5 สัญญาณเตือนในชีวิต ที่ทำให้ควรคิดถึงงานใหม่

5 สัญญาณเตือนในชีวิต ที่ทำให้ควรคิดถึงงานใหม่
15/08/18   |   7.3k   |  

ในชีวิตการทำงานของแต่ละคนย่อมเจอปัญหาที่แตกต่างกันไป คงไม่มีใครเลยที่ผ่านพ้นชีวิตการทำงานปีแล้วปีเล่าโดยที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอะไร บางคนปัญหาเกิดจากเนื้องาน บางคนมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน บางคนขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน หรือแม้กระทั่งเวลางานกินเวลาชีวิตที่เคยได้ใช้กับครอบครัวก็ก่อให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน
 

การลาออก” ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดีเท่าไร ถ้าเรายังหาสาเหตุต้นตอไม่เจอว่าทำไมเราไม่มีความสุขกับการทำงาน ในหลายครั้งเราจึงจำเป็นต้องใช้เวลาคิดให้ถี่ถ้วนว่าแท้จริงแล้วปัญหานั้นเกิดจากอะไรกันแน่ แต่การใช้เวลาไตร่ตรองที่นานเกินไปก็อาจจะทำให้เราเสียเวลาในชีวิตอย่างไร้ความหมายได้เช่นกัน 
วันนี้ JobThai จึงได้ยกเอาสัญญาณเตือนต่าง ๆ ที่จะเป็นตัวช่วยในการสังเกตชีวิตการทำงานของเรา ซึ่งหากพบเมื่อไรนั่นอาจเป็นสัญญาณว่า เราคงจะต้องเริ่มต้นหางานใหม่ได้แล้ว

 

 

  • เช้าวันจันทร์กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต รู้สึกเบื่อการทำงาน และเริ่มมองว่าคุณค่าใน
    ตัวเองลดลง

  • อยากรีบปลดเกษียณจากงาน ไม่มีความกระหายในงานที่ทำอยู่ ทุกอาทิตย์ทำงานแบบส่ง ๆ เพื่อให้เวลาผ่านไปเพียงเท่านั้น

  • คนในครอบครัวกลายเป็นที่ระบายความเครียดจากเรื่องงาน ทุกเย็นต้องบ่นเรื่องความผิดพลาดของตัวเองและคนอื่นให้สมาชิกในครอบครัวฟัง 

  • จากคนที่เคยแข็งแรงทั้งกายและใจ กลับเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ บ่อยขึ้น แถมยังเริ่มติดการดื่มแอลกอฮอร์เพื่อช่วยให้ลืมปัญหาจากงาน

 

 

เบื่อและไม่อยากทำงาน

ภาพที่ทุกคนจำได้ว่าเราคือเบอร์หนึ่งในแผนก ทุกวันนี้แค่จะเข็นให้งานเสร็จสักชิ้นในแต่ละสัปดาห์ยังยากเลย เพราะเราเริ่มเช็กเฟสบุ๊คและทวิตเตอร์ทุก ๆ สิบนาที การทำงานกลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่คิดถึง หมดความกระตือรือร้นและเบื่อหน่ายอยู่ตลอดเวลา งานที่ได้รับมอบหมายมาถูกปล่อยค้างเอาไว้ ซึ่งนอกจากกระทบต่องานของตัวเองแล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ยังส่งผลให้เริ่มมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงานเนื่องจากงานของเราช้าเกินกำหนดกระทบต่อระบบการทำงานในแผนก หนักกว่านั้นคือการทะเลาะกับหัวหน้าจนทำให้รู้สึกว่า เราไม่สามารถควบคุมอะไรในการทำงานได้เลย

 

คิดถึงภาพตอนที่เกษียณแล้ว 

ถ้าเป็นการนึกถึงในแง่ของการพยายามวางแผนทางการเงินเพื่อให้ตัวเองและครอบครัวสามารถอยู่ได้ยามเกษียณนั่นเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับคนที่อายุยังไม่แตะเลข 4 หรือบางคนยังไม่แตะเลข 3 เลยด้วยซ้ำ ทุกวันที่เราตื่นเช้าขึ้นมากลับจินตนาการภาพว่าตัวเองปลดเกษียณ หยุดทำงานและสามารถนอนพักผ่อนอยู่บ้าน บางคนถึงขั้นนับปี นับเดือน นับวันที่จะเกษียณจากงานที่ทำอยู่ตอนนี้เลย เพราะในแต่ละวันนั้นไม่ได้มีแรงจูงใจให้อยากไปถึงที่ทำงาน ไม่ได้มี Passion ที่อยากจะสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าออกมา ชีวิตการทำงานที่หมดไปงานส่วนใหญ่ก็เป็นการทำแบบส่ง ๆ เท่านั้น ซึ่งการนิ่งดูดายต่อเวลาที่ผ่านไปแบบนี้ ไม่สามารถช่วยให้ความหวังที่จะเกษียณเป็นจริงได้แน่นอน

 

เริ่มพูดคุยเรื่องงานในเชิงลบให้กับคนในครอบครัวฟัง

ช่วงเวลาสุขสันต์อย่างเวลาทานข้าวกับครอบครัว จากที่เคยเป็นการพูดคุยเรื่องราวสนุกสนานในที่ทำงานของเรา วีรกรรมน่าสนุกของลูกที่โรงเรียน และวางแผนไปเที่ยวด้วยกันในวันหยุดยาวที่จะมาถึง กลับถูกแทนที่ด้วยการถูกตำหนิ และถูกต่อว่าจากที่ทำงานของเราเป็นหัวข้อหลัก แทรกด้วยพฤติกรรมที่ไม่ดีของเพื่อนร่วมงาน วันแล้ววันเล่าที่คนในครอบครัวของเราได้รับฟังแต่เรื่องงานในเชิงลบ หากสถานการณ์นี้ยังเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำและมีแนวโน้มว่าจะบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เราอาจต้องเริ่มพิจารณาถึงงานของเราอย่างจริงจังมากขึ้นแล้ว  

 

ระบบชีวิตพัง

จากที่เคยเป็นคนนอนหลับง่าย กลายเป็นคนนอนไม่หลับ ตื่นมากลางดึกบ่อย ๆ เพราะต้องเก็บเอาความเครียดจากเรื่องงานไปนอนฝัน นี่คือจุดเริ่มต้นของระบบชีวิตที่แปรปรวน หนำซ้ำบางคนจากที่เคยสุขภาพแข็งแรงกลับมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดบ่อยขึ้น ซึ่งการป่วยทางกายนี่แหละที่เป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งได้เช่นกันว่า สุขภาพจิตของเราอาจจะกำลังแย่ไปด้วยก็ได้ นอกจากนี้หากงานรบกวนความคิดจนทำให้ทุก ๆ เย็น ต้องนัดเพื่อนออกไปสังสรรค์เพื่อให้หายเครียด จนเริ่มมีสโลแกนติดปากในหมู่เพื่อนว่า “ดื่มเพื่อให้ลืมงาน”ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นแล้วว่างานนี้อาจจะไม่เหมาะกับเราอีกต่อไป

 

เริ่มมองหางานใหม่

ถ้าเว็บที่เราเข้าเริ่มเปลี่ยนเป็นเว็บไซต์หางาน เริ่มพิมพ์คำว่า “หางาน” ลงไปใน Search Engine พร้อมเคาะปุ่มเอ็นเทอร์ นั่นเท่ากับว่าเราผ่านจุดสุดท้ายของความอดทนในงานปัจจุบันไปแล้ว และหากทุกวันมีแต่คำว่า 
“ฉันจะหางานใหม่!” แวบเข้ามาในความคิด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรข้างต้นก็ตาม อาจไม่เป็นการดีที่เราจะใช้ชีวิตด้วยการทนทำงานที่ไม่สร้างความสุขแบบนี้ต่อไป ซึ่งนอกจากจะเป็นผลเสียต่อตัวเองแล้ว ครอบครัว
เพื่อนร่วมงาน รวมถึงบริษัทก็ต่างได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน

 

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ถ้ามีหลายสัญญาณที่ตรงกับชีวิตของเราเองแล้ว ก็อย่าหุนหันพลันแล่นร่ายจดหมาย ส่งไลน์ไปบอกนายว่าจะลาออกจากงาน ทางที่ดีกว่าคือการเริ่มตรวจสอบตัวเอง พิจารณาว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหาอะไร เราแก้ไขให้มันดีขึ้นได้ไหม เพราะหากปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุจากตัวเราเองไม่ว่าจะเปลี่ยนงานอีกกี่แห่งปัญหานี้ก็ไม่หายไป แต่ถ้าตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนดีแล้วยังพบว่าชีวิตการทำงานของเราเต็มไปด้วยความทุกข์ ก็ควรค่อย ๆ วางแผนและตัดสินใจอย่างรอบคอบ JobThai เชื่อว่าทุกคนสามารถกลับมามีความสุข สร้างสมดุลทั้งชีวิตและการงานในอนาคตได้อย่างแน่นอน

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา 

thebalancecareers.com

tags : คนทำงาน, แนวคิดในการทำงาน, career & tips, เคล็ดลับการทำงาน, ความสุขในการทำงาน, การทำงาน, ทำงานให้มีความสุข, ทำงานอย่างมีความสุข, หางาน, สมัครงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม