Organization Development: วิธีที่จะทำให้บรรยากาศการทำงานในบริษัทมีชีวิตชีวามากขึ้น

Organization Development: วิธีที่จะทำให้บรรยากาศการทำงานในบริษัทมีชีวิตชีวามากขึ้น
18/01/18   |   10.2k   |  

บรรยากาศในที่ทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน คุณคิดว่าพนักงานของคุณจะแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ภายใต้บรรยากาศการทำงานแบบไหน ระหว่างสภาพแวดล้อมที่น่าเบื่อ ตึงเครียด ไม่พูดไม่จากัน หรือบรรยากาศที่ทุกคนในทีมเป็นมิตรต่อกัน และพร้อมช่วยเหลือกันในการทำงาน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้พนักงานของคุณทำงานได้ดีขึ้น เรามาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีให้กับพนักงานของคุณ

 

 

  • สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน ทั้งการตกแต่งออฟฟิศให้มีสีสัน มีบรรยากาศสดใส หรือสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานให้อบอุ่น ผ่อนคลาย
  • กระตุ้นให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้น ทั้งในระดับพนักงานด้วยกันเอง หรือพนักงานกับระดับผู้บริหาร
  • ใส่ใจสุขภาพของพนักงานมากยิ่งขึ้น ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต

 

 

1. ตกแต่งสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้มีสีสัน

การออกแบบสถานที่ทำงานให้มีความทันสมัยได้กลายเป็นเอกลักษณ์ขององค์กรยุคใหม่ไปแล้ว หลาย ๆ บริษัทสมัยใหม่นิยมที่จะออกแบบรูปทรงของตึกให้ออกมาดูดีและตกแต่งห้องให้สวยงามตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทใหม่ เพราะสภาพแวดล้อมของการทำงานที่ดีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้พนักงาน คุณสามารถปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการประดับประดาออฟฟิศของคุณด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม การตกแต่งที่ทำงานด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันสดใสสำหรับห้องประชุมที่ต้องใช้ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ จัดห้องทำงานให้มีบรรยากาศร่มรื่น ผ่อนคลายเหมาะกับการทำงานอย่างมีสมาธิ หรือแม้แต่การออกแบบห้องทำงานล้ำ ๆ เช่น รูปทรงกลม ทรงหกเหลี่ยม หรือดีไซน์แปลกแหวกแนว ไม่ธรรมดาเหมือนห้องทำงานสี่เหลี่ยมแบบเดิม เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน

 

2. กระตุ้นให้ทีมบริหารเข้าถึงพนักงานมากขึ้น 

สนับสนุนให้ทีมผู้บริหารสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงานทุกระดับด้วยการพบปะพูดคุยกัน โดยเฉพาะพนักงานคนที่ไม่สนิทใกล้ชิดกับทีมผู้นำระดับสูง เชื่อเถอะว่าการส่งเสริมให้หัวหน้าทำความรู้จักลูกน้องแบบถึงลูกถึงคนมากขึ้น จะทำให้พนักงานเห็นว่าผู้หลักผู้ใหญ่ภายในองค์กรไม่ถือตัว รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีคุณค่าและทำให้พวกเขาอยากเข้าหาเพื่อขอคำปรึกษาในการทำงาน หรือเสนอไอเดียใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรแน่นอน

 

3. ส่งเสริมให้พนักงานรู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับพนักงานปัจจุบัน รวมไปถึงการสร้างการยอมรับ การเคารพ และการเห็นคุณค่าของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับล่างสุดไปจนถึงผู้บริหารขององค์กร ผู้นำในองค์กรต้องยึดหลักการดังกล่าวและทำให้พนักงานทุกคนเห็นเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เกิดการปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร คุณอาจกระตุ้นพฤติกรรมเหล่านี้ได้ด้วยระบบการให้รางวัลตอบแทนที่เป็นรูปธรรม หรือการชื่นชมพนักงานอย่างชัดเจน เช่น การกล่าวขอบคุณ หรือชมเชยด้วยคำพูดต่อหน้า การมอบรางวัลดีเด่นให้คนทั้งองค์กรรับรู้ ตลอดจนมีระบบ การช่วยเหลือให้คำปรึกษาจากพนักงานที่อาวุโสกว่าให้กับพนักงานใหม่หรือผู้น้อย ยิ่งถ้าองค์กรของคุณขยายใหญ่ขึ้น คุณยิ่งต้องสรรหาพนักงานที่มีทัศนคติที่ดีเช่นเดียวกับคนในองค์กรของคุณเพื่อเข้ามาเติมเต็มและพัฒนาองค์กรให้ก้าวหน้าไปพร้อมๆกัน

 

4. ประเมินพนักงานด้วยคุณภาพของผลงาน ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน

องค์กรของคุณควรใช้วิธีการประเมินผลงานที่มุ่งเน้นผลลัพธ์การทำงาน มากกว่าแค่จำนวนชั่วโมงที่มาทำงาน แม้การมีวินัยในการทำงานให้ครบตามชั่วโมงจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือผลลัพธ์ของการทำงาน หมดยุคแล้วกับการทำงานแบบขอไปที เปลี่ยนการสอนงานและการสั่งงานจากแบบเดิมที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด เป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานทำงานด้วยวิธีการใหม่ๆ ด้วยตัวเอง แล้วให้หัวหน้าทีมคอยให้คำปรึกษาอยู่เบื้องหลัง ผลลัพธ์การทำงานของวิธีการใหม่นี้จะทำให้องค์กรได้ทั้งความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาและคุณภาพในการทำงานที่ดีกว่าเดิม

 

5. แสวงหาพนักงานใหม่ที่พร้อมจะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

ถ้าเปรียบเทียบกันแล้ว พนักงานที่อ่อนประสบการณ์แต่มีความพยายามในการพัฒนาผลลัพธ์การทำงานอย่างต่อเนื่องย่อมดีกว่าพนักงานที่เก่งแต่มีทัศนคติที่ไม่ดี เพราะพวกเขารู้ดีว่ายังต้องปรับปรุงตัวเองอีกมากเพื่อทำงานตอบแทนองค์กร ในขณะที่คนมีความสามารถแต่มีทัศนคติในเชิงลบจะคิดว่าตัวเองเก่งแล้วและทำงานตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น ถ้าอยากให้องค์กรของคุณก้าวไปได้ใกล้ให้มองหาผู้สมัครงานที่ฉายแววความกระตือรือร้น ความทุ่มเท ความรักในงาน มากกว่าเรื่องของความสามารถเพียงอย่างเดียว

 

6. ใส่ใจสุขภาพจิตและการจัดการความเครียดของพนักงาน

สังเกตพฤติกรรมของพนักงานอยู่เสมอ ว่าพนักงานได้รับความกดกันจากการทำงานมากไปหรือไม่ เพราะในบางครั้งการสนใจแต่เรื่องงานมากเกินไปโดยไม่พักทำอย่างอื่นบ้างจะทำให้สมองของเราเกิดความเหนื่อยล้า และอาจส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ลองจัดกิจกรรมเพื่อให้พนักงานได้ผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน เช่น จัดอุปกรณ์กีฬา เกม หรือกิจกรรมนันทนาการ ให้พนักงานได้เล่นยามว่าง มีชั่วโมงพักเว้นจากการทำงานระหว่างวันนอกเหนือจากการพักกลางวัน เช่น พักเบรก ตอนเช้า หรือ ตอนบ่าย หรือถ้าเป็นเรื่องความเครียดที่มาจากปัญหาส่วนตัวที่นอกเหนือจากการทำงาน คุณก็ต้องเฝ้าระวังและหาวิธีรับมือ เช่น ให้คำปรึกษาการช่วยเหลือในการบริหารการเงิน การชำระหนี้ หรือเรื่องอื่นๆที่เป็นสาเหตุของความเครียดจนส่งผลกระทบต่อการทำงาน

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิด

เพิ่มเพื่อน

 

 

ที่มา:

timsackett.com

hbr.org

entrepreneur.com

tags : hr, งาน, ทำงาน, คนทำงาน, ทำงานอย่างมีความสุข, human resource, organization development, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, เทคนิคสำหรับคนทำงาน, ความสุขในการทำงาน, เคล็ดลับความสำเร็จ, เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ, ทำงานให้มีความสุข, แนวคิดในการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม