5 คำถามสำคัญ ที่หัวหน้าต้องหมั่นถามลูกน้องให้เป็นนิสัย

5 คำถามสำคัญ ที่หัวหน้าต้องหมั่นถามลูกน้องให้เป็นนิสัย
28/08/17   |   16.3k   |  

“ที่ผ่านมาทำงานเป็นยังไงบ้าง”

วีรชัยเอ่ยถามลูกทีมคนหนึ่งขึ้นมาเมื่ออยู่กันตามลำพัง ซึ่งนับเป็นการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบในเรื่องการทำงานอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบระยะเวลาหลายเดือน

คนเป็นหัวหน้าหลายคนก็คงจะไม่ต่างกับวีรชัยมากนัก ที่ทุกวันมักจะใช้เวลาหมดไปกับการสะสางงานที่วางกองอยู่เต็มโต๊ะ หรือไม่ก็ต้องเข้าประชุมอยู่บ่อย ๆ จนแทบจะไม่มีเวลาได้พูดคุยกับคนในทีมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากเรื่องงาน ทำให้มองข้ามอารมณ์ความรู้สึกของคนในทีมไปว่าพวกเขามีความสุขกับการทำงานหรือไม่ หรือมีอะไรที่พวกเขาต้องการเพิ่มเติมบ้างหรือเปล่า

หลายครั้งลูกทีมมีปัญหาแต่ไม่กล้าที่จะพูด ดังนั้นการที่หัวหน้าเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามก่อนนอกจากจะทำให้เข้าใจลูกทีมมากขึ้นแล้ว การหมั่นตั้งคำถามกับลูกทีมยังมีข้อดีอีกมากมาย เช่น ได้มีโอกาสในการกระตุ้นลูกทีม ได้ทราบไอเดียดี ๆ จากพวกเขา หรือได้รู้ถึงปัญหาที่พวกเขากำลังพบเจอ ซึ่งนอกจากจะเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกทีมแล้ว ข้อมูลที่ได้ยังสามารถนำมาพัฒนาให้องค์กรดีขึ้นได้อีกด้วย

JobThai เชื่อว่าการหมั่นพูดคุยกันระหว่างหัวหน้ากับลูกทีมเป็นวัฒนธรรมที่ดีสำหรับทุกองค์กร วันนี้เราจึงมี 5 คำถาม ที่อยากให้คนเป็นหัวหน้าลองเอาไปถามลูกน้องเป็นประจำมาฝากกัน

 

 

  • เดือนที่ผ่านมาคุณทำอะไรไปบ้าง มีอะไรที่คิดว่าทำสำเร็จด้วยดีบ้างไหม – เพื่อที่เขาจะได้พูดถึงความสำเร็จ และคุณจะได้รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาให้ความสำคัญ
  • ในสถานการณ์ที่องค์กรเจออยู่ ถ้าคุณเป็น CEO คุณจะทำอย่างไร – ลูกทีมจะรู้สึกว่าคุณให้ความสำคัญกับความคิดของพวกเขา ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้ไอเดียอะไรดี ๆ จากเขาด้วยก็ได้
  • ทำงานกับผมติดขัดอะไรบ้างไหม มีข้อแนะนำอย่างไรที่จะทำให้การทำงานของพวกเราดีขึ้น – จะทำให้ลูกทีมรู้สึกว่าคุณใส่ใจความรู้สึกพวกเขา และคำตอบอาจทำให้คุณได้พัฒนาตัวเองในจุดที่คิดไม่ถึงอีกด้วย
  • มีปัญหาในการทำงานบ้างไหม ต้องการอะไรเพิ่มเติมบอกได้เลยนะ – ลูกทีมจะเห็นว่าคุณเป็นหัวหน้าที่พร้อมจะให้คำแนะนำอยู่เสมอ และทำให้พวกเขากล้าที่จะเข้ามาปรึกษาคุณเมื่อมีปัญหา
  • มีงานหรือโปรเจกต์ที่คุณสนใจอยากทำเป็นพิเศษไหม – คำถามนี้จะทำให้คุณเห็นว่าคนในทีมของคุณมีความสนใจด้านไหน และหากคุณให้โอกาสเขาในการลองทำในสิ่งที่เขาสนใจ อาจจะทำให้เขาประสบความสำเร็จในการทำงานมากขึ้น
     

 

1. เดือนที่ผ่านมาคุณได้ทำอะไรไปบ้าง มีอะไรที่คิดว่าคุณทำสำเร็จไปด้วยดีบ้างไหม

ทำไมต้องถาม: ตัวคุณเองรู้อยู่แล้วว่าลูกทีมทำอะไรสำเร็จไปบ้างในเดือนที่ผ่านมา แต่คำถามนี้เป็นการถามเพื่อให้ลูกทีมได้มีโอกาสพูดถึงผลงานและความสำเร็จของพวกเขา รวมทั้งคุณยังจะได้รู้ด้วยว่าสิ่งใดคือสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญ ยิ่งถ้าคุณกล่าวชื่นชม หรือแสดงออกถึงความพอใจในความสำเร็จเหล่านั้น พวกเขาจะยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจจนเกิดเป็นแรงกระตุ้นในการที่จะทำผลงานใหม่ๆ ออกมาอีกด้วย

 

2. ในสถานการณ์ที่องค์กรเจออยู่ตอนนี้ ถ้าคุณเป็น CEO คุณจะทำอย่างไร

ทำไมต้องถาม: การถามคำถามนี้จะทำให้ลูกทีมรู้สึกว่า คุณให้ความสำคัญกับความคิดพวกเขา ยิ่งถ้าถามเป็นประจำจะเป็นการสร้างนิสัยให้พวกเขาเตรียมคิดหาคำตอบไว้ให้คุณอยู่เสมอ  อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่คุณจะได้ไอเดียดีๆจากลูกทีมของคุณอีกด้วย และถ้าไอเดียเหล่านั้นถูกนำไปใช้และประสบความสำเร็จจริง พวกเขาจะรู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จนั้นด้วย

 

3. ทำงานกับผมติดขัดอะไรบ้างไหม มีข้อแนะนำอย่างไรที่จะทำให้การทำงานของพวกเราดีขึ้น

ทำไมต้องถาม: ทุกวันนี้เหตุผลของการลาออกมักจะมีเรื่องของหัวหน้าเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอันดับต้นๆ เพราะหลายครั้งที่ลูกทีมมีความคับข้องใจในการร่วมงานกับคุณ พวกเขามักไม่กล้าพูด และเก็บความรู้สึกเหล่านั้นไว้เรื่อยๆ จนวันหนึ่งอาจนำมาซึ่งการลาออก ซึ่งคำถามนี้จะช่วยทำให้ลูกทีมรู้สึกว่าคุณใส่ใจความรู้สึกของพวกเขา และใจกว้างพอที่จะปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความพึงพอใจที่สุด ซึ่งหลายครั้งคำตอบอาจจะเป็นสิ่งที่คุณไม่เคยรู้ตัวมาก่อนด้วยซ้ำเพราะไม่เคยมีใครกล้าพูด กลายเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้พัฒนาตนเองอีกด้วย 

 

4. มีปัญหาในการทำงานบ้างไหม ต้องการอะไรเพิ่มเติมบอกได้เลยนะ

ทำไมต้องถาม: การถามคำถามนี้เป็นเหมือนการบอกกลายๆว่า คุณใส่ใจการทำงานของพวกเขาและพร้อมที่จะให้คำแนะนำอยู่เสมอ ทำให้พวกเขารู้ว่าถ้าพบเจอปัญหา หรือต้องการการสนับสนุน พวกเขาสามารถเข้าหาคุณได้ ซึ่งการถามคำถามนี้เป็นประจำยังช่วยลดการผิดพลาดของงานได้อีกด้วย เพราะหลายครั้งที่พวกเขาพบเจอปัญหาในการทำงานแต่ก็พยายามหาทางแก้ไปเรื่อยๆ ซึ่งคุณอาจจะมองเป็นข้อดีก็ได้ที่ลูกทีมของคุณสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะไม่ใช้เวลานานเกินไป หรือสิ่งที่พวกเขาพยายามทำนั้นจะออกมาดีทุกครั้ง ทั้งที่จริงๆแล้ววิธีแก้ปัญหานั้นง่ายนิดเดียวเพียงแต่พวกเขาไม่รู้เท่านั้นเอง  

 

5. มีงานหรือโปรเจกต์ที่คุณสนใจอยากทำเป็นพิเศษไหม

ทำไมต้องถาม: คนบางคนกว่าจะเจอตัวตนที่แท้จริงก็อาจจะต้องได้รับโอกาสก่อน ซึ่งหลายครั้งคุณก็อาจจะไม่รู้ ว่าลูกทีมมีความสนใจ หรือความสามารถพิเศษด้านไหน เพราะตำแหน่งงานที่ทำอยู่ไม่สามารถขับเน้นความสามารถเหล่านั้นออกมาได้ คำถามนี้จะทำให้คุณได้รู้ว่าลูกน้องคุณสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ และคุณสามารถถามต่อไปได้ว่าทำไมถึงอยากทำ มีไอเดียในหัวหรือไม่ ซึ่งอาจต่อยอดไปถึงบทบาทใหม่ที่จะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จมากกว่าเดิม ส่วนตัวลูกทีมเองก็จะรู้สึกว่าคุณพร้อมที่จะให้โอกาสพวกเขาได้พิสูจน์ตัวเองด้วย

 

ในการปฏิบัติจริงนั้นไม่มีกฎตายตัว คำถามเบื้องต้นเป็นเพียงตัวอย่างที่อาจใช้เป็นแนวทางเพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับองค์กรของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องทำให้สม่ำเสมอ เพื่อจะได้สร้างให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงและยั่งยืนต่อไป

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา:
officevibe.com
teamgantt.com

tags : งาน, การทำงาน, หัวหน้างาน, การทำงานเป็นทีม, เคล็ดลับการทำงาน, เทคนิคการทำงาน, career & tips, ความสัมพันธ์



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม