สิ่งที่ไม่ควรทำในการเขียนเรซูเม่

สิ่งที่ไม่ควรทำในการเขียนเรซูเม่
05/04/17   |   22.1k   |  

“เราก็ทำตามคำแนะนำในการเขียนเรซูเม่ทุกอย่างแล้วนี่ ทำไมยังไม่มีใครเรียกไปสัมภาษณ์สักที” จักกฤษณ์เอ่ยพึมพำออกมาหลังจากที่นั่งจ้องเรซูเม่ของตัวเองอยู่สักพัก

 

เขามั่นใจว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ควรทำในการเขียนเรซูเม่อย่างครบถ้วนแล้วแน่ ๆ แต่หลังจากที่ส่งใบสมัครไปสมัครงานมาแล้วเกือบสิบบริษัท ก็ยังไม่มีที่ไหนติดต่อมาเรียกเขาไปสัมภาษณ์สักที

 

เพื่อให้เรซูเม่ที่จักกฤษณ์เขียนสมบูรณ์ และน่าสนใจมากขึ้น คราวนี้ JobThai จึงได้มีรวบรวม สิ่งที่ไม่ควรทำในการเขียนเรซูเม่มาเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับจักกฤษณ์ในการถูกเรียกไปสัมภาษณ์มากยิ่งขึ้น

 

 

  • ข้อมูลสำคัญอย่างเช่น ทักษะ หรือประสบการณ์ ควรจะอยู่ในส่วนแรก ๆ ของเรซูเม่
  • อย่าใช้รูปแบบตัวอักษรที่อ่านยาก และเลือกใช้รูปแบบเรซูเม่ให้เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่สมัคร
  • ตรวจสอบว่าข้อมูลต่าง  ๆ ครบถ้วนแล้วหรือยัง รวมถึงความถูกต้องของการสะกดคำ หรือไวยากรณ์ต่าง  ๆ ด้วย
  • หลีกเลี่ยงการใช้อีเมลที่ใช้ทำงานหรืออีเมลที่สมัคร Social Media ในการสมัครงาน และอีเมลที่ใช้ควรเป็นอีเมลที่สุภาพ
  • ไฟล์เรซูเม่ควรเป็นไฟล์เอกสารพื้นฐานเช่น Microsoft Office Word หรือ PDF และสามารถเปิดอ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องไปดาวน์โหลดไฟล์จากที่อื่นอีกครั้ง
     

 

1. เอาข้อมูลสำคัญไว้ท้ายเรซูเม่

เนื่องจากคนที่มีหน้าที่คัดกรองเรซูเม่ จะใช้เวลากับเรซูเม่ของแต่ละคนไม่นาน เราจึงควรพิจารณาให้ดีว่าควรนำเรื่องไหนขึ้นมาเขียนไว้ในส่วนแรก ๆ ซึ่งควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนอ่านรับรู้ว่า เราเป็นใคร และเหมาะกับงานในตำแหน่งนั้น ๆ อย่างไร เช่น จุดมุ่งหมายในการทำงาน ประวัติการทำงาน ทักษะและความสามารถในการทำงาน หรือประวัติการศึกษา ในกรณีที่เป็นนักศึกษาจบใหม่ และยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน หากเราดึงดูดความสนใจของฝ่ายบุคคลได้มากและเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่เขาจะเรียกเราไปสัมภาษณ์ก็จะยิ่งมีมากขึ้น 

 

2. ใช้รูปแบบเรซูเม่ และแบบอักษรที่อ่านยาก

ปัจจุบันมีแบบฟอร์มเรซูเม่ให้เลือกใช้หรือดูเพื่อนำมาเป็นตัวอย่างมากมาย แต่ไม่ใช่ว่าทุกรูปแบบจะเหมาะกับการนำมาใช้สมัครงานในทุกตำแหน่ง การเลือกใช้รูปแบบที่ดูมีความคิดสร้างสรรค์ หรือแสดงถึงตัวตนของตัวเองบ้าง อาจทำได้ หากสมัครงานในสายออกแบบ แต่หากเป็นสายงานอื่น ๆ การใช้รูปแบบเรซูเม่ที่สุภาพ เรียบง่าย เป็นสิ่งที่เหมาะสมกว่า รวมถึงการใช้รูปแบบและขนาดของตัวอักษร ก็ควรจะอ่านง่าย สบายตา ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป และเป็นแบบอักษรพื้นฐานที่เรามั่นใจว่าจะอ่านได้ในระบบคอมพิวเตอร์ทุกประเภท

 

3. ไม่ตรวจสอบความถูกต้อง

เมื่อเขียนเรซูเม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ การตรวจสอบความถูกต้อง อ่านทบทวนให้แน่ใจว่ารายละเอียดต่าง ๆ ถูกต้องครบถ้วน และข้อมูลติดต่อเป็นข้อมูลปัจจุบัน รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดคำ และไวยากรณ์ต่าง ๆ ด้วย ความผิดพลาดแม้เพียงจุดเล็ก ๆ ก็อาจส่งผลต่อโอกาสการได้งานของเราได้ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเราไม่มีความละเอียดรอบคอบ

 

4. ใช้ Email ไม่เหมาะสม

ชื่ออีเมลที่เราใช้สำหรับการสมัครงาน ควรเป็นอีเมลที่สุภาพ เป็นทางการ เช่น อีเมลที่เป็นชื่อ หรือนามสกุลของตัวเอง อย่าใช้ชื่ออีเมลที่ดูเด็ก มีคำไม่เหมาะสม หรือมีความหมายไม่ดีเด็ดขาด เพราะจะทำให้เราดูไม่เป็นมืออาชีพ รวมถึงควรแยกอีเมลที่ใช้ในการสมัครงาน อีเมลสำหรับงาน อีเมลสำหรับเรื่องส่วนตัว และอีเมลที่ใช้สมัคร Social Media ออกจากกันให้ชัดเจน

 

5. ไฟล์เรซูเม่ยากต่อการเปิดอ่าน

หลายครั้งที่เราเสียโอกาสที่จะได้งานเพราะฝ่ายบุคคลเปิดอ่านเรซูเม่ไม่ได้ เรซูเม่จึงควรเป็นไฟล์เอกสาร เช่น Microsoft Word หรือ PDF เพราะเป็นไฟล์พื้นฐาน เปิดอ่านและจัดเก็บได้ง่าย นอกจากนั้นหลายบริษัทได้ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มาเป็นตัวช่วยในการคัดกรองเรซูเม่ด้วย โดยที่เครื่องมือที่ใช้คัดกรองนั้น จะตรวจหาคีย์เวิร์ดบนเรซูเม่ ตามที่ถูกระบุไว้ในโปรแกรม ซึ่งจะจับคีย์เวิร์ดเหล่านั้นบนไฟล์รูปภาพไม่ได้ และเรซูเม่ที่ส่งไป ต้องเปิดอ่านได้เลย อย่าให้ฝ่ายบุคคลต้องไปดาวน์โหลดจากเว็บรับฝากไฟล์ต่าง ๆ เพราะจะทำให้เขารู้สึกว่ามันยุ่งยากหรือเสียเวลา และเมื่อเขารู้สึกอย่างนั้น เขาก็อาจจะข้ามเรซูเม่ของเราไป

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา:

insights.wired.com
usatoday.com
akkencloud.com

tags : งาน, หางาน, สมัครงาน, ประวัติส่วนตัว, jobthai, resume, เรซูเม่, freshgrad, career & tips, เทคนิคสำหรับเด็กจบใหม่, เคล็ดลับสำหรับเด็กจบใหม่, คนทำงาน, การเขียนเรซูเม่, เรซูเม่สมัครงาน, นักศึกษาจบใหม่



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม