3 สิ่งที่ HR ให้ความสำคัญในเรซูเม่

3 สิ่งที่ HR ให้ความสำคัญในเรซูเม่
13/03/19   |   218.9k   |  

กว่าจะถูกเรียกไปสัมภาษณ์งานได้ เราต้องสู้กับเรซูเม่นับสิบนับร้อยใบที่ HR ได้รับในแต่ละวัน เราเลยต้องทำให้เรซูเม่ของเราโดดเด่นเข้าตา HR มากที่สุด แต่การโดดเด่นที่ว่าไม่ได้หมายถึงเรื่องของรูปแบบ Layout หรือความคิดสร้างสรรค์ที่ใส่ไปในเรซูเม่ แต่หมายถึงเราใส่ข้อมูลต่าง ๆ ได้ครบและดึงดูดความสนใจจาก HR ภายในเวลาไม่กี่วินาทีที่เขาดูเรซูเม่ของเราได้ต่างหาก

JobThai จะพาไปดูกันว่าในเวลาไม่กี่วินาทีที่ HR แสกนเรซูเม่แต่ละใบ เขาให้ความสำคัญกับส่วนไหนบ้าง

 

 

  • ข้อมูลส่วนตัวในเรซูเม่ควรประกอบไปด้วย รูปถ่ายที่เห็นใบหน้าตรงชัดเจน แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้จริง และใช้อีเมลที่เป็นทางการ
  • ใส่ประสบการณ์การทำงาน การอบรมสัมมนาในเรซูเม่ด้วย ถ้าเป็นนักศึกษาจบใหม่ ให้บอกถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยทำ การฝึกงาน หรือการทำงานพาร์ทไทม์แทนได้
  • ระบุทักษะและความสามารถที่คิดว่าโดดเด่นที่สุด โดยเฉพาะทักษะที่จำเป็นในตำแหน่งงานที่สมัคร
  • บอกจุดมุ่งหมายในการทำงานให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และแรงจูงใจแก่องค์กร
  • เรซูเม่ควรสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย และระวังการสะกดคำผิดด้วย
  • ไฟล์เรซูเม่ที่ส่งควรตั้งชื่อไฟล์ด้วยชื่อ-นามสกุลของตัวเอง และควรส่งเป็นไฟล์ PDF
     

 

1. ข้อมูลส่วนตัว

ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะมันจะบอกว่าเราคือใคร หน้าตาแบบไหน โดยจะประกอบไปด้วย ชื่อ-นามสกุล ประวัติการศึกษา เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลติดต่อ และรูปถ่าย

เราจะต้องตรวจสอบให้ดีว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่เราใส่ไปถูกต้องไหม โดยเฉพาะเบอร์โทรศัพท์และอีเมล เราคงไม่อยากเสียโอกาสที่จะถูกเรียกสัมภาษณ์ไปเพราะ HR ติดต่อเราไม่ได้หรอกใช่ไหม นอกจากนั้นอีเมลที่ใช้ก็ควรจะเป็นทางการด้วย เช่น ชื่อ.นามสกุล@mailservice.com ส่วนรูปถ่ายที่เป็นจุดแรกที่ HR จะเห็นจากเรซูเม่ ก็ควรเป็นรูปหน้าตรง เห็นหน้าชัดเจน แต่งตัวสุภาพเรียบร้อย

 

2. ประสบการณ์การทำงาน

สำหรับคนที่เคยทำงานมาแล้ว ควรจะโชว์ให้ HR เห็นว่าเรามีประสบการณ์การทำงานตำแหน่งอะไร ที่ไหนมาบ้าง รวมถึงขอบเขตหน้าที่ที่รับผิดชอบ รวมถึงการอบรมต่าง ๆ ที่เคยเข้าร่วม ซึ่งควรจะเรียงลำดับจากประสบการณ์ปัจจุบันไปหาอดีต

ส่วนนักศึกษาจบใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน เราก็เอาประสบการณ์พิเศษต่าง ๆ เช่น การเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร การออกค่าย การฝึกงาน หรือการทำงาน Part-time มาใส่เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้เรซูเม่ได้ และจะยังเป็นการสนับสนุนว่าเราเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน และมีความรับผิดชอบอีกด้วย

 

3. ทักษะและความสามารถ

ยิ่งเรามีทักษะและความสามารถหลากหลายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เรซูเม่เราน่าสนใจและได้เปรียบคู่แข่ง เราจึงต้องพยายามหาจุดเด่นและเอามานำเสนอให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นต่อตำแหน่งงานที่สมัคร เช่น ทักษะทางภาษา หรือภาษาที่สาม สำหรับตำแหน่งที่ต้องใช้ความสามารถด้านภาษาโดยตรง หรือ ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่จำเป็นและนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ในหลาย ๆ สายงาน

 

นอกจากนี้เรายังมี Tips เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำให้เรซูเม่ของเราน่าประทับใจและดู Professional มากขึ้นไปอีก

 

จุดมุ่งหมายในอาชีพที่ชัดเจน ดึงดูดความสนใจจาก HR ได้

จุดนี้คืออีกจุดนึงในเรซูเม่ที่คนมักไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเขียนอะไรดี การเขียนจุดมุ่งหมายในอาชีพ หรือ Career Objective นั้นเราควรจะเขียนให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่เราสมัคร เช่น ตั้งเป้าหมายระยะสั้นว่าจะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จได้อย่างไร หรือการตั้งเป้าหมายระยะยาวในช่วงเวลา 3-5 ปีข้างหน้าในเส้นทางอาชีพว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ถ้าเรามีจุดมุ่งหมายในอาชีพที่ชัดเจน ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและสร้างแรงจูงใจให้ HR เลือกเราเพื่อสร้างผลงานและขับเคลื่อนองค์กรได้

 

เรซูเม่ต้องสั้น กระชับ เข้าใจง่าย แต่ครบถ้วน

เพราะว่า HR ใช้เวลาสแกนเรซูเม่แค่ไม่นาน เรซูเม่ของเราก็เลยควรที่จะสั้น กระชับ เข้าใจง่าย แต่ใส่ข้อมูลครบถ้วน ซึ่งความยาวที่เหมาะสมก็คือไม่ควรเกิน 2 หน้ากระดาษ A4 เราจึงควรเลือกเอาแต่ข้อมูลที่สำคัญและคิดว่าน่าสนใจ และจำเป็นกับตำแหน่งงานที่สมัครจริง ๆ เท่านั้น เพื่อให้ HR อ่านเรซูเม่ของเราได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือต้องตรวจทานทั้งการสะกดคำ ภาษาที่ใช้ และการเรียงลำดับข้อมูลต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก่อนส่งด้วย

 

ตั้งชื่อและเลือกประเภทได้ดี อาจมีโอกาสมากขึ้น

ถึงเวลาทำเรซูเม่เราจะแก้จะปรับและเซฟไฟล์ใหม่อยู่หลายรอบ จนมีทั้งไฟล์ resume, resume_edit, resume_final แต่อย่าเผลอเอาไฟล์ที่มีชื่อแบบนี้ส่งไปสมัครงานเด็ดขาด ไฟล์ที่เราส่งไปควรจะตั้งชื่อให้ชัดเจนและเป็นทางการ โดยใช้ชื่อ-นามสกุลจริงของเรา และระบุด้วยด้วยเป็น Resume เช่น Resume_ชื่อ การทำแบบนี้ HR จะได้รู้ว่าเป็นไฟล์อะไร ของผู้สมัครคนไหน เพราะไฟล์ที่แนบไปในการสมัครงานแต่ละครั้งอาจจะมีไฟล์อื่น ๆ ด้วย เช่น Portfolio หรือ Transcript

นอกจากนั้นเราควรจะดูที่ประกาศงานก่อนด้วยว่าเขาต้องการให้เราส่งไฟล์ประเภทไหน แต่ถ้าไม่ได้ระบุไว้ การเลือกส่งเป็น PDF เป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะว่าไฟล์ Microsoft Word นั้นมีโอกาสที่เนื้อหาที่ถูกจัดวางมาเป็นอย่างดีอาจเคลื่อนได้เวลา HR เปิดดู

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

tags : งาน, หางาน, สมัครงาน, เคล็ดลับการทำงาน, resume, เรซูเม่, นักศึกษาจบใหม่, freshgrad, เด็กจบใหม่, ไม่มีประสบการณ์, เคล็ดลับการสมัครงาน, เทคนิคการสมัครงาน, ประวัติส่วนตัว, ไม่มีประสบการณ์, การเขียนเรซูเม่, การทำงาน, เทคนิคสำหรับเด็กจบใหม่, เคล็ดลับสำหรับเด็กจบใหม่



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม