมถึงโซเชียลมีเดียต่าง ๆ
  • สรุปความสำเร็จในเรื่องของการทำงานตลอดปีที่ผ่านมา รวมถึงอัปเดตเรซูเม่ให้เป็นปัจจุบันด้วย แม้ว่าเราจะยังไม่ได้มองหางานใหม่ แต่โอกาสอาจจะกำลังมองหาเราอยู่ก็ได้

 


 

1. พิจารณาและจัดลำดับความสำคัญของคนรอบตัว

ในชีวิตประจำวันของคนทำงานนั้นคงจะได้เจอกับคนหลากหลายแบบ ดังนั้นเราควรจะต้องพิจารณาและจัดลำดับความสำคัญของคนรอบตัวบ้าง ลองหาอะไรสนุก ๆ ทำกับเพื่อนสนิทเพื่อรักษาความสัมพันธ์ และแก้ตัวที่เราเคยละเลยหรือลืมใส่ใจพวกเขา ลดการติดต่อหรือออกไปเที่ยวกับเพื่อนที่เราต้องการจะลดระดับความสัมพันธ์ลง หรือถ้ามีเพื่อนใหม่ หรือเพื่อนร่วมงานที่อยากจะสนิทสนมกับเขาให้มากขึ้นกว่าเดิม ก็อย่างลังเลที่จะหาวิธีพูดคุย หรือใช้เวลากับเขา การทำแบบนี้จะทำให้รอบตัวของเรามีแต่คนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข  


2. คิดและวางแผนจัดการเรื่องการเงิน

การวางแผนเรื่องเงินเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรจะต้องทำ ตรวจสอบว่าเรามียอดหนี้ต่าง ๆ ที่ยังต้องชำระอยู่อีกเท่าไหร่ หรือคำนวณดูว่าในแต่ละเดือนเรามีรายจ่ายที่จะต้องจ่ายอยู่เป็นประจำเท่าไหร่ มีรายจ่ายส่วนไหนบ้างที่สามารถลดทอนลงได้ แล้วจะพบว่ารายจ่ายที่ลดลงเพียงเล็กน้อยในแต่ละเดือนจะกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อช่วงสิ้นปีมาถึง

 

3. ทำความสะอาด และจัดบ้านใหม่

ถึงแม้ว่าเราจะทำความสะอาดบ้านกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าการทำความสะอาดส่วนใหญ่นั้น ก็เพียงแค่ปัด กวาด เช็ด ถูก ทั่ว ๆ ไป หาโอกาสในช่วงวันหยุดปีใหม่นี้มาตรวจสอบดูว่ามีส่วนใดในบ้านบ้างที่ควรจะต้องจัดระเบียบใหม่ เคลียร์ตู้เย็น หรือตู้ต่าง ๆ ในครัวของเราที่เต็มไปด้วยอาหารหมดอายุ หรือของกินที่ลืมไปแล้วว่าเคยซื้อมาเก็บไว้ คัดเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้วออกจากตู้ ซึ่งจะนำไปบริจาคหรือจะขายต่อเป็นเสื้อผ้ามือสองก็ตามแต่สะดวก รวมไปถึงลองปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ภายในบ้านดูบ้าง อาจไม่จำเป็นต้องถึงขั้นปรับปรุงบ้านใหม่ทั้งหลัง เพียงแค่เปลี่ยนรูปที่แขวนอยู่บนผนัง เปลี่ยนผ้าม่าน หรือเปลี่ยนที่วางของเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว

 

4. จัดการ Email และ Social Media

อีเมลเป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนจำเป็นต้องใช้ ไม่ว่าจะใช้สำหรับเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว ซึ่งบางคนอาจมีมากกว่าหนึ่งอีเมลด้วยซ้ำ ลองจัดการแยกโฟล์เดอร์อีเมลหรือลบอีเมลขยะและอีเมลที่ไม่สำคัญทิ้งไปดู รวมไปถึงโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เราก็ควรจัดการให้เรียบร้อย เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการลบเพื่อนในโซเชียลมีเดียที่เพิ่มเข้ามาตอนที่เราเล่นเกมออนไลน์ แต่ตอนนี้ไม่ได้เล่นแล้ว หรือ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว หรือจะกลับไปนั่งดูว่าเราอยากจะลบรูปภาพไหนทิ้งไปจาก Social Media ด้วยหรือเปล่า 


5. ลิสต์สิ่งใหม่ๆ ที่ต้องการจะลองทำ

หาเวลาลิสต์รายการสิ่งต่างๆ ที่อยากจะลองทำ แล้วเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อน เช่น เปลี่ยนรูปภาพหน้าจอ หรือเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือที่เราใช้มาตลอดทั้งปี เปลี่ยนกลิ่นน้ำหอม และลองหัดทำอาหารที่ไม่เคยทำ แล้วค่อยทำในสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนแปลงตัวตนหรือชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นเริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างจริงจังด้วยการออกกำลังกายและปรับเปลี่ยนวิธีการรับประทานอาหาร หรือเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ภายนอกของตัวเองด้วยการเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว และถ้าหากเราลองทำแล้วมันไม่โอเค ก็แค่เปลี่ยนกลับไปเป็นแบบเดิมเท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังรวมถึงทักษะใหม่ ๆ ที่เราอยากจะฝึกฝนใช้เวลาในช่วงวันหยุดเปรียบเทียบราคาคอร์สเรียนจากหลาย ๆ ที่ หรือแม้แต่ลองหาข้อมูลในการเรียนผ่านระบบออนไลน์ก็ได้ เช่น จาก Chula MOOC ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือจาก THAI MOOC ที่รวบรวมความรู้จากหลากหลายมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เป็นต้น 


6. อัปเดตข้อมูลในเรซูเม่

เรซูเม่เป็นสิ่งที่จะถูกหยิบขึ้นมาอัปเดตข้อมูลใหม่ ก็ต่อเมื่อเราคิดที่จะหางานใหม่ แต่มันคงจะดีกว่าถ้าเราหมั่นเพิ่มเติมข้อมูลใหม่ ๆ ในเรซูเม่อยู่เป็นประจำ ลองใช้เวลาสักสองถึงสามชั่วโมง นั่งทบทวนทักษะ และความสามารถต่าง ๆ ที่เราได้รับเพิ่มเติมจากงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเช็กดูว่าอีเมล และเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่ในเรซูเม่นั้น เป็นข้อมูลปัจจุบันหรือไม่ เตรียมพร้อมไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอาจจะจำเป็นต้องใช้มันเมื่อไหร่ หรืออาจจะมีใครกำลังมองหาเพื่อนร่วมงานใหม่ แต่เราก็พลาดโอกาสนั้นไปเพราะเขาไม่สามารถติดต่อเราได้เนื่องจากเบอร์โทรศัพท์ผิด ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มองหางานใหม่อยู่ แต่ก็เปิดประตูให้โอกาสนั้นได้มาเจอเราบ้างก็น่าจะดีกว่า  

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

 

ที่มา:

yesandyes.org

tags : ไลฟ์สไตล์, คนทำงาน, lifestyle, เคล็ดลับการทำงาน, เทคนิคการทำงาน, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, เทคนิคสำหรับคนทำงาน, ทำงานอย่างมีความสุข, ความสุขในการทำงาน, เคล็ดลับความสำเร็จ, เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ, ทำงานให้มีความสุข, แนวคิดในการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม