โดนหักประกันสังคมทุกเดือนไปทำไม มาเช็กสิทธิประกันสังคมที่เราควรได้กัน (อัปเดตปี 2026)

28/04/26   |   39.9k   |  

 

  • สิทธิประกันสังคมคืออะไร และเหตุผลในการหักเงินสูงสุดถึงเดือนละ 875 บาทในทุกเดือน
  • ประโยชน์ของประกันสังคมที่ครอบคลุมตั้งแต่เริ่มทำงาน เกษียณ จนเสียชีวิต
  • เงื่อนไขระยะเวลาในการจ่ายประกันสังคมก่อนได้รับสิทธินั้น ๆ ว่าต้องจ่ายกี่เดือน

 

JobThai Mobile Application หางานง่าย สมัครงานง่าย ได้งานที่ใช่ โหลดเลย

iOS

Android

Huawei AppGallery

 

คนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ ๆ มีรายได้ที่ไม่มากนักอยู่แล้ว ยังต้องโดน “หักเงินประกันสังคม” ทุกเดือนอีก มักบอกว่า “ไม่อยากให้มี” หรือ “เอาเงินไปทำอย่างอื่นเองคงจะดีกว่า” แต่จริง ๆ แล้วสิทธิประกันสังคมมีข้อดีอีกมากที่หลายคนอาจจะยังไม่ได้ตระหนักถึง หรือยังไม่รู้ เพราะนอกจากเรื่องพื้นฐานอย่างการการขูดหินปูน เบิกค่ารักษาพยาบาลแล้วก็ยังได้สิทธิอีกมากมายที่เราควรรู้ไว้ 

 

JobThai จะมาบอกเรื่องสิทธิของประกันสังคมให้เด็กจบใหม่ และคนที่ยังไม่รู้ว่าประกันสังคมมีสิทธิอะไรบ้าง เพื่อจะไม่ต้องเสียสิทธิของตัวเองไปเปล่า ๆ อย่างเช่น “การเบิกเงินกรณีว่างงานหรือตกงาน” ก็เป็นอีกหนึ่งสิทธิที่คนทำงานต้องรู้ก่อนลาออก นอกจากนี้ยังมีสิทธิมากมายที่ครอบคลุมตั้งแต่เริ่มทำงาน 1 เดือน ไปจนถึงวัยเกษียณที่ไม่อยากให้มองข้าม

 

สิทธิคนทำงานต้องรู้ก่อนลาออก

 

ก่อนอื่น เรามาดูการปรับเพดานค่าจ้างส่งเงินสมทบประกันสังคมแบบใหม่ สำหรับผู้ประกันตน ม.33 ที่ทางสำนักงานประกันสังคมอัปเดตในปี 2569 กัน เพื่อให้สองคล้องกับสิทธิประโยชน์ที่เราจะได้รับมากขึ้นเช่นกัน โดยจะมีการปรับขึ้นแบบขั้นบันไดทั้งหมด 3 ระยะ ดังนี้

 

ระยะที่ 1: ตั้งแต่เดือน มกราคม 2569 - ธันวาคม 2571 ส่งเงินสมทบประกันสังคม 875 บาท ต่อเดือน โดยจะคำนวณจากฐานค่าจ้างตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป

ระยะที่ 2: ตั้งแต่เดือน มกราคม 2572 - ธันวาคม 2574 ส่งเงินสมทบประกันสังคม 1,000 บาท ต่อเดือน โดยจะคำนวณจากฐานค่าจ้างตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป

ระยะที่ 3: ตั้งแต่เดือน มกราคม 2575 เป็นต้นไป ส่งเงินสมทบประกันสังคม 1,150 บาท ต่อเดือน โดยจะคำนวณจากฐานค่าจ้างตั้งแต่ 23,000 บาทขึ้นไป

 

เท่ากับว่า หากเรามีรายได้ต่อเดือนอยู่ท 23,000 บาทขึ้นไป เราจะถูกปรับจำนวนการส่งเงินสมทบประกันสังคมถึง 3 ครั้ง

  • ในปี 2569 - 2571 เราต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเพิ่มจาก 750 บาท/เดือน เป็น 875 บาท/เดือน 

  • ในปี 2572 - 2574 เราต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเพิ่มจาก 875 บาท/เดือน เป็น 1,000 บาท/เดือน 

  • ในปี 2575 เป็นต้นไป เราต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเพิ่มจาก 1,000 บาท/เดือน เป็น 1,150บาท/เดือน 

 

*แต่สำหรับผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาท ยังคงจ่ายเงินสมทบประกันสังคม 5% ของรายได้ (750 บาท) ต่อเดือนเหมือนเดิม 

 

1. จ่ายประกันสังคม 1 เดือนขึ้นไป: ค่าทำศพ

(จ่ายภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนเดือนถึงแก่ความตาย)

การเสียชีวิตอาจจะเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้นึกถึง แต่ก็ควรรู้สิทธินี้ไว้เพราะอาจเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวของเราก็ได้ สิทธิในข้อนี้คือเมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต ผู้จัดการศพจะสามารถเบิกค่าทำศพจากกองทุนประกันสังคมได้ โดยจะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท หากผู้เสียชีวิตมีประกันสังคมอยู่ผู้จัดการศพก็ควรรู้ไว้จะได้ไม่เสียสิทธิในการเบิกค่าทำศพ เพราะค่าใช้จ่ายในการทำศพแต่ละครั้งไม่น้อยเลยถ้าเบิกได้ก็คงจะดีกว่า ซึ่งในกรณีนี้ผู้มีสิทธิรับต้องมีชื่อระบุอยู่ในหนังสือเท่านั้น หากไม่มีหนังสือระบุจะเฉลี่ยให้คนในครอบครัวแทน

 

นอกจากนี้จะได้เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต ซึ่งจะจ่ายตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบ

  • 3-10 ปี จะได้เงินชดเชย 50% ของเงินเดือนเป็นเวลา 4 เดือน สูงสุด 35,000 บาท (17,500 x 50% x 4)

  • 10 ปีขึ้นไป จะได้เงินชดเชย 50% ของเงินเดือนเป็นเวลา 12 เดือน สูงสุด 105,000 บาท (17,500 x 50% x 12)

 

2. จ่ายประกันสังคม 3 เดือนขึ้นไป: เบิกค่ารักษาพยาบาล

(จ่ายภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่รับบริการทางการแพทย์)

หลาย ๆ คนคงรู้กันอยู่แล้วว่าเราสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่สถานพยาบาลที่เราเคยเลือกไว้แต่แรก หรือในกรณีต้องหยุดงานพักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์ ก็จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง (สูงสุด 8,750 บาท ต่อเดือน) และไม่เกิน 180 วันต่อปี เว้นแต่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังไม่เกิน 365 วันต่อปี

 

แต่นอกจากสถานพยาบาลที่เราเลือก ก็ยังมีสถานพยาบาลอื่นที่สามารถใช้สิทธิได้อยู่เช่นกันหากเกิดกรณีฉุกเฉินและจำเป็นต้องไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน จากนั้นสามารถเบิกคืนจากสำนักงานประกันสังคมได้ตามจำนวนเงินที่กำหนดไว้ 

 

ส่วนไฮไลท์ของสิทธินี้ก็คงเป็นสิทธิที่เราได้ยินกันมาบ่อย ๆ คือการทำฟันนั่นเอง ซึ่งครอบคลุมบริการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และการผ่าฟันคุดทุกกรณี เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 900 บาทต่อปีปฏิทิน รวมถึงเพิ่มสิทธิอย่างการเกลารากฟัน แต่งกระดูกเพื่อเตรียมช่องปากก่อนใส่ฟันเทียม โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งตามมาตรฐานและความจำเป็นทางการแพทย์ ผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ยกเว้นกรณีเข้าคลินิกพิเศษ 

 

3. จ่ายประกันสังคม 3 เดือนขึ้นไป: ทุพพลภาพ (โดยไม่ได้เกิดจากการทำงาน)

(จ่ายภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนก่อนทุพพลภาพ)

ทุพพลภาพคือ การสูญเสียอวัยวะ, สมรรถภาพของอวัยวะ หรือเสียภาวะปกติของจิตใจ จนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบอาชีพตามปกติได้ ทุพพลภาพเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี เช่น เป็นโรคเบาหวานจนทำให้ตาบอดส่งผลให้ไม่สามารถประกอบอาชีพที่ต้องใช้ดวงตาได้ เกิดอุบัติเหตุจนทำให้พิการ หรือเกิดเรื่องร้ายแรงจนสูญเสียภาวะปกติของจิตใจ ทั้งนี้ต้องได้รับการรับรองจากแพทย์ด้วย

  • หากไม่รุนแรง จะได้รับเงินทดแทนตามหลักเกณฑ์ในอัตรา 30% ของค่าจ้างเป็นระยะเวลา 15 ปี (180 เดือน)

  • กรณีทุพพลภาพรุนแรง ได้รับเงินทดแทนในอัตรา 50% ของค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดชีวิต สูงสุด 8,750 บาท ต่อเดือน 

 

ใครว่าบุคคลทุพพลภาพจะไม่มีงาน มาหางานสำหรับบุคคลทุพพลภาพได้ที่นี่

 

4. จ่ายประกันสังคม 5 เดือนขึ้นไป: คลอดบุตร / ลาคลอด

(จ่ายภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร)

คุณแม่หรือคุณพ่อสามารถใช้สิทธิเบิกค่าคลอดบุตรได้ 15,000 บาท ต่อการคลอด 1 ครั้ง แต่ไม่สามารถใช้สิทธิพร้อมกัน 2 คนได้ คุณแม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายค่าตรวจฝากครรภ์เท่าที่จ่ายจริง จำนวน 5 ครั้ง (ไม่เกิน 1,500 บาท) นอกจากนี้คุณแม่จะได้รับเงินจากการลาคลอด โดยเหมาจ่ายในอัตรา 50% ของเงินเดือน (สูงสุด 8,750 บาท ต่อเดือน) เป็นระยะเวลา 90 วัน (ใช้สิทธิได้เฉพาะบุตรคนที่ 1 และ 2 เท่านั้น)

 

5. จ่ายประกันสังคม 6 เดือนขึ้นไป: ว่างงาน / ตกงาน

(จ่ายภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงานกับนายจ้างรายสุดท้าย หรือกรณีผู้ประกันตนว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย)

หัวข้อนี้มีหลาย ๆ คนเสียสิทธิของตัวเอง โดยไม่รู้ว่าเราสามารถเบิกค่าชดเชยขณะที่ว่างงานได้ ซึ่งสามารถขึ้นทะเบียนคนว่างงานและจะได้รับเงินทดแทนระหว่างว่างงานตามกรณีต่าง ๆ ดังนี้

  • กรณีหมดสัญญาจ้างหรือลาออก จะได้รับเงินชดเชย 30% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน 

สูงสุดไม่เกินเดือนละ 5,250 บาท (คิดจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 x 30%)

  • ถูกเลิกจ้าง (โดยไม่ใช่ความผิดในกรณีทุจริตต่อหน้าที่หรือทำผิดกฎหมายร้ายแรง) จะได้รับเงินชดเชยขณะที่ว่างงาน 60% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180 วัน 

สูงสุดไม่เกินเดือนละ 10,500 บาท (คิดจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 x 60%)

  • ลาออกด้วยเหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ จะได้รับเงินชดเชย 50% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180วัน 

สูงสุดไม่เกินเดือนละ 8,750 บาท (คิดจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 x 50%)

  • ลาออกด้วยเหตุสุดวิสัยจากโรคระบาด จะได้รับเงินชดเชย 50% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน 

สูงสุดไม่เกินเดือนละ 8,750 บาท (คิดจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 x 50%)

 

*ผู้ประกันตนต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานและรายงานตัวอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ทางเว็บไซต์ https://e-service.doe.go.th

 

6. จ่ายประกันสังคม 12 เดือนขึ้นไป: เงินสงเคราะห์บุตร (ไม่เกิน 3 คน)

(จ่ายภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน)

ผู้มีสิทธินี้ต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ต้องไม่ใช่บุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 1,000 บาท ต่อบุตร 1 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ (1,000 บาท x 72 เดือน เป็นเงิน 72,000 บาท) ถ้าเกิดเรามีบุตรแล้วลืมสิทธิข้อนี้ เราอาจทิ้งเงินจำนวนกว่า 7 หมื่น ไปฟรี ๆ โดยไม่รู้ตัว 

 

*กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต จ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้กับผู้อุปการะบุตร สามีหรือภรรยา ของผู้ประกันตนและเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตร

 

7. เกษียณ

จ่ายประกันสังคมน้อยกว่า 180 เดือน: บำเหน็จ (เงินก้อนครั้งเดียว)

จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบ พร้อมทั้งผลประโยชน์ตอบแทนตามระยะเวลาที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด (ผลประโยชน์ตอบแทนแต่ละปีจะไม่เท่ากัน)

 

จ่ายประกันสังคม 180 เดือน (15 ปี) ขึ้นไป: บำนาญ (จ่ายรายเดือนตลอดชีวิต)

  • จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือน ในอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (5ปี) ก่อนจะเกษียณ ไปตลอดชีวิต 

  • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน จะปรับเพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพ จากอัตราร้อยละ 20 เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน (หากจ่ายเงินสมทบ 181 เดือน ก็จะถูกปรับเงินบำนาญที่จะได้ เป็น 20% ของเงินเดือน x 1.5)

 

*หากผู้รับเงิน เสียชีวิตภายใน 5 ปี หลังเกษียณจะได้เงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่า ของเงินบำนาญรายเดือนที่ได้รับเดือนสุดท้าย

 

นอกจากประกันสังคม บางบริษัทก็ยังมีสวัสดิการอื่น ๆ น่าสนใจอีกมากมาย

อยากได้สวัสดิการแบบไหนกรอกตรง ‘คำที่ต้องการค้นหา’ ในหน้าหางานได้เลย

 

เราจะสังเกตได้ว่ายิ่งเราทำงานและสะสมกองทุนประกันสังคมนานเท่าไหร่ สิทธิประโยชน์ของเราก็จะยิ่งมีมากขึ้น และถึงจะเกษียณก็ยังได้รับเงินไว้ใช้อีกด้วย 7 หัวข้อนี้ก็คือสิทธิที่เราได้จากการจ่ายเงินเพียงเดือนละ 750 บาท เพื่อแลกกับประโยชน์มากมายที่เราจะได้รับ ทั้งนี้ แต่ละสิทธิก็จะมีเงื่อนไขที่เยอะกว่านี้ หากเราต้องการยื่นเรื่องใช้สิทธิต่าง ๆ เช่นในกรณีว่างงานหรือตกงาน เราต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม โดยสามารถอ่านรายละเอียดเอกสาร หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ได้ที่ sso.go.th

ถ้ายังไม่เป็นสมาชิกกับ JobThai มาสมัครสมาชิกกับเราก่อนสิ ฝากประวัติฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

 

 

บทความเดิมได้ถูกเผยแพร่ในวันที่ 27 สิงหาคม 2019
และได้รับการอัปเดตโดยทีมงาน JobThai วันที่ 28 เมษายน 2026

 

ที่มา:

flowaccount.com

sso.go.th

tags : งาน, หางาน, สมัครงาน, jobthai, ประกัน, ประกันสังคม, sso, สิทธิคนทำงาน, สิทธิของคนทำงาน, career & tips, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, การทำงาน, เช็คสิทธิประกันสังคม, รายงานตัวว่างงาน, ลงทะเบียนว่างงาน, ว่างงาน, จบใหม่ต้องรู้



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม