อัปเดตภาษีท้ายปี 62 ใครต้องเสียใครต้องยื่น

อัปเดตภาษีท้ายปี 62 ใครต้องเสียใครต้องยื่น
06/12/19   |   4.7k   |  

 

  • รายได้เท่าไหร่แค่ยื่นภาษี รายได้เท่าไหร่ต้องเสียภาษี มาดูสรุปง่าย ๆ สำหรับคนทำงานกัน
  • หากเราเป็นคนที่ต้องเสียภาษี มาดูวิธีคำนวณเงินได้สุทธิและอัตราการเสียภาษีที่ต้องจ่ายกันว่าต้องเสียภาษีกี่เปอร์เซนต์จากเงินได้สุทธิ และใช้อะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง 
  • เอกสารอะไรที่คนทำงานต้องเตรียมพร้อมเพื่อยื่นภาษีหรือใช้ในการลดหย่อน

 

 

JobThai Mobile Application สมัครงานง่ายได้ทุกที่ทุกเวลา โหลดเลย

iOS

Android

Huawei AppGallery

 

“ภาษี” เพื่อนซี้คนทำงานที่คนทำงานหลายคนไม่เคยเข้าใจ เพราะสับสนไปหมดทั้งค่าลดหย่อน รายได้สุทธิ ยื่นแต่ไม่ต้องจ่าย หรือทั้งจ่ายทั้งยื่น ทำให้ช่วงปลายปีวุ่นวายกันใหญ่เพราะไม่รู้ว่าตนเองควรทำยังไง JobThai เลยไม่รอช้ารีบหาข้อมูลมาสรุปให้คนทำงานเข้าใจกันไปเลย ว่ารายได้เท่าไหร่ต้องจ่ายภาษี และอัปเดตภาษีท้ายปี 62 ให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจกัน 

 

รู้จักกับฐานภาษี: สาเหตุที่ทำให้เสียภาษีนั้นเพราะอะไร

 

1. การคำนวณว่าคนทำงานจะต้องยื่นภาษีหรือเสียภาษีหรือไม่

รายได้จากการทำงานประจำจะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเราจะต้องยื่นหรือจ่ายภาษีหรือไม่ ฉะนั้นต้องรู้ก่อนว่าเรามีรายได้เท่าไหร่ จากการทำงานประจำเพียงอย่างเดียวต่อเดือน

-หากมีเงินเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ต้องยื่นภาษี และไม่ต้องเสียภาษี

กรณีจ่ายประกันสังคม

-มีเงินเดือนไม่เกิน 26,583.33 บาท ต้องยื่นภาษีแต่ไม่ต้องเสียภาษี 

-มีเงินเดือนมากกว่า 26,583.33 บาท ต้องยื่นภาษีและต้องเสียภาษี 

กรณีไม่ได้จ่ายประกันสังคม

-มีเงินเดือนไม่เกิน 25,833.33 บาท ต้องยื่นภาษีแต่ไม่ต้องเสียภาษี

-มีเงินเดือนมากกว่า 25,833.33 บาท ต้องยื่นภาษีและต้องเสียภาษี 

 

2. การคำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ (ยังไม่รวมค่าลดหย่อน)

ถ้าสิ่งที่เราต้องทำคือแค่ยื่นภาษีแต่ไม่ต้องเสียภาษีก็ศึกษาไว้เป็นความรู้หรือข้ามไปอ่านเอกสารที่ต้องยื่นด้เลย แต่หากเราอยู่ฝั่งคนที่ต้องเสียภาษี เรามาดูกันว่าการคำนวณภาษีที่ต้องเสียจากเงินได้สุทธิคืออะไร 

‘ตัวอย่างยังไม่ได้รวมค่าลดหย่อนภาษีจากประกันสังคม หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ’

 

การคำนวณเงินได้สุทธิคำนวณจาก

เงินได้ – ค่าใช้จ่าย 50% (จากเงินได้) แต่ไม่เกิน 100,000 บาท - ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท = เงินได้สุทธิ

 

การคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจากเงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี

เงินได้สุทธิ (บาท)

อัตราภาษี

0 – 150,000

ได้รับการยกเว้น

>150,000 – 300,000

ยื่น

>150,000 – 300,000

5%

>300,000 – 500,000

10%

>500,000 – 750,000

15%

>750,000 – 1,000,000

20%

>1,000,000 – 2,000,000

25%

>2,000,000 – 5,000,000

30%

>5,000,000 ขึ้นไป

35%

 

3. อะไรที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้บ้าง 

หากเราเป็นคนที่ต้องเสียภาษี มาอ่านกันก่อนว่าอะไรที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ จะได้ไม่เสียสิทธิของตัวเองไปฟรี ๆ โดยค่าลดหย่อนนั้นมีประโยชน์อย่างมากที่จะทำให้เราจ่ายภาษีได้ถูกลงและเพิ่มโอกาสในการรับเงินคืนภาษีอีกด้วย

 

ในปี 2562 นอกจากค่าลดหย่อนหลัก ๆ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร บิดา มารดา และประกันสังคมแล้ว ก็ยังมีค่าลดหย่อนจากโครงการช้อปช่วยชาติลดหย่อนตามที่จ่ายจริง (ไม่เกิน 15,000 บาท) ค่าลดหย่อนท่องเที่ยวเมืองหลัก ค่าลดหย่อนท่องเที่ยวเมืองรอง ซื้อหนังสือ หรือซื้ออสังหาอีกด้วย นอกจากนี้การซื้อกองทุนรวมอย่าง RMF, LTF ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ ก็ยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรได้เช่นกัน 

 

เกร็ดความรู้!

แล้วรายได้ 26,000 ทำไมถึงไม่ต้องเสียภาษีล่ะ ?

ก็ลองคิดดูกันอีกทีว่า สมมติเรามีรายได้ต่อเดือนประมาณ 26,000 บาท ปีหนึ่งเราก็จะมีเงินเดือนรวม 312,000 (ไม่รวมโบนัสสิ้นปีนะ นับแต่เงินเดือนอย่างเดียว) ซึ่งโครงสร้างภาษีใหม่นั้น กำหนดให้ค่าลดหย่อนส่วนตัวนั้นลดไปทันที 60,000 บาท และยังหักค่าใช้จ่ายได้ครึ่งหนึ่งของรายได้หรือ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ก็จะเท่ากับว่า ครึ่งหนึ่งของรายได้เราคือ 156,000 แต่เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าต้องไม่เกิน 100,000 เราก็ตัด 56,000 ออกเลยได้ลด 100,000 บวกกับค่าลดหย่อนส่วนตัวอีก 60,000 บาท ก็เท่ากับว่าเราจะได้รับการงดเว้นภาษีเท่ากับ 160,000 บาทพอดี

เมื่อเอาเงินได้ไปหักค่างดเว้นก็จะเหลือ 312,000 - 160,000 = 152,000 บาท

และอย่าลืมว่าเราจ่ายค่าประกันสังคมที่โดนหักไปเดือนละ 750 บาท เท่ากับเราจ่ายไปปีละ 9,000 บาท ก็สามารถนำมาเป็นค่าลดหย่อนได้

ดังนั้นรายได้สุทธิเราจึงเป็น 152,000 - 9,000 = 143,000 บาท

และตามบันไดฐานภาษีขั้นแรกนั้นยังละเว้นอีก 150,000 บาท ซึ่งมากกว่าเงินได้สุทธิ 143,000 ก็เลยแค่ยื่นแบบฟอร์มแต่ไม่ต้องเสียภาษีนั่นเอง

 

คนทำงานกับเรื่องของการลดหย่อนภาษี

 

4. เอกสารอะไรที่ต้องใช้บ้าง

ในการยื่นภาษี เอกสารต่าง ๆ หากเราเตรียมพร้อมไว้แล้ว จะทำให้การจัดการขั้นตอนต่าง ๆ ทำได้ง่ายขึ้นและลดความผิดพลาด เอกสารที่ต้องมีสำหรับคนทำงานประจำคือ หนังสือรับรองรายได้ (ทวิ 50) และหากต้องการใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษี ก็ต้องมีเอกสารอื่น ๆ ประกอบ เช่น 

-เอกสารรับรองการจ่ายเบี้ยประกัน

-ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี 

-เอกสารรับรองค่าลดหย่อน

 

หากศึกษาและทำความเข้าใจเรื่อง “ภาษี” จะเห็นได้ว่า การยื่นภาษีหรือการเสียภาษีไม่ใช่เรื่องที่ทำยากเลย และเมื่อคนทำงานไม่ว่ายังไงก็ต้องอยู่กับเพื่อนซี้ที่ชื่อว่า ภาษี ไปอีกนาน การทำความคุ้นเคยเอาไว้ก็คงไม่ใช่เรื่องเสียหาย หรือเสียเวลามากเกินไป 

 

สมัครสมาชิกกับ JobThai หางานง่าย ได้งานที่ใช่

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

อ่านเพิ่มเติม :

เว็ปไซต์กรมสรรพกร

ราชกิจจานุเบกษา

tags : คนทำงาน, การจ่ายภาษี, การยื่นเสียภาษี, คนทำงานกับการเสียภาษี, ภ.ง.ด., ภ.ง.ด.90, ภ.ง.ด.91, ภาษี, ภาษีบุคคลธรรมดา, คำนวณภาษี, ลดหย่อนภาษี, เด็กจบใหม่, ไลฟ์สไตล์, lifestyle, jobthai



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม