ในแต่ละวันที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว สำหรับคนวัยทำงานหลายคน อาจรู้สึกเหมือนว่าชีวิตมีแต่เรื่องหน้าที่การงานเป็นหลัก จนบางครั้งก็หลงลืมไปว่ายังมีอีกหลายมิติในชีวิตที่ต้องการให้เรากลับไปดูแลเอาใจใส่ ซึ่งการหาสมดุลชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ บทความนี้ JobThai จะพาทุกคนไปรู้จักกฎ 8-8-8 ที่จะช่วยให้คนทำงานสามารถจัดสรรเวลาในแต่ละวันได้อย่างลงตัว และได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีความสุขในทุก ๆ ด้าน
กฎ 8-8-8 คือแนวคิดในการจัดสรรเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน ได้แก่ 8 ชั่วโมงสำหรับการทำงาน 8 ชั่วโมงสำหรับการนอนหลับ และ 8 ชั่วโมงสำหรับการพักผ่อนส่วนตัว เพื่อให้เราสามารถรักษาสมดุลของชีวิตได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ละเลยด้านใดด้านหนึ่งไป
8 ชั่วโมงในการทำงาน
เวลาทำงาน 8 ชั่วโมงในแต่ละวัน คือช่วงที่เราทุ่มเทให้กับหน้าที่ ความรับผิดชอบและเป้าหมายขององค์กร ซึ่งเมื่อยึดตามหลักนี้แล้ว ชั่วโมงการทำงานนับว่าเป็น 1 ส่วน 3 จากเวลาทั้งวันของเราเท่านั้น มีหลายคนที่อยากพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อสร้างผลงานและประสบความสำเร็จ แต่หากไม่มีจังหวะพักหรือขาดสมดุลในชีวิต ทำงานเกินกว่า 8 ชั่วโมง โดยดึงเวลาจากส่วนอื่นมากใช้ ซึ่งการทำงานแบบลากยาวต่อเนื่องอาจนำไปสู่ความเหนื่อยล้า ความเครียดสะสมหรือภาวะหมดไฟได้ ดังนั้น การบริหารเวลา พร้อมแบ่งเวลาให้ตัวเองได้พักบ้าง ก็จะช่วยให้เราทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
8 ชั่วโมงในการนอนหลับ
การนอนหลับอย่างเพียงพอ คือกุญแจสำคัญสู่สุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ การนอนวันละ 8 ชั่วโมงไม่ใช่แค่ช่วยให้รู้สึกสดชื่นในตอนเช้า แต่ยังมีบทบาทในการฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ ฟื้นฟูสมองให้พร้อมรับมือกับข้อมูลใหม่ ๆ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เมื่อร่างกายพักผ่อนได้เต็มที่ก็มีพลังในการใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพในแต่ละวัน โดยเราควรเคารพจำนวนชั่วโมงการนอนที่ร่างกายต้องการ หลายคนมองว่าเราทำงานมาทั้งวัน รู้สึกเหมือนยังไม่ได้พักผ่อนเลย และเลือกใช้วิธียอมนอนให้น้อยลงเพื่อให้ตัวเองมีเวลาส่วนตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งการบริหารเวลาแบบนี้จะทำให้เราได้พักผ่อนนานขึ้นก็จริง แต่วันถัดไปของเราอาจเต็มไปด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าเพราะนอนน้อยเกินไป ดังนั้นแนะนำว่าควรจัดสรรเวลานอนและเวลาพักผ่อนส่วนตัวให้ดี
8 ชั่วโมงในการพักผ่อน
ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการสร้างสมดุลชีวิตที่หลายคนอาจเผลอมองข้ามไปคือ 8 ชั่วโมงของการพักผ่อน ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ใช้เพื่อดูแลตัวเอง พัฒนาความสัมพันธ์ และทำในสิ่งที่รักในโลกของเราเอง ถึงแม้เวลา 8 ชั่วโมงนี้อาจไม่ได้หมายถึงการพักผ่อนหย่อนใจแบบเต็ม ๆ เพราะเรายังต้องแบ่งเวลาบางส่วนไปกับการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การอาบน้ำ แต่งตัวหรือการเดินทางไปกลับจากที่ทำงาน ซึ่งอาจใช้เวลาไปประมาณ 1 - 2 ชั่วโมงต่อวัน ก็ถือซะว่าเป็นชั่วโมงแห่งการดูแลตัวเองให้ดูดีและเดินทางให้ปลอดภัย และเรายังมีเวลาส่วนตัวอีกประมาณ 6 - 7 ชั่วโมงที่สามารถบริหารจัดการได้จริง
นอกจากนี้ในระหว่างเดินทางไปทำงาน เราก็สามารถเปลี่ยนให้มันกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขได้ เช่น การฟังเพลงโปรด ฟัง Podcast ที่สร้างแรงบันดาลใจหรือรายการที่เล่าเรื่องสนุก ๆ หรืออ่านหนังสือที่ชื่นชอบ และเมื่อกลับถึงบ้าน เราก็อาจใช้เวลาที่เหลือไปกับการออกกำลังกาย ทำอาหารมื้อพิเศษ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นกับสัตว์เลี้ยงหรือใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูง หรือถ้าใครอยากฝึกทักษะหรืออัปสกิลใหม่ ๆ ก็สามารถใช้เวลานี้ในการเรียนรู้ได้ โดยเวลา 8 ชั่วโมงแห่งการพักผ่อนนี้ ไม่เพียงแต่จะเติมเต็มใจ แต่ยังช่วยให้เรามีแรงกลับไปทำงานและใช้ชีวิตอย่างมีพลังในวันถัดไปด้วย
การจัดสรรเวลาตามกฎ 8-8-8 ไม่ได้เป็นเพียงการแบ่งเวลาในแต่ละวันเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อชีวิตในหลาย ๆ ด้าน ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
เมื่อร่างกายและจิตใจได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ สมองจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เราจะมีสมาธิจดจ่อกับงานได้มากขึ้น และลดข้อผิดพลาดจากความเหนื่อยล้า นอกจากนี้ การพักผ่อนยังช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิผล ส่งผลให้งานที่ทำออกมามีคุณภาพสูงขึ้นและเสร็จตามเวลาที่กำหนดได้อีกด้วย
ลดความเครียดและความเหนื่อยล้า
การแบ่งเวลาให้เหมาะสมระหว่างการทำงานและการพักผ่อน ช่วยลดความตึงเครียดที่สะสมจากภาระงานหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพักผ่อนเพียงพอช่วยให้ระบบประสาทและฮอร์โมนในร่างกายกลับมาสมดุล ลดความเสี่ยงของภาวะหมดไฟ (Burn Out) ที่มักเกิดจากการทำงานเกินพิกัด
เพิ่มความสุขในชีวิต
การให้เวลากับกิจกรรมที่ชื่นชอบและคนที่รัก ช่วยเติมเต็มความสุขและความหมายในชีวิต ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและมีแรงบันดาลใจที่จะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายที่ชอบ ทำอาหารเมนูโปรดหรือใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูง ความสุขเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพจิต ทำให้เรามีพลังบวกและมีมุมมองที่ดีต่อชีวิต ช่วยให้การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันมีความสมดุลและมีความสุขมากขึ้น
ช่วยให้เป้าหมายชีวิตชัดเจนและบรรลุผล
เมื่อมีสมดุลชีวิตที่ดี เราเองก็จะมีเวลาทบทวนเป้าหมายส่วนตัวและสามารถวางแผนชีวิตในระยะยาวได้อย่างเป็นระบบ การแบ่งเวลาพักผ่อนและทำงานอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เราไม่หลงทางในชีวิตและมีความชัดเจนในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมทั้งมีเวลาทบทวนและปรับแผน ทำให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจและไม่รู้สึกท้อถอยในระหว่างทาง
ช่วยดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง
การพักผ่อนอย่างเพียงพอและการออกกำลังกายเป็นประจำในช่วงเวลาส่วนตัว ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ นอกจากนี้ การมีเวลาทำกิจกรรมที่ชอบยังช่วยบำรุงสุขภาพจิตและลดความวิตกกังวลและส่งเสริมความสุขในชีวิตอีกด้วย

การสร้างสมดุลชีวิต ด้วยกฎ 8-8-8 เป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์มาก ๆ สำหรับคนวัยทำงาน แม้ในชีวิตจริงเราอาจต้องปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นให้เข้ากับสถานการณ์ แต่แก่นแท้ของกฎนี้ คือการให้ความสำคัญกับการทำงาน การพักผ่อนและการดูแลตัวเองอย่างเท่าเทียมกัน การมีชีวิตที่สมดุล ไม่ได้หมายถึงการทำงานน้อยลง แต่หมายถึงการบริหารจัดการเวลาและพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข มีสุขภาพดี และประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านของการใช้ชีวิต
ที่มา:
kctathailand.com
sanook.com
mhc10.go.th
sme.thaicreditbank.com