ส่งเรซูเม่ไปเป็นสิบ แต่ทำไมไม่มีใครเรียก

07/01/26   |   135.6k   |  

 

 

JobThai Mobile Application สมัครงานง่าย ได้งานเร็ว

iOS

Android

Huawei AppGallery

 

ส่งเรซูเม่ไปเป็นสิบแต่ไม่มีใครเรียก อาจเป็นเพราะเรามีข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ที่มองข้ามไปอยู่ ถ้ากำลังเกิดคำถามนี้อยู่ในหัว วันนี้ JobThai จะมาบอกสาเหตุเบื้องต้นในการสมัครงานที่เราอาจจะพลาดแบบไม่รู้ตัว เอาไว้รีเช็กตัวเองก่อนส่งเรซูเม่สมัครงาน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายโอกาสภายหลัง

 

 

ข้อมูลส่วนตัวผิด

เมื่อทำเนื้อหาในเรซูเม่เรียบร้อยแล้ว เราควรตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะข้อมูลติดต่ออย่างเบอร์โทรศัพท์ อีเมล บล็อก เว็บไซต์ หรือข้อมูลโซเชียลมีเดีย อีกครั้งให้ดี ว่าไม่มีการพิมพ์ผิด ตัวเลขถูกต้องทุกหลัก และแน่ใจว่าเป็นอีเมลหรือเบอร์ปัจจุบันที่เราใช้งานอยู่ เพราะถ้าเราใส่ข้อมูลผิดไปแค่เพียงตัวเดียวก็ไม่สามารถติดต่อได้แล้ว ซึ่งแม้เรซูเม่จะน่าสนใจแค่ไหนแต่ถ้า HR ไม่สามารถติดต่อได้ โอกาสถูกเรียกไปสัมภาษณ์ก็จะกลายเป็นศูนย์ทันที

 

นอกจากนี้อาจเพิ่มเบอร์คนใกล้ชิดเพื่อเป็นเบอร์ติดต่อสำรอง หรือให้ข้อมูลการติดต่อที่หลากหลายเพื่อให้ HR มีทางเลือกในการติดต่อเราได้มากขึ้น

 

ใส่ชื่อ Subject ไม่ชัดเจน

การใส่ชื่อ Subject ของอีเมลให้ชัดเจนว่าเราสมัครงานในตำแหน่งอะไร ชื่ออะไร จะทำให้ HR สามารถคัดแยกอีเมลตามตำแหน่งงานได้ทันที และทำให้ระบบคัดกรองเรซูเม่ (ATS) ทำงานได้ง่ายขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความรอบคอบและความเป็นมืออาชีพของเราด้วย


ถ้าเราเขียนหัวข้อ Email ว่า “สมัครงาน” เฉย ๆ HR อาจจะข้ามอีเมลของเราไปเลยก็ได้ เพราะ HR หนึ่งคนอาจจะไม่ได้รับใบสมัครงานเพียงแค่ตำแหน่งเดียว ยิ่งองค์กรใหญ่ ๆ ที่มีอีเมลเข้ามามากแล้ว เขาอาจจะไปโฟกัสที่อีเมลที่มี Subject ชัดเจนก่อน ส่วนอีเมลที่ใช้ Subject แบบไม่มีรายละเอียดก็อาจจะจมหายไปในกองอีเมลได้ ดังนั้นควรระบุชื่อตำแหน่งงานที่ตัวเองต้องการสมัครเข้าไปด้วย

 

ไฟล์เรซูเม่เปิดยาก  

ควรส่งไฟล์ Resume และ Portfolio เป็นไฟล์ที่ใช้สำหรับดูเท่านั้น อย่างไฟล์ PDF ถ้าเป็นไฟล์ .doc .psd หรือ .ai เมื่อเปิดในเครื่องต่างเวอร์ชันก็จะทำให้ตัวอักษรและรูปไม่ตรงกับไฟล์ต้นฉบับ หรือถ้าเครื่อง HR ไม่มีโปแกรมที่ต้องมีการติดตั้งเป็นพิเศษก็อาจทำให้เปิดไฟล์เรซูเม่ไม่ได้ และที่สำคัญเรซูเม่ควรต้องเปิดอ่านได้เลย รวมถึงไฟล์ที่ใช้แนบไม่ควรมีขนาดใหญ่เกิน 2 MB แต่ถ้ามี Portfolio ที่จำเป็นต้องใช้บริการจากเว็บรับฝากไฟล์ ก็ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าไฟล์ของเราเป็นไฟล์ที่ตั้งค่าให้ต้องขออนุญาตก่อนดูหรือเปล่า

 

หลายครั้งคนหางานเสียโอกาสได้รับการพิจารณา เนื่องจาก HR ไม่สามารถเปิดอ่านเรซูเม่ของเราได้เพราะ ไฟล์ผิด ไฟล์มีขนาดใหญ่ไป ทำให้ต้องรอโหลดนาน ไฟล์เพี้ยนจากต้นฉบับ หรือเป็นไฟล์ที่ต้องใช้โปรแกรมเฉพาะทางในการเปิดอ่าน เป็นต้น

 

เรื่องต้องระวัง ถ้าไม่อยากพังเวลาส่งเรซูเม่

 

ส่งอีเมลผิดช่วงเวลา

โดยทั่วไปผู้สมัครส่วนใหญ่มักจะส่งอีเมลสมัครงานในช่วงกลางวันหรือช่วงเย็นหลังเลิกงาน ทำให้การส่งอีเมลในช่วงดึก เช่น หลัง 22:00 น. หรือช่วง 00:00 - 06:00 น. เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจ เพราะเป็นช่วงที่มีอีเมลเข้ามาในระบบน้อย อีเมลของเราก็จะปรากฏอยู่บนสุดในตอนเช้า ซึ่ง HR จะเห็นอีเมลของเราเป็นอันดับแรก ๆ รวมถึงดีกว่าการส่งในตอนกลางวัน เพราะบางที HR อาจจะงานยุ่งมากเลยไม่ค่อยได้เปิดดูอีเมลสักเท่าไหร่

 

วันและเวลาที่มีคนหางาน และสมัครงานมากที่สุดใน JobThai คือ "ช่วง 11-12 โมง ของวันจันทร์"* ดังนั้นถ้าไม่อยากมีคู่แข่งเยอะควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลานี้ และไม่แนะนำให้ส่งเรซูเม่ในวันเสาร์อาทิตย์ เพราะเป็นวันหยุดทำการ อีเมลที่เราส่งไปก็จะถูกดองเอาไว้นาน รวมถึงพยายามอย่าส่งเรซูเม่ในตอนเย็นเพราะมันเป็นเวลาเลิกงานที่หลาย ๆ คนคงอยากกลับบ้านรวมถึง HR เอง

*อัปเดตข้อมูลล่าสุด เดือนธันวาคม 2568

อีเมลไปตกอยู่ในถังขยะ

ปัญหาที่ทำให้อีเมลเราตกไปอยู่ในถังขยะ (Junk Mail) มีองค์ประกอบอยู่หลายอย่าง เช่น การใช้ตัวอักษรใหญ่ทั้งหมด มีเครื่องหมายตกใจซ้ำ ๆ คำที่สื่อในทางเร่งด่วนหรือคำที่ดูโฆษณาเกินไป หรือการแนบไฟล์แนบที่ไม่ใช่รูปแบบมาตรฐาน เช่น ไฟล์ .ZIP นอกจากนี้อีเมลที่มีแค่หัวข้อและไฟล์แนบโดยไม่มีข้อความอธิบายเลยก็อาจถูกมองว่าเป็นอีเมลที่น่าสงสัย

 

แนวทางการการแก้ไขปัญหาอีเมลตกไปอยู่ในถังขยะ

1. แจ้งให้ผู้รับปลายทาง Add ที่อยู่อีเมล ของเราเก็บไว้ใน Address Book

2. ในช่อง To: (ถึง) ให้ใส่ที่อยู่อีเมลของเราลงไปด้วย หรือใส่ที่อยู่อีเมลของเราในช่อง cc: (สำเนาถึง) แทน เพราะถ้าส่งอีเมลเดียวโดด ๆ โอกาสที่อีเมลจะสูญหายมีสูง

3. โทรแจ้งให้ผู้รับปลายทางเข้าไปเช็กเมล หากพบว่าอีเมลของเราอยู่ในถังขยะ ให้คลิก "Allow Sender"หรือ "Not Spam" หรือ "ไม่ใช่อีเมลขยะ" ระบบจะทำการย้ายอีเมล์เข้าไปเก็บไว้ใน Inbox แทน และครั้งต่อไปเมื่อเราส่งอีเมลไปให้ผู้รับคนนี้อีก จะไม่ตกถังขยะอย่างแน่นอน

 

ซึ่งแนวทางเหล่านั้นอาจจะเป็นเรื่องง่ายถ้าเรารู้จักกันเป็นการส่วนตัวกับผู้รับ แต่สำหรับการสมัครงานอาจจะเป็นเรื่องยาก JobThai จึงพัฒนาวิธีการสมัครงานผ่าน @trustmail.jobthai.com เพื่อป้องกันไม่ให้อีเมลของผู้สมัครงานที่ส่งถึงองค์กรต้องไปตกอยู่ในถัง Junk Mail หรือ Spam ขององค์กร

 

สมัครงานแบบไม่เสี่ยงต่ออีเมลตกถังขยะได้ ที่นี่

 

อีเมลของคุณตกไป

ผู้สมัครงานสามารถโทรติดต่อบริษัทที่ตัวเองสมัครงานได้ เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการสมัครงาน และเพื่อเช็กไปในตัวว่าเขาได้รับอีเทลของเราจริง ๆ โดยแจ้งว่าเราส่งเรซูเม่ตำแหน่งอะไร ส่งไปวันไหน แสดงถึงความต้องการทำงานกับบริษัทนั้นให้มากที่สุด ซึ่งถ้า HR ตอบว่ายังไม่ได้ดูเรซูเม่ของเรา ก็ถามต่อว่าต้องรอประมาณกี่วัน เมื่อถึงกำหนดวันตามที่แจ้ง ถ้าเขาไม่ติดต่อมาก็ควรเผื่อใจแล้วหาที่ใหม่เผื่อไว้เลย

 

ในแต่ละวัน HR มักจะได้รับอีเมลสมัครงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ หรือช่วงที่เปิดรับสมัครงานหลายตำแหน่งพร้อมกัน HR คนนึงอาจต้องจัดการกับอีเมลหลายร้อยฉบับในวันเดียว ต้องคอยแยกว่าอีเมลต่าง ๆ สมัครงานตำแหน่งอะไรบ้าง หรือจัดเรียงให้เป็นระเบียบ จึงมีโอกาสสูงที่แม้เราจะส่งทุกอย่างถูกต้อง แต่อีเมลของเราก็อาจจะถูกมองข้ามหรือถูกเลื่อนลงไปอยู่ด้านล่างได้

 

ปิดโอกาสด้านอื่น ๆ อย่างการฝากประวัติไว้ในเว็บไซต์หางาน

การฝากประวัติไว้ในแพลตฟอร์มหางาน สมัครงาน เป็นการเปิดโอกาสให้ HR ที่เข้ามาค้นหาผู้สมัครงาน ได้เจอประวัติของเราด้วย หากเราเขียนข้อมูลส่วนนี้ได้น่าสนใจ มีข้อมูลครบถ้วน ก็อาจได้รับการติดต่อจาก HR โดยไม่ต้องกดสมัครงานเลยก็ได้

 

คนหางานหลายคนใช้บริการสมัครงานผ่านแพลตฟอร์มหางาน สมัครงาน โดยการกรอกประวัติส่วนตัวและประวัติการทำงาน พร้อมแนบไฟล์รูปถ่าย ตามแบบฟอร์มที่กำหนด จากนั้นก็แค่กดปุ่มสมัครงาน ซึ่งหลายคนกรอกข้อมูลเหล่านี้แค่พอเป็นพิธีเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจกรอกให้ครบถ้วน ชัดเจน และเห็นภาพ โดยเฉพาะตรงหน้าที่ความรับผิดชอบที่บางคนกรอกสั้นมากจนไม่รู้เลยว่าประสบการณ์ทำงานทำอะไรบ้าง ดังนั้นเราควรตั้งใจเขียนให้ดี เพื่อที่จะได้ไม่ตัดโอกาสตัวเองในการถูกเรียกสัมภาษณ์งาน

 

ฝากประวัติกับเราเพื่อให้บริษัทมาเห็น resume คุณ

 

ทั้งหมดเป็นแค่การรีเช็กตัวเองเบื้องต้นและเป็นเพียงด่านแรกของการสมัครงานเท่านั้น นอกจากการเขียนอีเมลได้ถูกต้อง มี Profile ที่น่าสนใจ หรือทำ Resume ให้น่าสนใจแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรทำคือการเตรียมความพร้อมตัวเองให้ดี สำหรับการสัมภาษณ์ที่อาจมาถึงในอนาคตเพราะนี่คือโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนจาก "ผู้สมัครที่น่าสนใจบนกระดาษ" ให้กลายเป็น "พนักงานคนใหม่ขององค์กร"

 

 

ที่มา:

blog.jobthai.com

magnetolabs.com

estopolis.com

kb.hostatom.com

tags : career&tips, jobthai, jobs, งาน, หางาน, สมัครงาน, คนทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม