พัฒนาศักยภาพในการทำงานได้ง่าย ๆ ด้วย 5 ขั้นตอนปรับ Mindset

พัฒนาศักยภาพในการทำงานได้ง่าย ๆ ด้วย 5 ขั้นตอนปรับ Mindset
30/03/17   |   22.8k   |  

“จะทำได้จริง ๆ เหรอ ถ้าพลาดขึ้นมาจะเสียหายกันไปหมดนะ” เสียงในหัวของพริ้มพราวดังขึ้นมาหลังจากที่หัวหน้าเรียกเธอไปคุยเรื่องโครงการใหม่โครงการหนึ่ง แล้วถามว่าเธอจะสามารถเป็นคนดูแลโครงการนี้ได้หรือไม่

 

พริ้มพราวดีใจที่หัวหน้าไว้วางใจเธอ แต่อีกใจเธอก็ไม่แน่ใจว่างานนี้มันยากเกินไปสำหรับเธอไหม ถ้าเธอทำผิดพลาดขึ้นมาล่ะ จะเป็นยังไง หัวหน้าจะว่าเธอขนาดไหน แล้วบริษัทจะได้รับผลกระทบยังไงบ้าง สิ่งต่าง ๆ ที่วนเวียนอยู่ในหัวเธอตอนนี้ ก็คือ Mindset ของเธอนั่นเอง

 

หลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า Mindset มาบ้าง เพราะเป็นคำศัพท์ที่นำมาใช้กันบ่อยขึ้นในแง่การสร้างแรงจูงใจและพัฒนาตนเอง โดยศูนย์จิตวิทยาการศึกษา มูลนิธิยุวสถิรคุณ ให้คำนิยามไว้ว่า Mindset หรือ “กรอบความคิด” ในบางตำราอาจใช้คำว่า โปรแกรมความคิด หรือกระบวนการทางความคิด สิ่งสำคัญคือ Mindset นั้นมีความหมายลึกซึ้งกว่าคำว่า “ความเชื่อ (Belief)” ทั่ว ๆ ไป เพราะ Mindset คือ “ความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรม” ซึ่ง Mindset จะมีอยู่ 2 แบบ คือ Growth Mindset (กรอบแนวคิดแบบเปิดกว้าง) และ Fixed Mindset (กรอบความคิดแบบปิดตาย)

 

 

  • Mindset คือ กรอบความคิด มีความหมายลึกซึ้งกว่าคำว่า “ความเชื่อ (Belief)” ทั่ว ๆ ไป เพราะมันคือ “ความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรม” ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ Growth Mindset (กรอบแนวคิดแบบเปิดกว้าง) และ Fixed Mindset (กรอบความคิดแบบปิดตาย)
  • คนที่ประสบความสำเร็จนั้นจะมี Growth Mindset คือ เชื่อว่าตัวเองสามารถพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่ยังบกพร่องอยู่ได้ ส่วนคนที่มี Fixed Mindset มักจะเชื่อว่าคนเรามีทักษะที่จำกัด ไม่สามารถที่จะพัฒนาขึ้นได้แล้ว
  • ขั้นตอนแรกของการปรับ Mindset คือ การฟังเสียง Mindset ของเรา ว่าบอกให้เราทำอะไรเมื่อเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ ถ้าเสียงในหัวเราบอกให้ยอมแพ้แสดงว่าเราอาจเป็นคนที่มี Fixed Mindset
  • ถ้าเสียงในหัวเรามีทั้ง Fixed Mindset และ Growth Mindset ให้เราเลือกที่จะฟัง Growth Mindset
  • ถ้าเราเป็นคนที่มี Fixed Mindset ให้เริ่มเปลี่ยนความคิดด้วยการใช้ Growth Mindset เถียงกลับ
  • เปลี่ยนความคิดแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยการหมั่นฝึกฝนผ่านการลงมือทำ
  • ถ้าสิ่งที่ทำไม่ประสบผลสำเร็จ ให้บอกตัวเองว่า “เรายังทำไม่ได้” ไม่ใช่ “เราทำไม่ได้”
     

 

จากงานวิจัยของ Carol Dweck นักจิตวิทยาพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จนั้นจะมี Mindset คนละแบบกับคนทั่วไป โดยคนที่ประสบความสำเร็จนั้นจะมี Mindset แบบ Growth Mindset พวกเขาเชื่อว่าตัวเองสามารถพัฒนาในทักษะต่าง ๆ ที่ตัวเองบกพร่องได้ ในขณะที่คนทั่วไปกลับมี Fixed Mindset โดยมีความเชื่อว่าคนเรามีทักษะที่จำกัด ไม่สามารถที่จะพัฒนาขึ้นได้แล้ว

 

จริง ๆ แล้วจะมี Mindset แบบไหนก็ไม่ใช่เรื่องผิด ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เราคือต้องการความปลอดภัย ไม่แปลกที่เราจะอยากอยู่ในที่ที่เคยชิน ไม่อยากจะเสี่ยง แต่สำหรับคนทำงานแล้วการมี Growth Mindset ก็จะทำให้เรามีแนวโน้มที่จะพัฒนาตนเองได้ดีขึ้น ลองมาตรวจสอบตนเองว่าเรามี Mindset แบบไหน แล้วถ้าเกิดเราอยากจะพัฒนา Mindset ของเรา จะมีวิธีการอย่างไรได้บ้าง

 

1. ฟังเสียง Mindset

ขั้นตอนแรกของการปรับ Mindset ก็คือ เราต้องรู้ก่อนว่า Mindset ของเรานั้นเป็นแบบไหน ลองคิดดูว่าถ้า Mindset เป็นคนคนหนึ่งที่อยู่ในหัวของเรา เขาจะพูดกับเราอย่างไร ถ้าต้องเผชิญกับงานใหม่ที่ท้าทาย Mindset จะพูดกับเราว่า “จะทำได้เหรอ” “เก่งพอหรือเปล่า” “ถ้าพลาดนี่น่าอายนะ” คอยสังเกตและฟังเสียงต่าง ๆ ในหัวให้ดีถ้าคำพูดในหัวออกมาในทำนองนี้บ่อย ๆ ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นคนที่มี Fixed Mindset ซึ่งจะทำให้ไม่กล้าพัฒนาตนเอง และมันอาจทำให้อาชีพการงานถึงทางตันได้ง่าย ๆ เลย

 

2. เลือกที่จะฟัง Growth Mindset

เมื่อเรารู้แล้วว่า Mindset ของเราเป็นอย่างไร ขั้นตอนต่อมาคือ หาสาเหตุให้ได้ว่าสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทายต่าง ๆ ถ้าหาพบแล้วก็ขึ้นอยู่กับการตีความของเราแล้วว่า เราจะมองสิ่งนั้นเป็นอุปสรรคที่จะทำให้เราพลาดท่าต้องหลีกเลี่ยง หรือมองเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้พัฒนาทักษะใหม่ ๆ ถ้าเราเลือกอย่างแรกนั่นคือเราใช้ Fixed Mindset แต่ถ้าเราเลือกอย่างหลังเรากำลังก้าวเข้าสู่การใช้ Growth Mindset แล้ว

 

3. เถียงกลับ

Mindset เป็นสิ่งที่ติดตัวเรามานาน การจะปรับเปลี่ยนให้ได้ในความพยายามครั้งแรกนั้นเป็นไปยากมาก Fixed Mindset ที่อยู่ในหัวเราจะคอยมาพูดกับเราตลอดเวลา วิธีการจัดการก็คือการเถียงกลับไป เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทาย Fixed Mindset จะส่งเสียงมาหาเรา ให้เราตอบกลับเสียนั้นไปด้วย Growth Mindset เช่น

  • Fixed Mindset ในหัวบอกว่า: แน่ใจเหรอว่าจะทำงานนี้ได้ บางทีความสามารถของเราไม่น่าจะถึงหรือเปล่า
  • Growth Mindset ตอบกลับไปว่า: ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทำได้ไหม แต่ถ้าเราพยายามก็น่าจะเรียนรู้ได้นะ
  • Fixed Mindset ในหัวบอกว่า: ถ้าพลาดล่ะ น่าอายนะ
  • Growth Mindset ตอบกลับ: ไม่มีใครไม่เคยทำพลาด เราเรียนรู้จากมันได้

 

4. ลงมือทำ

เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยน Mindset ไม่ใช่แค่ให้เราเปลี่ยนความคิด แต่ต้องส่งผลถึงพฤติกรรมด้วย สิ่งที่ทำให้เราติดอยู่กับ Fixed Mindset เป็นเพราะว่าความไม่กล้าที่จะออกจาก Comfort Zone เมื่อเราเปลี่ยนเสียงของ Growth Mindset ให้เป็นพฤติกรรมได้ เรารู้สาเหตุว่าอะไรที่เราบกพร่องทำให้เราไม่มั่นใจ เราก็หาวิธีฝึกฝนในเรื่องนั้น ๆ เราก็จะสามารถขยาย Comfort Zone ของเราออกไปได้ ความสามารถในการพัฒนาตนเองเราก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย

 

5. ยังทำไม่ได้ ไม่ใช่ ทำไม่ได้

ในหลายเรื่องเราก็ต้องยอมรับว่า แค่คิดแล้วลงมือทำเลยนั้นอาจจะยังไม่ประสบผลสำเร็จได้ทันทีอย่างที่คิด เมื่อทำแล้วผิดพลาด อาจจะยิ่งตอกย้ำแล้วพาเรากลับไปอยู่ Fixed Mindset อีกครั้ง สิ่งที่เราจะทำได้เมื่อการเปลี่ยนแปลงของเรายังไม่ประสบผลสำเร็จก็คือ บอกตัวเองว่าคุณสมบัติในตอนนั้นของเรายังไม่ถึง ยังทำไม่ได้ เราแค่ยังทำไม่ได้ไม่ใช่ว่าเราทำมันไม่ได้เลยการเติมคำว่ายังเข้าไป Fixed Mindset จะช่วยเปลี่ยน Mindset ของเราให้กลายเป็น Growth Mindset ได้ ตัวอย่างเช่น เราทำไม่ได้ จะทำให้เราหยุดพัฒนาตนเองเป็น Fixed Mindset แต่ถ้าเราพูดว่าตอนนี้ยังทำไมได้ โดยนัยของมันแล้วหมายความว่ามันจะมีโอกาสทำได้ในอนาคต นั่นคือ Growth Mindset นั่นเอง

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา:

inc.com

tags : ทำงาน, freshgrad, career & tips, mindset, เด็กจบใหม่, นักศึกษาจบใหม่, เทคนิคสำหรับเด็กจบใหม่, เคล็ดลับสำหรับเด็กจบใหม่, เทคนิคการทำงาน, การทำงาน, คนทำงาน, เคล็ดลับสำหรับคนทำงาน, เทคนิคสำหรับคนทำงาน, เคล็ดลับความสำเร็จ, แนวคิดในการทำงาน, เคล็ดลับการทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม