10 สิ่งที่พนักงานต้องการจากการทำงานที่คนเป็นผู้นำควรรู้

10  สิ่งที่พนักงานต้องการจากการทำงานที่คนเป็นผู้นำควรรู้
02/08/17   |   121.9k   |  

“คนเป็นหัวหน้า แค่เก่งเรื่องการทำงานยังไม่พอหรอกนะ” คือประโยคที่ชาติชายได้ยินจากหัวหน้างานรุ่นพี่คนเดิมที่เคยให้คำแนะนำเขาในเรื่องการตั้งเป้าหมายให้กับทีม เมื่อตอนที่เขาเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าใหม่ ๆ

ซึ่งหลังจากได้รับคำแนะนำในครั้งนั้นเขาก็นำไปปรับใช้ ซึ่งทำให้การทำงานในทีมดูเหมือนจะดีขึ้น เพียงแต่มันยังไม่ดีมากพอ วันนี้เขาจึงกลับมาขอคำแนะนำจากรุ่นพี่คนเดิม ซึ่งคำแนะนำของรุ่นพี่คนนั้นที่บอกว่าแค่ทำงานเก่งมันไม่พอ จริง ๆ มันมีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง มาดู 10 สิ่งที่องค์กรและผู้นำควรใส่ใจเกี่ยวกับพนักงานว่าพวกเขาต้องการอะไรในชีวิตการทำงาน ด้านล่างนี้กันได้เลย

 

 

  • บอกให้พนักงานรู้ถึงเป้าหมาย และความคาดหวังของคุณให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานทำงานไปเรื่อย ๆ โดยไม่เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วเป้าหมายของการทำงานนั้นทำเพื่ออะไร
  • สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาหรือการเข้าใจผิดเกิดขึ้น และใช้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ และเอ่ยชมเมื่อพนักงานทำงานได้ดี เพราะมันจะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขามีกำลังใจในการทำงานให้ออกมาดีมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ให้ความสำคัญกับวิธีพัฒนาทักษะการทำงานของพนักงาน หาโอกาสให้คนในทีมได้ทำงาน หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อพัฒนาทักษะที่ยังไม่เชี่ยวชาญ และได้พัฒนาศักยภาพของตนเองมากขึ้น
  • รักษาคำพูด และยอมรับผิด ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากคุณ ปฏิบัติต่อคนในทีมอย่างมืออาชีพ และให้เกียรติพวกเขา โดยไม่มองว่าพวกเขาด้อยกว่า
  • คอยช่วยชี้แนะให้พนักงานสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จตามเป้าหมาย ให้คำแนะนำเมื่อพวกเขามีปัญหา และสอนให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองด้วย
  • สร้างบรรยากาศการทำงาน หรือรูปแบบการทำงานที่ทำให้เขาเห็นคุณค่าของงานที่ทำ และรู้สึกว่างานที่ทำอยู่นี้ เป็นงานที่เขาภูมิใจ รวมทั้งกระตุ้นให้พนักงานทุ่มเททำงาน และมอบหมายงานที่เหมาะสมให้พวกเขา เพื่อที่เขาจะได้ประสบความสำเร็จตามสายงานได้ในอนาคต


การเป็นผู้นำที่ดีต้องมีอะไรมากกว่าการมีความรู้ความสามารถในการทำงาน ผู้นำที่ดีจะต้องดูแลเอาใจใส่สมาชิกทุกคนที่อยู่ในความรับผิดชอบ นอกจากการเอาใจใส่และสนับสนุนพนักงานในทุกวิถีทางอย่างเหมาะสมจะส่งผลดีต่อตัวพนักงานรายบุคคลและการทำงานของทีมแล้ว การทำเช่นนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อความก้าวหน้าขององค์กรของคุณโดยรวมอีกด้วย


1. ความคาดหวังและเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน

ไม่ว่าใครก็ต้องการความชัดเจน พนักงานเองก็เช่นกัน กำหนดบทบาท เป้าหมาย และหน้าที่ความรับผิดชอบให้พนักงานทุกคนเข้าใจอย่างชัดเจน ทั้งด้วยการบอกเล่าแบบตัวต่อตัว และบอกพร้อมกันเพื่อให้รับรู้โดยทั่วกันในทีม ให้จำไว้ว่าไม่ใช่บอกแค่ครั้งเดียว แต่ให้คุณย้ำชัดถึงเป้าหมายของทีมอย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นรายเดือน รายไตรมาส หรือตลอดทั้งปี ไม่เช่นนั้นอาจทำให้การทำงานเกิดปัญหา เพราะพนักงานจะทำงานไปเรื่อย ๆ โดยขาดความเข้าใจในเป้าหมายหรือความคาดหวังที่ถูกต้องชัดเจน

 

2. การยอมรับและการชมเชย

ยิ่งพนักงานของคุณได้รับการชมเชยในสิ่งที่พวกเขาทำมากเท่าไหร่ พวกเขายิ่งมีแรงบันดาลใจในการทำงานให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายมากขึ้นเท่านั้น เอ่ยคำชมเมื่อพวกเขาทำงานได้ดี ที่สำคัญคุณต้องให้ความสำคัญกับทีมไปพร้อม ๆ กับการการชมเชยพนักงานที่ทำงานดีเด่นเป็นรายบุคคล การยอมรับและเห็นคุณค่าของพนักงานอย่างเท่าเทียมจะทำให้พวกเขามีกำลังใจในการทำงานร่วมกันและทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีในการทำงาน

 

3. การสื่อสารงานที่ดี

เรียนรู้ที่จะสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสารหรือการประสานงานที่ดีระหว่างกันในการทำงานเป็นหลักการง่าย ๆ ที่ทำให้พนักงานทุกคนเข้าใจในงานของตน ยิ่งพวกเขามีข้อมูลซึ่งกันและกันมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเข้าใจผิดหรือเกิดข้อผิดพลาดก็จะมีน้อยลงตามไปด้วย โดยการสื่อสารที่ดีต้องเกิดขึ้นในทุกช่องทาง ได้แก่ การประชุมทีม การสนทนาตัวต่อตัว การใช้โทรศัพท์ อีเมล การสื่อสารทางไกลด้วยวิดีโอ ผ่านข้อความหรือตัวหนังสือบนหน้ากระดาษเอกสาร

 

อย่างไรก็ตามให้ระวังการสื่อสารที่ผิดวิธี เช่น วิธีการส่งอีเมลหรือข้อความไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการแจ้งข่าวร้าย เพราะเป็นช่องทางที่ไม่มีการโต้ตอบระหว่างกันในทันทีและพวกเขาอาจเกิดความรู้สึกในแง่ลบได้ ถ้าหากผู้นำทั้งหลายมองว่าเรื่องการสื่อสารเป็นเรื่องเล็กและละเลยที่จะสื่อสารอย่างเหมาะสมต่อพนักงาน พวกเขาเหล่านั้นกำลังทำผิดถนัด

 

4. ความก้าวหน้าในอาชีพ

พนักงานมีแนวโน้มที่จะตั้งอกตั้งใจทำงานมากขึ้นหากพวกเขาเห็นว่าองค์กรที่พวกเขาทำงานอยู่มีสภาพแวดล้อมหรือทรัพยากรที่เอื้ออำนวยให้พวกเขาพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ทำให้แน่ใจว่าคุณมอบหมายงานให้พนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พูดง่าย ๆ ก็คือ “ใช้คนให้ถูกงาน” หมั่นแสวงหาโอกาสในการทำงานให้แก่ทีมของคุณได้ลองทำงานใหม่ ๆ ที่จะช่วยพัฒนาทักษะเพิ่มเติมในสิ่งที่พวกเขาไม่เชี่ยวชาญ นอกจากพวกเขาจะสามารถพัฒนาทักษะส่วนบุคคลและทีมได้แล้ว ความสามารถเหล่านั้นยังจะทำให้องค์กรของคุณเติบโตไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย

 

5. ความเชื่อมั่น

ทำให้ได้ตามที่คุณสัญญาไว้ ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและรักษาคำพูดของคุณ ประพฤติปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในทีม ถ้าคุณทำผิดพลาด คุณก็ต้องยอมรับผิดอย่างสง่าผ่าเผย และไม่เอาแต่โทษลูกน้องที่ทำผิดพลาดเพราะการตัดสินใจที่มาจากตัวคุณเอง เมื่อพวกเขาเห็นตัวอย่างที่ดีจากผู้นำ พวกเขาจะเกิดความเชื่อมั่นและไว้ใจ


6. ความรับผิดชอบ

คนทำงานทุกคนล้วนอยากจะเชี่ยวชาญในสิ่งที่พวกเขาทำและอยากจะพึ่งพาตัวเองให้ได้ตลอดรอดฝั่ง แต่ถ้าพวกเขายังไม่เก่งพอ นั่นเป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะต้องคอยชี้แนะให้พวกเขาสามารถแก้ปัญหา และทำงานที่พวกเขาได้รับมอบหมายจนสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย ช่วยเหลือพนักงานของคุณด้วยการสอนงานอย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอ ด้วยการถามพวกเขาว่า พวกเขาลองแก้ปัญหาไปแล้วอย่างไรบ้าง พวกเขามีมุมมองอย่างไรต่อปัญหาดังกล่าว และสอนให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีของพวกเขาเอง เพื่อที่ว่าครั้งต่อ ๆ ไป พวกเขาจะได้ยืนหยัดเผชิญกับปัญหาได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง

 

7. ความเคารพ

พนักงานหลายคนมักจะน้อยเนื้อต่ำใจว่าพวกเขาไม่เคยได้ความเคารพจากนายจ้างเลย ผู้นำที่ดีไม่ควรมีความลับกับคนในทีม เพราะพวกเขาจะรู้สึกด้อยค่า และรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอก จงปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างมืออาชีพและไม่มองว่าพวกเขาด้อยกว่าไม่ว่าจะในเชิงคุณวุฒิหรือวัยวุฒิ เปิดเผยและซื่อตรงให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ เพราะสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำคือการสร้างทีมที่สมาชิกทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ผู้นำที่มีอำนาจเหนือกว่าแต่เพียงผู้เดียว เมื่อคุณให้เกียรติพนักงานหรือคนในทีม พวกเขาก็จะให้เกียรติคุณเช่นเดียวกัน

 

8. ความภาคภูมิใจในงานที่ทำ

ทุกคนต่างอยากทำงานที่ดี ที่สามารถบอกใครต่อใครได้อย่างเต็มปากว่า นี่คือ “งานที่ฉันภูมิใจ” การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน จะทำให้พนักงานมีแรงกระตุ้นในการทำงาน ให้สร้างรูปแบบการทำงานในเชิงบวก เช่น การมีวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นกันเอง หรือสร้างบรรยากาศการทำงานที่สนุกไปพร้อม ๆ กับการทำงานอย่างขยันขยันแข็ง สอนให้พวกเขารู้จักทำงานเป็นทีม ตลอดจนเห็นคุณค่าในงานที่ทำ ในท้ายที่สุดผลของการทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่นั้นจะผลิดอกออกผลให้กับทั้งคุณที่เป็นผู้นำ และคนในทีมของคุณเอง

 

9. การเรียนรู้ในที่ทำงาน

การพัฒนาทักษะการทำงานเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำงานในทุกสาขาอาชีพ องค์กรที่ดีควรให้ความสำคัญกับวิธีการพัฒนาทักษะการทำงาน ด้วยการจัดหาทรัพยากรการเรียนรู้ เช่น สื่อการเรียนรู้อย่างห้องสมุด หรือคลังความรู้แบบออนไลน์ ตลอดจนการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำงานให้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานของคุณก้าวทันโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วให้ทัน   

 

10. การประสบผลสำเร็จ

ใครจะไม่อยากเป็นผู้ชนะ กระตุ้นให้พนักงานของคุณทุ่มเทกับการทำงานและมอบหมายตำแหน่งงานที่เหมาะสมสำหรับพวกเขา เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้ประสบความสำเร็จตามสายงานที่พวกเขาถนัดได้ในอนาคต อย่าลืมเฝ้าระวังและกำจัดอุปสรรคในการทำงานให้กับคนในทีมของคุณ และส่งเสริมอย่างเต็มที่ให้พวกเขาได้พบเจอกับความสำเร็จ อย่าเปลี่ยนแนวทางหรือแผนการไปสู่เป้าหมายบ่อย ๆ โดยไม่พิจารณาให้รอบคอบ ละเลยกับผลการปฏิบัติงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน หรือตั้งเป้าหมายโดยไม่ดูพื้นฐานความเป็นจริง เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือพนักงานของคุณที่ต้องเผชิญกับภาวะความกดดันจากความไม่มั่นคงในแนวทางในการทำงานของผู้นำอย่างคุณ จนก่อให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีกับการทำงานหรือแม้แต่กับตัวคุณ หรืออาจนำไปสู่ความล้มเหลวในเส้นทางอาชีพของพวกเขาได้ในอนาคต

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 


ที่มา:
linkedin.com

tags : งาน, วิธีทำงาน, leadership, career & tips, เคล็ดลับการทำงาน, ทักษะ, หัวหน้า, คนทำงาน, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, เทคนิคสำหรับคนทำงาน, เคล็ดลับความสำเร็จ, ทำงานให้มีความสุข, แนวคิดในการทำงาน, การทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม