ว่าไงคนเก่ง... รู้จักกับ Presenteeism ภาวะที่พนักงานฝืนตัวเองมาทำงานในวันที่ไม่พร้อม

12/05/26   |   13k   |  

 

 

 

JobThai Mobile Application หางานตรงใจได้ผ่านมือถือ โหลดเลย!

iOS

Android

Huawei AppGallery

 

“เฮ้ยเราโอเค เรายังไหวอยู่”

มีใครเคยเป็นไหม ในบางครั้งที่เราป่วย หรือบางวันที่จิตใจไม่พร้อมจะไปทำงานเอาซะเลย แต่ก็ยังฮึบพาตัวเองออกไปทำงานตามปกติ วันนี้ JobThai จะขอพาทุกคนไปรู้จักกับ Presenteeism หรือ การที่พนักงานยังพาตัวเองไปทำงานแม้ในวันที่ไม่ไหว

 

Presenteeism คืออะไร?

Presenteeism คือการที่พนักงานเอาตัวเองมาทำงาน ทั้งที่เขากำลังเผชิญกับปัญหาทางกายหรือทางใจอยู่ พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ไหวแต่ก็ยังมาทำงานนั่นเอง โดยอาจเป็นได้ตั้งแต่อาการป่วย อย่างการเป็นไข้ เป็นหวัด ไปจนถึงการอยู่ในภาวะวิตกกังวล หรือภาวะเครียด ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงได้ เพราะเขาไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติ 100%

 

Presenteeism เกิดขึ้นเพราะอะไร?

สงสัยไหม ถ้าพนักงานไม่ไหว ทำไมคนทำงานเขาถึงยังฝืนอยู่ มีหลายเหตุผลที่ทำให้พนักงานเกิดภาวะ Presenteeism เช่น

  • ถ้าไม่ไปก็ไม่มีคนทำงานแทน หรืออาจคิดว่างานนี้ขาดเราไปไม่ได้จริง ๆ
  • งานเร่ง เดดไลน์ค่อนข้างกระชั้น หรืองานอาจกดดันสูงมาก จนทำให้รู้สึกว่าต้องใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่า
  • ไม่กล้าลาหยุดพักผ่อนเพราะกลัวถูกมองว่าไม่ตั้งใจทำงาน หรือขี้เกียจ
  • ไม่กล้าลาป่วยเพราะกลัวจะถูกมองว่าไม่ได้ป่วยจริง หรือกลัวโดนมองว่าไม่มีสปิริต รวมถึงอาจรู้สึกผิดที่จะลาเพื่อพักฟื้นตัวเอง
  • สิทธิ์วันลาหยุดที่ไม่เพียงพอ กลัววันหยุดจะเหลือน้อย หรือถ้าใช้วันหยุดจนหมดแล้วก็อาจไม่อยาก Leave Without Pay เพราะกลัวเสียรายได้ในวันนั้นไป
  • มองว่าอาการป่วย หรืออาการที่ใจพังนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย คิดว่ามันไม่ถึงขั้นที่ต้องลาหยุด
  • ทำงานในบริษัทที่มีวัฒนธรรมแบบ Always-on ที่ต้องพร้อมคุยงานอยู่ตลอดเวลา จนเกิดเป็นความเคยชินว่าถ้าทำงานที่นี่เราก็ต้องพร้อมอยู่เสมอ

 

Presenteeism ส่งผลกระทบอะไรต่องานได้บ้าง?

เมื่อมาทำงานแบบที่ร่างกายไม่ไหว Productivity การทำงานก็อาจจะลดลงตามไปด้วย เพราะอาการป่วย หรือสภาพจิตใจที่ไม่พร้อม อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งถ้าปล่อยไว้นาน ก็อาจส่งผลต่อภาพรวมไปด้วย

 

ยิ่งพนักงานเลือกที่จะออกจากบ้านไปออฟฟิศทั้งที่ป่วย ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้หายป่วยช้ากว่าเดิม เพราะแทนที่จะได้ใช้เวลาฟื้นตัวจากอาการป่วย กลับใช้พลังที่เหลืออยู่ไปกับการพยายามทำงานต่อ แถมยังเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อจนคนในทีมป่วยตามไป อีกทั้งจะทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกอึดอัดด้วยที่ต้องทำงานใกล้คนป่วย

 

หรือถ้าใครคนใดคนนึงไม่กระตือรือร้นหรือกำลังหมดไฟจนคนรอบข้างสัมผัสได้ และเริ่มแผ่รังสีออกมายังเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ผลคือบรรยากาศในทีมก็อาจจะแย่ตามไปด้วย

สัญญาณที่บ่งบอกว่าพนักงานอาจมีภาวะ Presenteeism

ถ้าใครที่เป็นหัวหน้าทีม การสังเกตพนักงานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสัญญาณว่าพนักงานในทีมของเราอาจกำลังประสบกับภาวะ Presenteeism

พนักงานเจ็บป่วยบ่อย หรือป่วยเรื้อรัง

ถ้าพนักงานที่ป่วยบ่อยหรือมีอาการนานกว่าปกติ มันก็มีแนวโน้มว่าเขาอาจจะกำลังฝืนตัวเองมาทำงาน เพราะกังวลเรื่องงาน ไม่กล้าทิ้งงาน แต่การมาทำงานทั้งที่ไม่สบายนั้น มีแต่จะทำให้หายป่วยช้ากว่าเดิม และยังเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อในที่ทำงานอีกด้วย

 

มีความเครียดสูง

ความเครียดเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การทำงานหนักเกินไป สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เป็นมิตร หรือปัญหาส่วนตัวอื่น ๆ ซึ่งความเครียดก็สามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานได้ ดังนั้นลองสังเกตพนักงานดูว่าช่วงนี้เขาดูเงียบกว่าปกติไหม เขาดูหงุดหงิด รำคาญใจ หรือดูเหมือนไม่อยู่กับเนื้อกับตัวรึเปล่า

 

เริ่มทำงานผิดพลาดบ่อยขึ้น

ผลงานเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวพนักงานได้ดีมาก เพราะเป็นสิ่งที่จับต้องได้ ถ้าเริ่มรู้สึกว่าลูกทีมของเราเริ่มทำงานได้น้อยลงกว่าปกติ หรืองานที่ส่งมาเริ่มมีข้อผิดพลาดมากขึ้น Performance และ Productivity ของเขาตกลงในแบบที่สังเกตได้ นั่นก็อาจเป็นสัญญาณว่าเขากำลังรับมือกับปัญหาอะไรบางอย่างอยู่ ทำให้เขาโฟกัสกับงานได้ไม่ดีเท่าเดิม

 

ความกระตือรือร้นเวลาคุยงานลดลง

ลองสังเกตดูว่าเวลาที่คุยงานหรือตอนประชุม พนักงานที่เคยกระตือรือร้น เคยเสนอไอเดีย เคยมีส่วนร่วมตลอด ตัดภาพมาที่ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง ถ้าเขาดูล่องลอย วอกแวก ไม่โฟกัส มันก็เป็นไปได้ว่าบางทีเขาอาจกำลังมีเรื่องที่อยู่ในใจหรือกำลังรับมือกับอะไรอยู่ในตัวเอง

 

เขาไม่ค่อยลาหยุด

การลาหยุด ทำให้พนักงานได้มีเวลาส่วนตัวให้ได้ฮีลกายและใจ อย่างการลาป่วยก็มีเพื่อให้ได้ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมา 100% อีกครั้ง ยิ่งการลาพักร้อน ก็มีส่วนช่วยให้เราได้ใช้เวลาทำสิ่งที่อยากทำ เช่น ออกไปเที่ยว หรือนอนพักผ่อนให้เต็มอิ่ม แต่ถ้าพนักงานไม่ค่อยลาเลย อาจเพราะเสียดายวันหยุด หรือกลัวว่างานจะไม่เสร็จและเลือกที่จะฝืนมาทำงาน จนหัวหน้าเองก็ดูออกว่าเขาเหนื่อยล้ามาก ก็มีแนวโน้มว่าเขากำลังฝืนตัวเองอยู่

 

รับมือกับ Presenteeism ในองค์กรยังไงดี?

ในมุมขององค์กร เราสามารถรับมือกับ Presenteeism ได้ด้วยการสร้าง Culture ที่ทำให้พนักงานกล้าที่จะใช้วันลาหยุดได้อย่างไม่ต้องรู้สึกผิด และให้วันหยุดที่เพียงพอในแต่ละปีเพื่อให้พนักงานสบายใจที่จะขอลาได้โดยไม่ต้องกลัวว่าวันลาจะหมด หรือเดี๋ยวนี้บางบริษัทก็เริ่มให้สวัสดิการวันหยุด Mental Health Day เพื่อให้พนักงานพักใจในวันที่รู้สึกไม่ไหวอีกด้วย

 

นอกจากนี้ อาจจัดกิจกรรมภายในองค์กรเพื่อผ่อนคลายและลดความเครียดให้กับพนักงาน เช่น นัดเล่นเกม หรืออาจจัดเวิร์กช็อปการจัดการความเครียดโดยเฉพาะ

 

และท้ายที่สุด หัวหน้าหรือ HR ควรหมั่นสังเกตและสำรวจความเป็นอยู่ของพนักงาน คอยสังเกตลูกทีมของตัวเองอยู่เรื่อย ๆ และสร้างบรรยากาศที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าเราไม่ต้องฝืนตัวเองขนาดนั้นก็ได้

 

สรุป

Presenteeism คือการที่พนักงานกำลังอยู่ในภาวะที่ร่างกายหรือจิตใจไม่ไหว แต่ก็ยังเลือกที่จะฝืนตัวเองมาทำงาน โดยอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เพราะงานกดดันมาก งานด่วนมากจนไม่กล้าลา อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้รู้สึกว่าต้องตื่นตัวตลอด หรืออาจเพราะรู้สึกผิดที่จะลาหยุด ซึ่งการฝืนแบบนี้ก็สามารถทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้ รวมถึงอาจหายป่วยช้ากว่าเดิมและอาจกระทบกับเพื่อน ๆ ในทีมได้อีกด้วย คนเป็นหัวหน้าควรจะต้องสังเกตพนักงานอยู่เสมอว่าเขามีแนวโน้มอยู่ในภาวะนี้หรือไม่ อีกทั้งองค์กรยังควรให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นอยู่ การพักผ่อน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าเขาจำเป็นต้องฝืนในวันที่ไม่ไหว

 

ที่มา:

unlockmen.com

brynq.com

desktime.com

globalbankingandfinance.com

sonder.io

tags : presenteeism, ฝืนตัวเอง, ฝืนตัวเองมาทำงาน, สุขภาพ, สุขภาพจิต, วันหยุด, wellbeing, ไม่ไหวแต่ฝืนมาทำงาน, ชีวิตคนทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม