สูตรลับเขียน Resume สำหรับผู้บริหารให้น่าอ่าน เข้าตาองค์กร

23/02/26   |   656   |  

 

 

JobThai Mobile Application หางานตรงใจได้ผ่านมือถือ โหลดเลย!

iOS

Android

Huawei AppGallery

 

เมื่อมาถึงจุดที่อยากสมัครงานตำแหน่งที่อยู่ในระดับที่เกี่ยวกับการบริหาร คิดว่า Resume สำหรับผู้บริหารควรมีหน้าตาประมาณไหน มีอะไรบ้างที่เราควรเน้นเพื่อเพิ่มความโดดเด่น และมีอะไรบ้างที่ไม่จำเป็นต้องเน้นอีกต่อไป วันนี้ JobThai จะมาแชร์เทคนิคที่จะช่วยให้เรซูเม่เข้าตาองค์กรสำหรับคนที่กำลังหางานสายบริหารโดยเฉพาะ

 

เราจะรู้ได้ไงว่าเราต้องทำ Resume หรือ CV

ก่อนอื่นเราต้องรู้ความแตกต่างระหว่าง Resume กับ CV เพราะเอกสารทั้ง 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันดังนี้

  • Resume เป็นเหมือนเอกสารสรุปไฮไลต์ในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานโดยเขียนออกมาอย่างกระชับ ให้อยู่ในประมาณ 1-2 หน้ากระดาษ
  • CV เป็นเอกสารที่เล่าประวัติชีวิตในด้านการศึกษา การทำงาน และประสบการณ์ทางสายอาชีพแบบลงลึก อาจยาวตั้งแต่ 2-10 หน้ากระดาษ หรือมากกว่านั้นก็ได้

ซึ่งเราจะทำออกมาในรูปแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับสายงานและลักษณะธุรกิจหรืออุตสาหกรรม รวมถึงแล้วแต่ว่าประกาศงานขอเอกสารแบบไหน ซึ่งถ้าใครมั่นใจแล้วว่างานที่เราจะสมัครต้องใช้ Resume แน่ ๆ ก็ลองไปดูเทคนิคการเขียน Resume สำหรับผู้บริหารกันได้เลย!

 

Resume กับ CV ต่างกันยังไง? ใช้อะไรในการสมัครงาน?

 

รวมเทคนิคเขียน Resume สำหรับผู้บริหาร

Resume สำหรับผู้บริหาร

 

กำหนดทิศทางที่ชัดเจนให้ Resume ด้วยการเน้นตำแหน่งที่สมัคร

เมื่อรู้แล้วว่าจะสมัครงานในตำแหน่งอะไร โจทย์ก็คือ “เราจะเขียนเรซูเม่ยังไงเพื่อให้องค์กรมองเห็นว่าเหมาะกับตำแหน่งงานนั้นจริง ๆ” นี่คือเคล็ดลับที่ช่วยเก็บความละเอียด คุมทิศทางของเนื้อหาและการนำเสนอเรซูเม่ของเราให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่จะสมัคร

  • เวลาเขียน Resume สำหรับผู้บริหาร เราอาจใส่ชื่อตำแหน่งที่ต้องการสมัครไว้ตรงส่วนบนของเรซูเม่ เช่น Business Development Manager, Marketing Manager, Logistics Manager เพื่อให้สะดุดตา HR ตั้งแต่แรก
  • การตัดสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องออกช่วยให้เรซูเม่กระชับ อ่านง่าย เพราะฉะนั้นถึงจะเคยทำงานมาหลายตำแหน่ง หรือหลายสายงานในช่วงที่ทำงานแรก ๆ แต่ถ้าประสบการณ์เหล่านั้นไม่เกี่ยวกับตำแหน่งที่เราสนใจก็ไม่จำเป็นต้องใส่ลงไปในเรซูเม่
  • การกำหนดทิศทางให้ชัดเจนตั้งแต่แรกจะช่วยให้ผู้อ่านเรซูเม่ได้เห็นเส้นทางอาชีพของเราอย่างแท้จริงว่าเราเดินมาในสายนี้โดยเฉพาะ หรือมีทักษะความสามารถที่เหมาะกับตำแหน่งนี้โดยตรง ซึ่งช่วยให้นายจ้างเชื่อมโยงเรากับตำแหน่งได้ทันที

 

จั่วหัวด้วย Resume Summary ที่เน้นผลงาน

การเขียน Resume สำหรับผู้บริหาร ควรให้ความสำคัญกับ Resume Summary เพราะมันจะช่วยให้นายจ้าง หรือ HR เห็นภาพรวมและจุดเด่นของเราได้อย่างรวดเร็ว โดยยังไม่ต้องอ่านทั้งเรซูเม่

  • Resume Summary หรือบางคนอาจเรียกว่า Professional Summary เป็นการเขียนสรุปจดเด่นที่สำคัญและโดดเด่นของเราออกมาในความยาวประมาณ 3-4 บรรทัดเอาไว้ตรงส่วนบนของเรซูเม่ จึงควรมีลักษณะกระชับ อ่านง่าย
  • ควรนำเสนอทักษะด้านการบริหารทีมหรือบริหารงาน เพื่อให้ HR เห็นว่าเราสามารถดูแลจัดการงานและคนได้อย่างราบรื่น โดยอาจพูดถึงทักษะการบริหารงบประมาณ ทักษะการจัดสรรคนและทรัพยากร เป็นต้น
  • นำเสนอความสามารถในการวางกลยุทธ์และการนำไปปฏิบัติจริง โดยอาจยกตัวอย่างโปรเจกต์ที่เคยทำ รวมถึงควรกล่าวถึงความสำเร็จที่จับต้องได้ด้วย
  • คนเป็นผู้บริหารอาจกล่าวถึงวิสัยทัศน์ ทัศนคติ หรือสไตล์การทำงานลงไปแบบคร่าว ๆ เพื่อให้พอเห็นภาพว่าเราจะเป็นผู้บริหารที่มีคาแรกเตอร์แบบไหน หรือมีมุมมองในการทำงานยังไง
  • นอกจากนี้เราอาจยกประสบการณ์บางอย่างมานำเสนอได้ เช่น เราเคยทำงานตำแหน่งที่เกี่ยวข้องมานานกี่ปี เราเคยดูแลลูกทีมกี่คน

 

Career Objective สำหรับผู้บริหาร (กรณีประสบการณ์ยังน้อย)

สำหรับคนที่เพิ่งเคยเขียน Resume สำหรับผู้บริหารเป็นครั้งแรก เพราะยังไม่เคยทำงานสายบริหารมาก่อน หรืออาจยังมีประสบการณ์ด้านการบริหารน้อย แทนที่เราจะเขียน Resume Summary เราอาจเปลี่ยนไปเขียน Career Objective แทน

  • Career Objective หรือ เป้าหมายอาชีพ เป็นส่วนที่เขียนเพื่ออธิบายเป้าหมายอาชีพ ช่วยให้ผู้อ่านเรซูเม่เข้าใจทิศทางอาชีพที่เราต้องการจะไปและเห็นศักยภาพเบื้องต้นของเรา โดยเขียนให้อยู่ในความยาวประมาณ 3-4 บรรทัด
  • เขียนสรุปให้พอเห็นภาพว่าเรากำลังมองหางานตำแหน่งอะไร ในองค์กรลักษณะแบบไหน
  • นำเสนอจุดแข็งในตัวเรา โดยใครที่กำลังเขียน Resume สำหรับผู้บริหาร อยู่ก็อาจเขียนเกี่ยวกับทักษะความเป็นผู้นำ ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล ความคิดสร้างสรรค์ หรือเชี่ยวชาญอื่น ๆ ของเราที่จะสามารถมอบให้กับบริษัทได้

 

เทคนิคการเขียน Resume แบบเจาะลึก: สรุปประวัติการทำงานและเป้าหมายอาชีพ

(Resume Summary and Career Objective)

 

เลือกเขียนทักษะที่เหมาะกับตำแหน่งงาน

Resume สำหรับผู้บริหาร

หลังจากที่ได้เขียนในส่วนแรกไปแล้ว เราจะมาเริ่มเข้าสู่พาร์ทเนื้อหาส่วนอื่น ๆ ของ Resume สำหรับผู้บริหารกัน โดยเริ่มต้นจากพาร์ททักษะการทำงาน ซึ่งเราควรเน้นเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร

 

สำหรับระดับ Top Management คือคนที่มีส่วนในการกำหนดกลยุทธ์และคอยดูแลจากข้างบน อย่างเช่นตำแหน่ง VP ไปจนถึง C-Level ดังนั้นจึงควรเขียนทักษะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการวางกลยุทธ์ การบริหารองค์กร หรือการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อยู่ในภาพใหญ่  เช่น Long-term Strategic Planning, Revenue Growth Strategy, KPI & Performance Management, Crisis Management

 

สำหรับระดับ Middle Management คือคนที่ต้องนำเอาแผนกลยุทธ์จากผู้บริหารระดับสูงมาทำให้เป็นจริงให้ได้ โดยอาจจะต้องแจกจ่ายให้ลูกทีมทำต่อไป ทักษะที่เราควรเขียนก็คือทักษะที่จะแสดงว่าเราสามารถทำได้จริง ๆ เช่น Agile, Project Management, Data Analysis, Stakeholder Management, Cross-functional Collaboration, Strategic Planning, Presentation Skills

 

นอกจากนี้ยังมีเทคนิคอื่น ๆ อีกที่เราต้องคำนึงถึงเวลาที่เขียนทักษะลงใน Resume สำหรับผู้บริหาร เช่น

  • สามารถเน้นทักษะที่มีความเฉพาะทาง หรือทักษะที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญขั้นสูง ที่ทำให้เราเข้าใจเนื้องานของลูกทีมได้อย่างรอบด้านเมื่อมองจากด้านบนลงมา
  • ถ้าไม่เคยทำงานด้านบริหารมาก่อน ให้ลองนึกถึง Transferable Skills หรือทักษะที่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้กับงานต่าง ๆ ว่าเรามีทักษะอะไรที่จำเป็นสำหรับการเป็นหัวหน้าคนบ้าง หรือบางทีหากลองนึกดี ๆ เราอาจจะเคยทำงานที่ได้ใช้ทักษะที่เกี่ยวกับการบริหารทีมหรือบริหารงานแล้วก็ได้ เช่น เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการทำโปรเจกต์อะไรบางอย่างที่สำคัญ
  • ไม่จำเป็นต้องใส่ทักษะระดับ Entry-level ที่ใคร ๆ ก็มีเป็นพื้นฐาน เช่น Microsoft Word โดยตอนที่เขียนให้ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจได้เลย

เขียนพาร์ทประสบการณ์ให้จับต้องได้

สำหรับคนที่ทำงานมานาน เราสามารถใช้พาร์ทนี้พรีเซนต์ตัวเองได้เต็มที่ โดยจะมีลักษณะการเขียนดังนี้

  • เลือกเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เป็นไฮไลต์ของอาชีพและต้องเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร
  • เขียนว่าเคยทำอะไรมาบ้างมันไม่พอ เราควรต้องเล่าด้วยว่า “ทำแล้วเกิดผลลัพธ์อะไร” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และให้ประสบการณ์เสริมความโดดเด่นในตัวเรา
  • เขียนอธิบายสิ่งที่เราสร้างให้กับองค์กรหรือทีม เช่น เราช่วยเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน ไปได้มากน้อยแค่ไหน
  • หากแต่ละตำแหน่งงานที่เคยทำมีโปรเจกต์ที่สำคัญและน่าสนใจมาก ๆ สามารถดึงแยกออกมามาเขียนเป็น Accomplishment หรือความสำเร็จที่สำคัญ แล้วอธิบายรายละเอียดของโปรเจกต์ วิธีการทำงาน และผลลัพธ์
  • สามารถเขียนประสบการณ์ของแต่ละตำแหน่งในลักษณะ Bullet เพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน

 

เทคนิคเขียนเรซูเม่ให้เข้าตา (ฉบับคนทำงานวัยเก๋า)

 

พรีเซนต์พาร์ทการศึกษาให้ถูกทาง

การทำงานมานานเป็นเหมือนดาบ 2 คม คมด้านนึงคือเรามีประสบการณ์มากมายจากการทำงาน แต่ถ้าเรานำเสนอตัวเองในเรซูเม่ไม่ดี ก็อาจเจอกับคมอีกด้าน คือเราอาจถูกตัดสินไปก่อนว่าความรู้และทักษะพื้นฐานของเราอาจไม่อัปเดตหรือหมดอายุ ดังนั้นเวลาที่เขียนพาร์ทการศึกษาใน Resume สำหรับผู้บริหาร แนะนำให้เขียนแค่วุฒิที่จบมาและชื่อสถานศึกษาก็พอ ไม่จำเป็นต้องบอกวันเดือนปีที่เรียนจบเพื่อลดอคติด้านอายุ และถ้าใครมีวุฒิการศึกษาหลายวุฒิ แนะนำให้เน้นไปที่วุฒิการศึกษาที่ใหม่ที่สุดและเกี่ยวข้องกับงานที่สมัครที่สุด

 

เลือก Keywords สำคัญจากประกาศงานมาเขียน

เดี๋ยวนี้กว่าเรซูเม่ของเราจะไปถึงสายตา HR ก็อาจมีหลายบริษัทใช้เทคโนโลยีคัดกรองเรซูเม่อย่าง ระบบ ATS (Applicant Tracking System) ก่อน โดยระบบจะคัดกรองด้วยการตรวจจับเนื้อหาในเรซูเม่ของเราว่ามี Keywords ที่ตรงกับที่ HR ตามหาอยู่รึเปล่า เพื่อให้ HR เจอแคนดิเดตที่ดูตรงกับที่ตามหามากที่สุด ดังนั้นเวลาเขียนเรซูเม่ เราจึงควรเขียนให้สอดคล้องกับประเภทธุรกิจและตำแหน่งงานที่สมัคร โดยเลือกใช้คำ Keywords บางอย่างที่ตรงกับในประกาศงานเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจจับ เช่น “KPI & Performance Management” หรือ “Strategic Planning”

 

เขียนเรซูเม่ยังไงให้ Friendly กับระบบ ATS ในยุคที่เทคโนโลยีถูกใช้เพื่อคัดกรองเรซูเม่

 

สรุป

การเขียน Resume สำหรับผู้บริหารควรเริ่มต้นจากการกำหนดทิศทางให้ชัดเจนว่าเราจะสมัครตำแหน่งไหน เพื่อให้ทุกส่วนของเรซูเม่ไปในทางเดียวกัน เขียนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เราอาจใช้ Resume Summary เพื่อสรุปภาพรวมของเรซูเม่ หรือถ้าใครยังไม่เคยเป็นผู้บริหารหรือหัวหน้ามาก่อนก็สามารถใช้ Career Objective แทนได้ พร้อมเสริมความโดดเด่นด้วยประสบการณ์การทำงานและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เช่น ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่เราดูแล รวมถึงใช้ Keyword ที่ให้ตรงประกาศงานเพื่อเพิ่มโอกาสถูกตรวจจับโดยระบบ ATS ให้มากขึ้น ส่วนพาร์ทการศึกษาแนะนำให้เขียนเฉพาะวุฒิการศึกษาและสถาบันที่จบมาแต่ไม่ต้องใส่เลขปีเพื่อลดอคติเรื่องอายุ

 

ที่มา:

resumegenius.com

indeed.com

themuse.com

mycvcreator.com

tags : resume สำหรับผู้บริหาร, วิธีเขียนเรซูเม่ให้น่าสนใจ, เรซูเม่, คนหางาน, สมัครงาน, เคล็ดลับคนหางาน, เรซูเม่สำหรับผู้บริหาร, middle management, top management, manager, career & tips, ผู้บริหาร



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม