เคยไหมที่หลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองไกล ๆ กลับเห็นภาพเบลอไปชั่วขณะ หลายคนอาจคิดว่าเป็นอาการสายตาสั้น แต่แท้จริงแล้วนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ "โรคสายตาสั้นเทียม" ภัยเงียบที่มาพร้อมกับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล บทความนี้ JobThai จะพาชาวออฟฟิศและคนรุ่นใหม่ไปทำความรู้จักกับภาวะนี้ให้มากขึ้น เพื่อหาทางป้องกันและดูแลดวงตาของเราให้ดีที่สุด
โรคสายตาสั้นเทียม (Pseudomyopia) คือ ภาวะที่สายตาเกิดอาการสั้น "ชั่วคราว" ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างลูกตาเหมือนสายตาสั้นจริง แต่มีสาเหตุมาจากการทำงานหนักของ "กล้ามเนื้อตา" ที่ใช้ในการเพ่งมองระยะใกล้เป็นเวลานาน จนเกิดอาการเกร็งค้างและไม่ยอมคลายตัว เมื่อกล้ามเนื้อตาเกร็งค้าง ความสามารถในการปรับโฟกัสเพื่อมองไกลจึงลดลงชั่วขณะ ทำให้เกิดอาการมองไกลไม่ชัดคล้ายกับคนสายตาสั้นนั่นเอง

อาการของโรคสายตาสั้นเทียมอาจคล้ายกับสายตาสั้นจริง แต่ก็มีลักษณะเฉพาะที่สามารถสังเกตได้ ดังนี้
มองไกลไม่ชัด เห็นภาพเบลอชั่วขณะ โดยเฉพาะหลังใช้สายตาหนัก ๆ
นี่คืออาการที่ชัดเจนที่สุดของโรคสายตาสั้นเทียม เราจะรู้สึกว่าการมองเห็นในระยะไกลแย่ลงอย่างกะทันหันหลังจากใช้สายตาอย่างหนัก เช่น ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมง หรือเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน แต่เมื่อได้พักสายตาไปสักพัก อาการมองไม่ชัดเหล่านี้อาจดีขึ้นหรือหายไปได้เอง ซึ่งแตกต่างจากสายตาสั้นจริงที่ค่าสายตาจะคงที่และมองไม่ชัดตลอดเวลา
ปวดตา ปวดกระบอกตา และปวดศีรษะหรือเวียนศีรษะร่วมด้วย
เมื่อกล้ามเนื้อตาถูกใช้งานหนักจนเกินขีดจำกัด ก็ไม่ต่างจากกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ของร่างกายที่สามารถเมื่อยล้าได้ อาการเกร็งค้างของกล้ามเนื้อตาจะส่งผลให้รู้สึกปวดตา ปวดบริเวณรอบ ๆ กระบอกตา และในบางกรณีอาจลามไปถึงการปวดศีรษะแบบตื้อ ๆ หรือรู้สึกมึนงงเวียนศีรษะได้ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณว่าดวงตาของเรากำลังต้องการการพักผ่อนอย่างเร่งด่วน
ตาล้า (Eye Strain) ตาแห้ง ตาไวต่อแสงมากกว่าปกติ
นอกจากการมองเห็นที่พร่ามัวแล้ว อาการตาล้า ตาแห้ง หรือรู้สึกแสบตาก็เป็นสัญญาณร่วมของโรคสายตาสั้นเทียมได้เช่นกัน เนื่องจากการเพ่งหน้าจอเป็นเวลานานทำให้อัตราการกะพริบตาลดลง ส่งผลให้ตาแห้งและระคายเคืองง่ายขึ้น บางคนอาจรู้สึกว่าดวงตาสู้แสงจ้าไม่ไหว หรือไวต่อแสงมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นผลมาจากความอ่อนล้าของระบบประสาทและกล้ามเนื้อตา

ในยุคที่ชีวิตประจำวันของเราผูกติดอยู่กับหน้าจอ ทั้งการทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ การประชุมออนไลน์ การเรียนออนไลน์ ไปจนถึงการพักผ่อนด้วยการดูซีรีส์และไถโซเชียลมีเดีย พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนบังคับให้ดวงตาของเราต้องเพ่งมองวัตถุในระยะใกล้เป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน การใช้งานสายตาอย่างหนักและต่อเนื่องโดยขาดการพักผ่อน จึงเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้โรคสายตาสั้นเทียมพบได้บ่อยขึ้นในทุกเพศทุกวัย
ข่าวดีคือโรคสายตาสั้นเทียมสามารถดีขึ้นและหายได้เองหากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการพักสายตาจากหน้าจอเป็นระยะตามกฎ 20-20-20 (พักทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที) และลดชั่วโมงการใช้สายตาระยะใกล้อย่างต่อเนื่อง แต่ข่าวร้ายก็คือ จักษุแพทย์ได้เตือนว่าหากปล่อยให้กล้ามเนื้อตาเกร็งค้างเป็นเวลานาน มีความเป็นไปได้สูงมากที่ภาวะสายตาสั้นเทียมจะพัฒนาไปสู่สายตาสั้นจริงอย่างถาวร ดังนั้นการป้องกันไว้ก่อนจึงดีที่สุด
โรคสายตาสั้นเทียมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนในยุคดิจิทัล ดังนั้น การเข้าใจถึงสาเหตุและหมั่นสังเกตอาการของตัวเอง คือก้าวแรกของการป้องกันภัยเงียบที่อาจส่งผลเสียต่อดวงตาในระยะยาวได้ นอกจากนี้การปรับพฤติกรรมการใช้สายตาและให้ความสำคัญกับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาดวงตาคู่สวยให้อยู่กับเราไปนาน ๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้ชีวิตได้อีกด้วย
ที่มา:
chokedeeoptical.com
hfocus.org
nhsinform.scot
rama.mahidol.ac.th