การทำ OT (Over Time) เป็นได้ทั้งฝันดีและฝันร้ายของคนทำงาน เพราะบางองค์กรก็ให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับเวลาที่ต้องเสียไป ในขณะที่บางองค์กรมีแต่ต้องใช้เวลาแต่กลับไม่มีค่าตอบแทนให้เลย ซึ่งคนทำงานหลายคนทำ OT มาตลอดโดยไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองได้รับค่าตอบแทนถูกหรือเปล่า บางคนถูกบอกให้ทำโดยไม่มีค่าตอบแทน บางคนได้รับน้อยกว่าที่ควรจะได้ และหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสิทธิ์ปฏิเสธการทำ OT
กฎหมายแรงงานไทยระบุชัดเจนว่า นายจ้างไม่มีสิทธิ์บังคับให้ลูกจ้างทำ OT โดยไม่ได้รับความยินยอม และลูกจ้างไม่สามารถอยู่ทำ OT ได้เองโดยที่นายจ้างไม่รับรู้เช่นกัน
ยกเว้นในกรณีดังนี้
งานที่หยุดกลางคันแล้วจะเกิดความเสียหาย
งานฉุกเฉินที่ต้องการความเร่งด่วน
งานที่มีลักษณะต่อเนื่องตามที่กฎกระทรวงกำหนด
แม้กฎหมายจะบอกว่าต้องได้รับความยินยอม แต่ในทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย ความยินยอมนั้นควรทำเป็นหนังสือหรือลายลักษณ์อักษรจากทั้งสองฝ่าย อย่างการเซ็นชื่อรับทราบหรือกดยืนยันในระบบเป็นครั้ง ๆ ไป และไม่สามารถบังคับเหมารวมในสัญญาจ้างตอนเริ่มงานว่าลูกจ้างต้องทำ OT ทุกครั้งที่สั่งได้ ในทางกลับกันลูกจ้างก็ไม่สามารถอยู่ทำเองโดยนายจ้างไม่ได้สั่งหรือรับรองได้ เพราะในทางกฎหมายอาจเรียกร้องค่า OT ได้ยากขึ้น
สิทธิ์ที่ 2: ได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่กฎหมายกำหนด
อัตราค่า OT ไม่ใช่ตัวเลขที่นายจ้างจะสามารถกำหนดเองตามใจชอบ แต่มีเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายคุ้มครองไว้ชัดเจน ซึ่งแบ่งเป็นประเภทดังนี้
กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาภายในกำหนดเดียวกับการจ่ายค่าจ้างปกติ การยื้อเวลาหรือผัดผ่อนการจ่ายค่า OT ออกไปโดยไม่มีเหตุผล ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
A: ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและสัญญาจ้าง ตำแหน่งที่มีอำนาจในการบริหารและได้รับค่าตอบแทนสูงบางประเภทอาจไม่อยู่ในเกณฑ์ได้รับค่า OT ควรตรวจสอบสัญญาจ้างให้ชัดเจน
Q: ถ้าสัญญาจ้างระบุว่าไม่มีค่า OT จะทำยังไง?
A: ข้อสัญญาที่ขัดกับกฎหมายแรงงานถือเป็นโมฆะ พนักงานยังคงมีสิทธิ์ได้รับค่า OT ตามที่กฎหมายกำหนดอยู่