เตรียมตัวเป็นพ่อแม่มือใหม่ฉบับคนทำงาน มีสิทธิและเรื่องอะไรที่ควรต้องรู้บ้าง

24/08/26   |   244   |  

 

 

 

JobThai Mobile Application หางานตรงใจได้ผ่านมือถือ โหลดเลย!

iOS

Android

Huawei AppGallery

 

บทใหม่ของชีวิตมาถึง เมื่อคนทำงานกำลังจะต้องกลายเป็น คุณแม่ คุณพ่อ

เป็นเรื่องน่ายินดีมากที่คุณพ่อคุณแม่กำลังจะต้อนรับสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลายอย่างมากที่ควรต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนตั้งแต่ตอนนี้ ทั้งเรื่องการเงิน วันหยุดลาคลอด และการปรับตัวต่าง ๆ อีกมากมาย วันนี้ JobThai เลยจะพามาดูว่ามีอะไรบ้างที่ “ว่าที่คุณพ่อคุณแม่” ควรต้องรู้และต้องเตรียมความพร้อมในระหว่างที่กำลังรอให้กำหนดคลอดมาถึง โดยเฉพาะสำหรับบางคนที่ยังคงต้องทำงานไปด้วย

 

วางแผนการเงิน ทั้งรายได้และค่าใช้จ่าย

 

เรื่องค่าใช้จ่ายน่าจะเป็นสิ่งแรก ๆ ที่คนทำงานต้องคิดเมื่อกำลังจะมีลูก โดยดูว่าเราและคู่ของเรามีรายได้เท่าไหร่ และเริ่มลิสต์ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะตามมา เช่น ค่าฝากครรภ์และคลอด อีกทั้งอาจจะต้องเริ่มวางแผนไปถึงตอนที่ลูกเกิดมาแล้วว่าจะมีค่าใช้จ่ายส่วนไหนอีก เช่น ค่าอุปกรณ์เด็ก อย่าง เตียง รถเข็น เสื้อผ้า ไปจนถึงค่านม ค่าอาหาร

 

นอกจากนี้ ยังควรวางแผนการเงินในระยะยาวไปถึงอนาคตหลังจากคลอดแล้วด้วยว่าเราจะแบ่งสัดส่วนการจัดการเงินยังไง สำหรับค่าเล่าเรียน ค่าเลี้ยงดู และค่ารักษาพยาบาลเผื่อฉุกเฉิน เพื่อที่จะได้เริ่มเห็นภาพว่าจากกำลังเงินที่ทั้งเราและคู่ของเรามีตอนนี้ เพียงพอหรือไม่ จำเป็นต้องหางานเสริมหรืองานที่ให้เงินเดือนสูงขึ้นไหม

 

ศึกษาสิทธิประกันสังคมที่สามารถเบิกได้

ผู้ปกครองที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมาตรา 39 สามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาต่าง ๆ จากประกันสังคมได้ ดังนี้

 

ค่าฝากครรภ์

สำหรับการเบิกค่าฝากครรภ์จากประกันสังคม ผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร โดยจะมีวงเงินรวม 1,500 บาท เบิกได้ตามอายุครรภ์ (5 ครั้ง) ดังนี้

  • ฝากครรภ์ครั้งที่ 1 อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ เบิกได้สูงสุด 500 บาท
  • ฝากครรภ์ครั้งที่ 2 อายุครรภ์ 13 สัปดาห์ - น้อยกว่า 20 สัปดาห์ เบิกได้สูงสุด 300 บาท
  • ฝากครรภ์ครั้งที่ 3 อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ - น้อยกว่า 26 สัปดาห์ เบิกได้สูงสุด 300 บาท
  • ฝากครรภ์ครั้งที่ 4 อายุครรภ์ 26 สัปดาห์ - น้อยกว่า 32 สัปดาห์ เบิกได้สูงสุด 200 บาท
  • ฝากครรภ์ครั้งที่ 5 อายุครรภ์ 32 สัปดาห์ - 40 สัปดาห์ เบิกได้สูงสุด 200 บาท

 

ค่าคลอดบุตร

ในกรณีคลอดบุตร กองทุนประกันสังคมจะจ่ายค่าบริการทางการแพทย์แบบเหมาจ่ายในอัตรา 15,000 บาทต่อการคลอดบุตร 1 ครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) ให้กับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร และในกรณีที่สามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ จะสามารถใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

ค่าชดเชย กรณีแท้งบุตร

หากมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 28 สัปดาห์ขึ้นไป ประกันสังคมจะถือว่าเป็นการคลอดบุตร ไม่ว่าทารกจะมีชีวิตรอดหรือไม่ก็ตาม โดยจะสามารถเบิกค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท และสามารถเบิกเงินชดเชยการหยุดงานได้เช่นเดียวกัน

 

เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร

เฉพาะผู้ประกันตนหญิงที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร จะมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่ายในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน จากประกันสังคมได้ (บุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับสิทธินี้)

 

เงินสงเคราะห์บุตร

ข้อแตกต่างของเงินส่วนนี้ คือผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน โดยจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 1,000 บาท/บุตร 1 คน (จำนวนคราวละไม่เกิน 3 คน) โดยมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ และในกรณีที่ผู้ประกันตนเป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย ในขณะที่บุตรมีอายุแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนต่อจนอายุ 6 ปีบริบูรณ์เช่นกัน

 

ทั้งนี้ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้นบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์นี้

 

เช็กวันลาหยุด สิทธิและสวัสดิการที่ทางบริษัทมีให้

 

ลาคลอดบุตร (สำหรับคุณแม่)

อัปเดตจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 คุณแม่สามารถลาคลอดบุตรได้ 120 วัน นับรวมวันหยุด (จากเดิม 98 วัน) โดยจะนับ “จำนวนวันลาทั้งหมดรวมกัน” ทั้งที่ลาก่อนคลอด หรือ ลาหลังคลอด แต่ถึงแม้ว่าจะสามารถลาได้ 120 วัน นายจ้างหรือบริษัทจะต้องจ่ายค่าจ้างในระหว่างลาคลอดบุตรให้กับพนักงานเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานไม่เกิน 60 วัน แต่ถ้าหากลาหยุดเกินกว่านั้นจะต้องเป็นการลาที่ไม่ได้รับค่าจ้างแทน

 

คนทำงานควรรู้: นายจ้างไม่สามารถเลิกจ้างเพราะเหตุผลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ หรือการใช้สิทธิลาคลอดได้ โดยเป็นสิ่งที่กฎหมายคุ้มครองชัดเจน ซึ่งถ้าเกิดข้อพิพาทขึ้นมาก็สามารถร้องเรียนสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้

 

ลาช่วยภรรยาคลอดบุตร (สำหรับคุณพ่อ)

เป็นครั้งแรกสำหรับกฎหมายของไทยที่ตอนนี้คุณพ่อก็มีสิทธิลาหยุดในช่วงที่คลอดบุตรเพื่อช่วยซัปพอร์ตคุณแม่ได้แล้ว โดยคู่สมรสสามารถลาได้ 15 วัน และได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนจากนายจ้าง

 

ลาดูแลบุตรเจ็บป่วย

ในกรณีที่ลูกเกิดแล้ว แต่มีภาวะเจ็บป่วย เสี่ยงโรคแทรกซ้อน หรือมีความพิการ ตามใบรับรองแพทย์ คุณแม่สามารถลาเพิ่มได้อีกไม่เกิน 15 วัน (นับรวมวันหยุด) และในช่วงนี้จะได้รับค่าจ้าง 50% ของค่าจ้างปกติ

 

นอกจากสิทธิทางกฎหมายแล้ว อย่าลืมเช็กด้วยว่าทางบริษัทที่เราทำงานอยู่มีสวัสดิการอะไรให้พนักงานอีกบ้างไหม และถ้ารู้แล้วว่าเราจะหยุดวันไหนก็อย่าลืมเคลียร์งานในส่วนของเราก่อนถึงช่วงลาหยุด และพูดคุยกับหัวหน้าเพื่อแบ่งหน้าที่ในช่วงที่ตัวเองไม่อยู่

 

พูดคุย สร้างความเข้าใจร่วมกันกับคู่ของตัวเอง

 

จากความสัมพันธ์ที่มีกัน 2 คน ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นครอบครัวที่มีสมาชิกใหม่มาเพิ่ม แปลว่าชีวิตคู่ก็จะเปลี่ยนไปมากจากเดิม ดังนั้นต้องเตรียมใจให้พร้อมและสื่อสารพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เช่น คุยแบ่งหน้าที่งานบ้าน เรื่องการดูแลลูก ตกลงกันเรื่องวิธีเลี้ยงดูให้ชัดเจน เช่น การให้นม การนอนร่วมกับพ่อแม่ โดยให้มองว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ควรทำงานเป็น “ทีมเดียวกัน” ถึงหน้าที่บางอย่างจะต่างกัน แต่มีเป้าหมายเลี้ยงลูกเหมือนกัน และอย่าปล่อยให้ใครคนใดคนนึงทำหน้าที่อยู่ฝ่ายเดียว

 

คุณแม่ต้องปรับตัวให้พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลง

 

สำหรับคุณแม่ 9 เดือนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่จะมีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายสูงมาก ดังนั้นก็ต้องคอยปรับรูปแบบการใช้ชีวิตไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงเดือนแรก ๆ ของการตั้งครรภ์ที่ยังคงทำงานตามปกติ โดยมีคำแนะนำ ดังนี้

  • สำหรับคุณแม่ที่ยังไปทำงานอยู่ ด้วยสรีระที่จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ก็อาจต้องมองหาเก้าอี้ที่เหมาะสม โดยควรมีพนักพิงที่เอียงประมาณ 110-120 องศา แล้วก็อาจจะเสริมเบาะสำหรับพิง แบ่งเบาการทำงานของกล้ามเนื้อหลังและกระดูกสันหลัง ด้วยการนั่งให้ก้นชิดพนักพิง
  • เปลี่ยนมาใส่รองเท้าส้นเตี้ยหรือรองเท้าที่ไม่มีส้นเลย เพื่อช่วยเรื่องของการทรงตัว
  • เริ่มมองหาเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย หรือเสื้อผ้าสำหรับคนตั้งครรภ์
  • มองหาเข็มกลัดตั้งครรภ์เอาไว้ด้วย เพราะถ้าต้องออกไปใช้ชีวิตข้างนอก ผู้คนที่เห็นจะได้ช่วยระวังกันและกัน และยังมีประโยชน์เวลาใช้รถขนส่งสาธารณะอีกด้วย
  • ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ จำไว้ว่าอย่าก้มเด็ดขาด แต่ควรใช้วิธีการงอเข่าหลังเหยียดตรง ปล่อยน้ำหนักไว้ที่ต้นขาจะช่วยไม่ให้ปวดหลัง
  • คุณแม่ควรเคลื่อนไหวให้ช้าลง อย่าก้ม ๆ เงย ๆ เพราะจะหน้ามืดได้
  • เลี่ยงบันไดหรือทางลาดและหันไปใช้ลิฟต์แทน หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ ขอให้จับราวบันไดไว้ทุกครั้ง
  • คุณแม่อาจเจรจากับทางบริษัทดูว่าจะขอทำงานที่บ้านได้ไหมเมื่ออยู่ในจุดที่เริ่มเดินทางไม่สะดวก หรือมีการแพ้ท้องหนักจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแบบที่เคยเป็น

 

คุณพ่อต้องเตรียมพร้อมกับการดูแลคุณแม่

ในช่วงนี้ คุณแม่จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและเจอมีความแปรปรวนทางอารมณ์ ดังนั้นคุณพ่อต้องอยู่ในจุดที่พร้อมทำความเข้าใจและคอยซัปพอร์ตอยู่เสมอ

 

คุณพ่อบางคนอาจต้องเจอกับความรู้สึกเครียดที่ต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลง หรือความรู้สึกผิดที่ต้องเห็นภรรยาไม่สุขสบายกับการตั้งครรภ์ ยังไงก็ตามขอให้ซัปพอร์ตคุณแม่เท่าที่จะทำได้ และถ้ามีเรื่องที่กังวลเป็นพิเศษก็แนะนำให้ศึกษาข้อมูลในหัวข้อนั้น ๆ จากแหล่งข้อมูลหรือผู้มีประสบการณ์ หรือจะสอบถามกับคุณหมอโดยตรงก็ได้

 

และนอกจะจากต้องคอยสังเกตอาการของคุณแม่แล้ว อย่าลืมสังเกตอาการของตัวเองด้วย เนื่องจากมีรายงานที่พบว่า คนเป็นสามีก็มีแนวโน้มที่จะมีอาการอย่างการแพ้ท้องตามภรรยาได้เหมือนกัน ซึ่งอาการอาจเกิดจากความรู้สึกมีส่วนร่วมของสามีต่อภรรยาตัวเอง โดยจะแสดงอาการต่าง ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย ท้องผูก เป็นตะคริว เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม อ่อนเพลีย และอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย

 

สรุป

มีหลายอย่างที่คนทำงานต้องเตรียมพร้อมสำหรับก้าวแรกสู่การเป็นว่าที่คุณพ่อคุณแม่ ในตอนแรกอาจจะดูล้นมือจนไม่รู้ว่าจะจัดการวางแผนยังไง แต่ขอให้พูดคุย วางแผน และลงมือร่วมกันกับคู่ของตัวเองอย่างใจเย็นและรอบคอบ เตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง วางแผนการเงินให้ดี รู้ว่าบ้านเราทีรายได้เท่าไหร่และกำลังจะเสียค่าใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง ศึกษาสิทธิประกันสังคมที่สามารถเบิกได้ เช็กสิทธิวันลาหยุดของตัวเอง อีกทั้งยังต้องหมั่นพูดคุยกับคู่ของตัวเองเพื่อให้การเลี้ยงลูกเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

ที่มา:

tags : ประกันสังคม, สิทธิประโยชน์, คนทำงาน, ครอบครัว, พ่อแม่, มีลูก, เลี้ยงลูก, ชีวิตคนทำงาน, lifestyle, ลูก



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม