เคยไหมที่ยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าเป็นชั่วโมง แต่ก็ไม่รู้จะเลือกใส่อะไร ไม่รู้ว่าชุดแบบไหนที่ใส่แล้วดูดีและมั่นใจ? การเลือกเสื้อผ้าไม่ใช่แค่เรื่องของเทรนด์ แต่ยังเป็นเรื่องของการเข้าใจโทนสีผิวของตัวเองด้วย บทความนี้ JobThai จะพาคุณไปเลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับทุกโทนผิว ไม่ว่าคุณจะมีผิวสีไหน ก็แต่งออกมาได้ปังทุกลุค และสร้างความมั่นใจให้คุณในทุก ๆ วันได้อย่างแน่นอน
ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเทคนิคการเลือกสีเสื้อผ้าที่เหมาะสม มาทำความรู้จักกับโทนสีผิวหลัก ๆ กันก่อน ดังนี้
-
ผิวอมชมพู หรือที่เรียกว่า Cool Undertone ผิวจะมีลักษณะอมชมพูเล็กน้อย เส้นเลือดที่ข้อมือมักมองเห็นเป็นสีม่วงหรือน้ำเงิน
-
ผิวขาวเหลือง เป็นโทนผิวที่พบได้บ่อยในคนเอเชีย หรือ Warm Undertone ผิวจะมีสีเหลืองอ่อน ๆ หรือสีเบจ เส้นเลือดที่ข้อมือมักมองเห็นเป็นสีเขียว
-
ผิวสองสี เป็นโทนผิวที่อยู่ระหว่างกลาง ไม่ขาวมากและไม่คล้ำมากหรือ Neutral Undertone สามารถมีได้ทั้งลักษณะของผิวอมชมพูและผิวขาวเหลือง เส้นเลือดที่ข้อมืออาจมองเห็นทั้งสีเขียวและสีน้ำเงิน
-
ผิวสีเข้ม หรือ Deep Undertone ผิวจะมีสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ แม้ผิวจะเข้มแต่ก็ยังมี Undertone ที่แตกต่างกันได้
การเช็กโทนสีผิวของตัวเองนั้นง่ายกว่าที่คิด สามารถเช็กได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้
-
ดูสีเส้นเลือดที่ข้อมือ ลองพลิกข้อมือขึ้นมาดูเส้นเลือดใต้ผิวหนัง หากเส้นเลือดออกสีน้ำเงินหรือม่วง คุณมีแนวโน้มเป็น Cool Undertone (ผิวอมชมพู) หากเส้นเลือดออกสีเขียว คุณมีแนวโน้มเป็น Warm Undertone (ผิวขาวเหลือง) และถ้ามองเห็นเป็นทั้งสีน้ำเงินและสีเขียว หรือแยกได้ยาก คุณอาจเป็น Neutral Undertone (ผิวสองสี)
-
ทดสอบด้วยเครื่องประดับ ลองใส่เครื่องประดับสีเงินและสีทอง หากใส่สีเงินแล้วผิวดูสว่างสดใสขึ้น คุณมีแนวโน้มเป็น Cool Undertone แต่ถ้าใส่สีทองแล้วผิวดูผ่องขึ้น คุณมีแนวโน้มเป็น Warm Undertone
-
ทดสอบด้วยผ้าสีขาว ลองยืนหน้ากระจกในที่ที่มีแสงธรรมชาติ แล้วนำผ้าสีขาวมาทาบกับใบหน้า หากหน้าดูสว่างขึ้น คุณอาจเป็น Cool Undertone แต่ถ้าหน้าดูเหลืองขึ้น คุณอาจเป็น Warm Undertone
หลังจากที่เช็กดูแล้วว่าสีผิวของเราเป็นโทนไหน มาดูกันดีกว่าว่า โทนสีผิวของเราเหมาะกับเสื้อผ้าโทนไหนบ้าง ดังนี้

-
Cool Undertone (ผิวอมชมพู) ควรเลือกสีเสื้อผ้าโทนเย็น เช่น สีน้ำเงิน สีฟ้า สีเขียวมรกต สีม่วง สีชมพูอ่อน หรือสีเทา สีเหล่านี้จะช่วยขับผิวให้ดูสว่างและสดใส
-
Warm Undertone (ผิวขาวเหลือง) เหมาะกับสีเสื้อผ้าโทนอุ่น เช่น สีแดงอิฐ สีส้ม สีเหลืองมัสตาร์ด สีเขียวมะกอก สีน้ำตาล หรือสีครีม สีเหล่านี้จะช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่งและอบอุ่น
-
Neutral Undertone (ผิวสองสี) สามารถเลือกสีเสื้อผ้าได้ทั้งโทนร้อนและโทนเย็น ลองเลือกสีที่ไม่อ่อนหรือเข้มจนเกินไป เช่น สีเขียวมิ้นต์ สีน้ำเงินคราม สีกรมท่าหรือสีเบจ
รู้จักโทนผิวตัวเอง
อย่างที่กล่าวไปว่าการเข้าใจโทนสีผิวของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกสีเสื้อผ้าที่เหมาะสม ลองใช้เทคนิคการเช็กโทนสีผิวข้างต้นเพื่อระบุว่าคุณเป็น Cool, Warm หรือ Neutral Undertone พอรู้ว่าตัวเองเป็นมีโทนสีผิวแบบไหนแล้ว การเลือกสีที่ใช่ก็จะง่ายขึ้นมาก
จับคู่สีแบบมือโปร
การแมตช์เสื้อผ้าด้วยการจับคู่สีเป็นศิลปะที่ต้องใช้เวลาฝึกฝน แต่ก็มีหลักการง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณดูดีได้ ดังนี้
-
Monochromatic (สีโทนเดียวกัน) เลือกสีเสื้อผ้าเฉดสีเดียวกันทั้งชุด เช่น เสื้อสีฟ้าอ่อน กางเกงสีน้ำเงินเข้ม จะให้ลุคที่ดูเรียบหรูและดูสูงโปร่งขึ้นมา เพราะสีเฉดเดียวกันจะช่วยให้รูปร่างดูยาวต่อเนื่อง ไม่ถูกตัดด้วยสีที่ต่างกัน
-
Analogous (สีที่อยู่ติดกันในวงล้อสี) เช่น สีฟ้ากับสีเขียว หรือสีส้มกับสีแดง การจับคู่แบบนี้จะให้ลุคที่ดูละมุนและสบายตา
-
Complementary (สีตรงข้ามในวงล้อสี) เช่น สีแดงกับสีเขียว หรือสีเหลืองกับสีม่วง การจับคู่แบบนี้จะให้ลุคที่โดดเด่นและมีพลัง ควรใช้สีหนึ่งเป็นสีหลักและอีกสีเป็นสีรอง
-
Triadic (สีสามสีที่อยู่ห่างเท่า ๆ กันในวงล้อสี) เช่น สีแดง เหลือง น้ำเงิน การจับคู่แบบนี้จะให้ลุคที่สดใสและมีชีวิตชีวา แต่ต้องระวังไม่ให้ดูเยอะเกินไป
เลือกสีเสื้อผ้าตามโอกาสและกาลเทศะ
การเลือกสีเสื้อผ้านอกจากจะดูจากโทนสีผิวแล้ว ยังควรคำนึงถึงโอกาสและสถานที่ด้วย ถ้าเป็นงานทางการหรือนัดสำคัญ ควรเลือกสีสุภาพอย่างสีขาว สีดำ สีกรมท่า สีเทาหรือสีเบจ เพื่อให้ดูเรียบร้อยและเหมาะสม ถ้าเป็นวันสบาย ๆ หรือออกไปเที่ยว ก็สามารถใส่เสื้อผ้าสีสดใสหรือสีที่ชอบได้ตามสบาย ส่วนถ้าไปงานปาร์ตี้หรืองานเลี้ยง ลองเลือกเสื้อผ้าสีแวววาวหรือโทนสีที่ดูหรูหรา จะช่วยให้ลุคดูโดดเด่นและน่าสนใจมากขึ้น
มีเสื้อผ้าสีขาว-ดำติดตู้ไว้เสมอ
สีขาวและสีดำเป็นสีคลาสสิกที่ควรมีติดตู้ไว้เสมอ เพราะสามารถแมตช์กับเสื้อผ้าสีอื่นได้ง่าย และใส่ได้แทบทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน ประชุมหรือไปเที่ยวแบบชิล ๆ เสื้อผ้าสองสีนี้ช่วยให้แต่งตัวได้ง่ายขึ้น และยังดูดีแบบไม่ต้องคิดเยอะ เหมาะสำหรับวันที่รีบหรือไม่มีไอเดียในการแต่งตัว
เลือกสีเสื้อผ้าที่ใส่แล้วมั่นใจ
ท้ายที่สุดแล้ว สีที่ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจคือสีที่เหมาะกับเราที่สุด ไม่ว่าเทรนด์จะเป็นอย่างไร หรือโทนสีผิวของคุณจะเหมาะกับสีอะไร หากคุณใส่สีนั้นแล้วรู้สึกดี รู้สึกสวยงาม นั่นแหละคือสีที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เพราะความมั่นใจคือเครื่องแต่งกายที่ดีที่สุดที่ทุกคนควรมี

การเลือกสีเสื้อผ้าให้แมตช์กับโทนผิวและโอกาสไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แค่เริ่มจากการรู้จักโทนสีผิวของตัวเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นผิวอมชมพู ผิวขาวเหลือง ผิวสองสีหรือผิวสีเข้ม ก็สามารถเลือกสีของเสื้อผ้าที่ช่วยขับผิวให้ดูโดดเด่นและเสริมลุคให้ดูมั่นใจได้
นอกจากนี้ ยังควรคำนึงถึงโอกาสในการสวมใส่ เช่น งานทางการ งานลำลอง หรือปาร์ตี้ เพื่อเลือกสีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงการมีเสื้อผ้าสีพื้นฐานอย่างสีขาว-ดำติดตู้ไว้ ก็ช่วยให้แมตช์ลุคได้ง่ายขึ้นในทุกวัน ที่สำคัญที่สุดคือการเลือกสีที่ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ เพราะเมื่อคุณมั่นใจ ไม่ว่าจะลุคไหนก็ปังได้เสมอ
ที่มา:
galaxycnx.com, sanook.com, watsons.co.th, central.co.th, wongnai.com, nggtimepieces.com