ในยุคที่คำพูดหรือคอนเทนต์สามารถกระจายและถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ในเวลาไม่กี่วินาที การสื่อสารทุกวันนี้จึงมีแค่ความสร้างสรรค์อย่างเดียวไม่ได้ แต่ยังต้องคำนึงถึงบริบททางสังคมและความรู้สึกของผู้รับสารในวงกว้างด้วย ด้วยเหตุนี้ Social Awareness จึงกลายเป็น Soft Skill ที่คนทำงานยุคใหม่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะคนทำงานในสายสื่อ หรือสายงานที่ต้องมีการสร้างคอนเทนต์และสื่อสารกับคนอื่น ๆ ในสังคม
ในบทความนี้ JobThai จะพาทุกคนไปเจาะลึกทักษะตระหนักรู้ทางสังคมที่จะช่วยให้คนทำงานสื่อสารได้อย่างรอบคอบ เป็นมืออาชีพ ลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดวิกฤตต่อภาพลักษณ์องค์กร
Social Awareness หรือ ความตระหนักรู้ทางสังคม คือทักษะในการรับรู้และเข้าใจประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม รวมถึงความแตกต่างของผู้คนในด้านวัฒนธรรม เพศ เชื้อชาติ ความเชื่อ และบริบททางสังคมอื่น ๆ การมีทักษะนี้จะช่วยให้คนทำงานสามารถมองเห็นผลกระทบของคำพูด การกระทำ หรือเนื้อหาที่สื่อสารออกไปว่าอาจส่งผลต่อบุคคลหรือกลุ่มคนที่รับสารยังไงบ้าง
ในโลกการทำงานปัจจุบัน Social Awareness ถือเป็น Soft Skill ที่สำคัญ เพราะการสื่อสารไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในองค์กรเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะในยุคโซเชียลมีเดียที่ข้อมูลสามารถกระจายได้อย่างรวดเร็ว หากขาดความเข้าใจในบริบททางสังคมก็อาจทำให้เกิดการสื่อสารที่ไม่เหมาะสม สร้างความเข้าใจผิด หรือกระทบต่อภาพลักษณ์ของบุคคลและองค์กรได้

Social Awareness ไม่ใช่การมองภาพรวมแบบกว้าง ๆ แต่คือการเข้าใจมิติที่หลากหลายของสังคม แบ่งเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้
-
ความตระหนักรู้ด้านวัฒนธรรม (Cultural Awareness) เข้าใจความต่างของความเชื่อ ค่านิยม และวิถีชีวิตของคนในสังคมที่มีความหลากหลาย เช่น การหลีกเลี่ยงการใช้ภาพจำ (Stereotype) หรือการนำเสนอที่อาจกระทบความรู้สึกของกลุ่มชาติพันธุ์หรือศาสนา
-
ความตระหนักรู้ด้านอารมณ์ (Emotional Awareness) รับรู้และเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจหรือมีประเด็นอ่อนไหว เช่น ข่าวความสูญเสีย ความรุนแรง หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาที่อาจซ้ำเติมผู้รับสาร
-
ความตระหนักรู้ด้านเศรษฐกิจ (Economic Awareness) เข้าใจประเด็นความเหลื่อมล้ำ ความยากจน หรือโอกาสที่ไม่เท่าเทียมในสังคม สามารถนำเสนอเนื้อหาได้โดยไม่มองข้ามบริบทชีวิตของผู้คน มีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้มีข้อจำกัดทางการเงิน
-
ความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Awareness) รับรู้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ภาวะโลกร้อน มลพิษ หรือการใช้ทรัพยากรอย่างไม่ยั่งยืน เข้าใจว่าการสื่อสาร แคมเปญการตลาด หรือคอนเทนต์บางอย่างอาจส่งเสริมพฤติกรรมที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ตั้งใจ
-
ความตระหนักรู้ด้านการเมือง (Political Awareness) เข้าใจบริบททางการเมือง นโยบาย โครงสร้างการปกครองและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม สามารถสื่อสารได้โดยไม่สร้างความเข้าใจผิดหรือความแตกแยกเพิ่มเติม
-
ความตระหนักรู้ด้านความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice Awareness) เข้าใจประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม และการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเชื้อชาติ เพศ ความทุพพลภาพ สามารถสื่อสารได้โดยไม่ละเลยเสียงของกลุ่มคนชายขอบ
-
ความตระหนักรู้เกี่ยวกับประเด็นโลก (Global Awareness) ติดตามและทำความเข้าใจสถานการณ์โลกที่สำคัญ เช่น สงคราม โรคระบาด ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สามารถเชื่อมโยงผลกระทบในระดับท้องถิ่นได้
-
การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) สามารถวิเคราะห์เนื้อหาสื่อได้อย่างมีวิจารณญาณ รู้จักตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และเข้าใจอิทธิพลของสื่อต่อความคิดเห็นของสังคม
การมีความตระหนักรู้ทางสังคมไม่ได้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวบุคคลเท่านั้น แต่ในโลกของการทำงาน ทักษะนี้ก็ถือเป็น Soft Skill ที่มีประโยชน์อย่างมาก
ช่วยลดความเสี่ยงในการสื่อสารผิดพลาด
การสื่อสารโดยขาดความเข้าใจในบริบทสังคม โดยเฉพาะในประเด็นที่อ่อนไหว เช่น เพศ เชื้อชาติ หรือความเหลื่อมล้ำ อาจนำไปสู่ดราม่าในโลกออนไลน์จนทำให้เกิดกระแสตีกลับหรือถูกสังคมบอยคอตได้ การมี Social Awareness จะช่วยให้เรา "เอ๊ะ" ก่อนโพสต์ รู้จักคิดให้ถี่ถ้วนก่อนสื่อสารและประเมินความเสี่ยงได้รอบด้านมากขึ้น
ช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อเรามีความตระหนักรู้ทางสังคม เข้าใจความหลากหลายของผู้คน ก็จะสามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เป็นมิตรกับคนทุกกลุ่มได้โดยไม่สร้างภาพจำผิด ๆ หรือใช้คำพูดที่กดทับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ช่วยให้สารของเราส่งไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างจริงใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ช่วยสร้างการรับรู้ที่ดีและความเข้าใจที่ถูกต้องของคนในสังคม
สื่อมีอิทธิพลต่อมุมมองความคิดของคนในวงกว้าง การเลือกใช้คำ ภาพ หรือเนื้อหาในการนำเสนอที่ถูกต้อง เข้าใจบริบทและรับผิดชอบต่อสังคม การไม่ผลิตซ้ำสื่อที่มีแนวคิดกดทับคนกลุ่มน้อย จึงมีส่วนช่วยในการขัดเกลาทัศนคติของผู้รับสารให้ดีขึ้น ลดทอนอคติบางอย่างที่อาจฝังลึกในสังคมได้ เช่น อคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์หรือกลุ่ม LGBTQ+
สามารถทำงานร่วมกับคนที่หลากหลายได้ดีขึ้น
ในยุคที่องค์กรมีแนวคิดสนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับความแตกต่าง หรือ DEI (Diversity, Equity, and Inclusion) พนักงานต้องทำงานร่วมกับคนต่างวัฒนธรรม ต่างวัย และต่างความเชื่อมากขึ้น การมีความตระหนักรู้ทางสังคมจะช่วยให้เราเข้าใจความแตกต่างของผู้อื่น ลดความขัดแย้งภายในทีม และสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปิดกว้างและปลอดภัยสำหรับทุกคน
ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร
ปัจจุบันผู้คนไม่ได้เลือกอุดหนุนแบรนด์จากคุณภาพของสินค้าและบริการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับมุมมองและจุดยืนขององค์กรด้วย ไม่ว่าใครก็อยากสนับสนุนและร่วมงานกับองค์กรที่มีความเป็นมนุษย์ เห็นอกเห็นใจและรับผิดชอบต่อสังคม ดังนั้นองค์กรที่รู้จักสื่อสารอย่างมี Social Awareness จึงมักได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าและสังคมโดยรวมมากกว่า
แม้ Social Awareness จะดูเป็นเรื่องของมุมมองและทัศนคติที่ฝึกฝนไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วความตระหนักรู้ทางสังคมเป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้ผ่านการเรียนรู้และการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนทำงานสายมีเดียหรือการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ต้องสื่อสารผ่านเนื้อหารูปแบบต่าง ๆ อยู่เสมอ JobThai จะมาแนะนำ 5 วิธีพัฒนาความตระหนักรู้ทางสังคม
1. ติดตามประเด็นสังคมอย่างสม่ำเสมอ
การอ่านข่าว บทวิเคราะห์ หรือคอนเทนต์เกี่ยวกับประเด็นสังคม เช่น ความเท่าเทียมทางเพศ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม สิทธิมนุษยชน ตลอดจนการเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movements) ต่าง ๆ จะช่วยให้เราเข้าใจบริบทของโลกปัจจุบันมากขึ้น สามารถนำความรู้นั้นมาปรับใช้กับการทำงานและการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม
2. รับฟังมุมมองจากกลุ่มคนที่หลากหลาย
การเปิดใจรับฟังประสบการณ์จากผู้คนที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม เพศ ศาสนา หรือสถานะทางสังคม จะช่วยให้เรามองเห็นโลกในมุมที่กว้างขึ้น ลดอคติส่วนตัว และเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นได้ดีขึ้น
3. ฝึก “เอ๊ะ” และตั้งคำถามก่อนสื่อสารทุกครั้ง
ก่อนพูด เขียน หรือโพสต์เนื้อหาอะไร ลองหยุดคิดแล้วตั้งคำถามก่อนว่า
-
เนื้อหานี้มีส่วนไหนที่อาจทำร้ายจิตใจ หรือสร้างความรู้สึกไม่ดีกับใครหรือไม่?
-
มีการเหมารวมหรือลดทอนคุณค่าของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือเปล่า?
-
ภาพและคำที่เลือกใช้สื่อความหมายเชิงบวกหรือลบ?
-
คอนเทนต์นี้กำลังส่งต่อแนวคิดแบบใดออกไป? สร้างผลกระทบอะไรต่อสังคม?
4. อัปเดตคำศัพท์และความเปลี่ยนแปลงของภาษาอยู่เสมอ
ภาษาเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย คำบางคำที่เคยใช้ได้ในอดีตอาจไม่เหมาะสมในปัจจุบัน เราจึงต้องคอยเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ และอัปเดตความเปลี่ยนแปลงของภาษาอยู่เสมอ เพื่อปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบท หลีกเลี่ยงคำที่มีนัยเชิงลบ สร้างความรู้สึกไม่ดีต่อผู้รับสาร
5. เปิดรับฟีดแบ็กและนำไปปรับปรุง
ไม่มีใครสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ หากวันหนึ่งการสื่อสารของเราเกิดข้อผิดพลาดหรือได้รับการท้วงติงจากสังคม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปิดใจรับฟัง ลองทำความเข้าใจว่าเราพลาดในจุดไหน แล้วใช้โอกาสนั้นเป็นบทเรียนเพื่อเรียนรู้และปรับปรุงให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป
ในโลกที่การสื่อสารเกิดขึ้นตลอดเวลาและส่งผลกระทบได้ในวงกว้าง Social Awareness ไม่ใช่แค่ทักษะเสริม แต่เป็น Soft Skill ที่สำคัญของคนทำงานยุคใหม่ โดยเฉพาะสายมีเดียที่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่สื่อสารออกไป การมีความตระหนักรู้ทางสังคม เข้าใจความหลากหลายและความรู้สึกของผู้คนจะช่วยให้เราสื่อสารได้อย่างรอบคอบ ลดความเสี่ยงต่อการสร้างผลกระทบเชิงลบ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทั้งตัวบุคคลและองค์กร
ที่มา:
masterclass.com
mendi.io
jaincollege.ac.in