ในโลกการทำงาน รูปแบบการจ้างงานถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรายได้ ความมั่นคงในชีวิต และเส้นทางอาชีพในระยะยาว หลายคนอาจลังเลว่าระหว่างพนักงานสัญญาจ้าง (Contract) กับพนักงานประจำ (Full-time) เลือกสมัครงานแบบไหนดี เพราะทั้งสองรูปแบบต่างก็มีข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบที่แตกต่างกัน
ในบทความนี้ JobThai เลยจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจความแตกต่างของพนักงานทั้งสองประเภท รวมถึงสิทธิ์ตามกฎหมายแรงงานไทย ข้อดี-ข้อเสีย และ Checklist ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่างานแบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายในการทำงานของตัวเอง
แม้พนักงานสัญญาจ้างและพนักงานประจำจะเป็นลูกจ้างภายใต้บริษัทเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ ก่อนตัดสินใจเลือกงาน มาทำความเข้าใจภาพรวมและรูปแบบการจ้างงานของแต่ละประเภทกันก่อน
พนักงานสัญญาจ้าง (Contract) คือ ลูกจ้างที่ทำสัญญาจ้างงานแบบมีระยะเวลากำหนดชัดเจน เช่น 6 เดือน, 1 ปี หรือจนกว่าโปรเจกต์จะเสร็จสิ้น เมื่อถึงวันสิ้นสุดสัญญา นายจ้างมีสิทธิ์พิจารณาว่าจะต่อสัญญา ไม่ต่อสัญญา หรือยื่นข้อเสนอให้เซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำก็ได้ และในกรณีที่โดนเลิกจ้างกะทันหันก่อนครบกำหนดสัญญาโดยไม่มีความผิด ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยความเสียหายตามกฎหมาย
ส่วนสวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน เช่น วันหยุด วันลา ค่าล่วงเวลา (OT) รวมถึงประกันสังคม เมื่อเซ็นสัญญาว่าจ้างแล้วถือว่าเป็นพนักงานของบริษัทอย่างถูกต้องและได้รับสิทธิเช่นเดียวกันกับพนักงานประจำ แต่สวัสดิการอื่น ๆ ของบริษัท เช่น โบนัส ประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อาจได้รับเพียงบางส่วนเท่านั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท
พนักงานประจำ (Full-time) คือ ลูกจ้างที่ทำสัญญาจ้างแบบต่อเนื่อง ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด นอกจากลูกจ้างจะลาออกเอง เกษียณอายุ หรือโดนเลิกจ้างจากเหตุต่าง ๆ เช่น ฝ่าฝืนข้อระบุตามสัญญา ผิดวินัยร้ายแรง การปรับโครงสร้างของบริษัท ซึ่งในกรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด พนักงานประจำมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยตามอายุงานอีกด้วย ส่วนสวัสดิการตามกฎหมายแรงงานและสวัสดิการของบริษัท พนักงานประจำจะได้รับเต็มรูปแบบทั้งสองอย่าง
ข้อดี
-
ฐานเงินเดือนค่อนข้างสูง เพื่อดึงดูดให้คนมาทำงานระยะสั้น เช่น โปรเจกต์พิเศษที่มีเฉพาะบางช่วงเวลา หรือดึงดูดให้คนมาทำโปรเจกต์ที่มีความยากเป็นพิเศษ ต้องรับภาระงานหนัก มีกำหนดเวลาส่งงานกระชั้นชิด หรือต้องอาศัยความรู้และทักษะเฉพาะทาง รวมถึงเพื่อชดเชยสวัสดิการที่จำกัดกับความมั่นคงที่น้อยกว่าพนักงานประจำ
-
มีความยืดหยุ่นในการทำงานสูง เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มักทำงานโดยเน้นผลลัพธ์เป็นหลัก ทำให้มีอิสระในการทุ่มเทไปที่โปรเจกต์ที่ได้รับมอบหมายโดยไม่ต้องโฟกัสกับโปรเจกต์อื่น ๆ งาน หรือกิจกรรมยิบย่อยของบริษัทมากนัก
-
กระตุ้นการเรียนรู้และเพิ่มทักษะการปรับตัว เพราะงานสัญญาจ้างเป็นงานระยะสั้น ทำให้คนที่ทำงานในรูปแบบนี้ต้องรีบเรียนรู้และทำความเข้าใจเนื้องาน เพื่อสร้าง Output หรือผลลัพธ์ให้ได้ตามเป้าในเวลาที่กระชั้น จึงถือเป็นงานที่ช่วยพัฒนาทักษะต่าง ๆ ให้ก้าวกระโดดขึ้นได้ในเวลาสั้น ๆ
ข้อเสีย
-
ความมั่นคงต่ำ เมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดลงโดยไม่มีการต่อสัญญาหรือไม่มีงานอื่นรองรับ ก็อาจต้องตกอยู่ในสถานะว่างงาน ขาดรายได้หมุนเวียน นอกจากนี้การทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ เช่น กู้เงินซื้อบ้านหรือรถ อาจทำได้ยากกว่าอีกด้วย
-
สวัสดิการไม่ครอบคลุม แม้จะมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนสูง แต่ก็ต้องแลกกับการแบกรับค่าใช้จ่ายบางส่วนที่สวัสดิการไม่ซัปพอร์ต เช่น ค่ารักษาพยาบาล การตรวจสุขภาพ ค่าเรียนคอร์สอบรมต่าง ๆ เนื่องจากบริษัทมักสงวนสวัสดิการเต็มรูปแบบเอาไว้ให้เฉพาะพนักงานประจำ
-
ต้องวางแผนการเงินรัดกุมมากขึ้น เพราะมีโอกาสเกิดช่วงว่างงานเมื่อสัญญาสิ้นสุด รวมถึงไม่มีสวัสดิการช่วยแบ่งเบาค่ารักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือมีปัญหาด้านสุขภาพ คนทำงานในรูปแบบสัญญาจ้างจึงควรมีเงินสำรองฉุกเฉินมากกว่าปกติ รวมถึงต้องวางแผนภาษี ประกัน และค่าใช้จ่ายระยะยาวด้วยตัวเองมากขึ้น
-
Career Path อาจไม่ชัดเจน หลายองค์กรไม่ได้วางเส้นทางเติบโตระยะยาวให้พนักงานสัญญาจ้างเหมือนพนักงานประจำ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีความไม่แน่นอนสูง อาจเป็นเพียงตำแหน่งชั่วคราวหรือเป็นตำแหน่งที่มีโอกาสได้ปรับเป็นตำแหน่งประจำในภายหลังก็ได้ ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของบริษัทและผลงานของพนักงาน ทำให้บางคนรู้สึกว่าเติบโตยาก มองเห็นเส้นทางอาชีพได้ไม่ชัดเจน
ข้อดี
-
มีความมั่นคงมากกว่า เพราะเป็นการจ้างงานแบบต่อเนื่อง ไม่มีกำหนดวันสิ้นสุดสัญญาชัดเจน หากถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดก็ได้รับเงินชดเชยตามอายุงาน นอกจากนี้การมีรายได้ที่สม่ำเสมอยังช่วยให้มีเครดิตที่ดีกว่าเมื่อต้องทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร สามารถกู้ขอสินเชื่อหรือเปิดบัตรเครดิตได้ง่ายกว่า
-
ได้รับสวัสดิการเต็มรูปแบบ โดยทั่วไปพนักงานประจำจะได้รับสวัสดิการที่ครอบคลุมกว่าพนักงานสัญญาจ้าง เช่น โบนัส ค่ารักษาพยาบาล วันลาพักร้อนเพิ่มตามอายุงาน ค่าอบรมพัฒนาทักษะ ซึ่งสวัสดิการเหล่านี้มีมูลค่าในระยะยาว และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตได้ค่อนข้างมาก
-
มี Career Path ที่ชัดเจน องค์กรส่วนใหญ่มักมีโครงสร้างตำแหน่งงานที่ชัดเจนสำหรับพนักงานประจำ ทำให้เห็นภาพการเติบโตในสายอาชีพได้ง่ายกว่า เช่น การเลื่อนตำแหน่ง การขึ้นเงินเดือน การเติบโตไปในสายบริหาร (Management) หรือสายผู้เชี่ยวชาญ(Specialist)
ข้อเสีย
-
ฐานเงินเดือนอาจไม่สูงมากในช่วงแรก บางองค์กรอาจให้ฐานเงินเดือนเริ่มต้นสำหรับพนักงานประจำน้อยกว่าพนักงานสัญญาจ้าง เพราะต้นทุนการจ้างงานถูกเปลี่ยนเป็นสวัสดิการและโอกาสเติบโตในบริษัทแทน ทำให้คนที่ต้องการรายได้สูงทันทีอาจรู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์
-
การเติบโตอาจค่อยเป็นค่อยไป แม้จะมีเส้นทางเติบโตชัดเจน แต่การปรับเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งในองค์กรมักต้องใช้เวลา ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเงินเดือนและนโยบายการปรับตำแหน่งพนักงาน
-
มีความยืดหยุ่นในการทำงานน้อยกว่า พนักงานประจำมักต้องทำงานตามระบบและขั้นตอนขององค์กร รวมถึงมีความคาดหวังเรื่องความรับผิดชอบระยะยาวมากกว่า อาจต้องโฟกัสงานหลายโปรเจกต์กว่า ทำให้บางคนรู้สึกไม่คล่องตัวเท่างานแบบสัญญาจ้าง
-
อาจเกิด Comfort Zone ได้ง่าย หากทำงานเป็นพนักงานประจำในบริษัทเดิมนาน ๆ บางคนอาจเริ่มคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมเดิมจนไม่กล้ามองหาโอกาสใหม่ ๆ หรือไม่ได้พัฒนาทักษะตัวเองอย่างต่อเนื่องเท่าที่ควร
| หัวข้อ |
พนักงานสัญญาจ้าง
(Contractor)
|
พนักงานประจำ
(Full-time Employee)
|
|
ระยะเวลาจ้าง
|
มีระยะเวลากำหนดชัดเจน
|
ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการจ้าง
|
|
ความมั่นคง
|
ค่อนข้างต่ำ
ขึ้นอยู่กับการต่อสัญญา
|
สูงกว่า
มีรายได้สม่ำเสมอและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปีตามนโยบายการปรับเงินเดือน
|
|
ฐานเงินเดือน
|
มักได้รับค่าตอบแทนสูง
เพื่อชดเชยสวัสดิการ
และความไม่มั่นคง
|
ตามโครงสร้างบริษัท
ขึ้นอยู่กับการเจรจา
|
|
สวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน
เช่น วันหยุด วันลา
สิทธิประกันสังคม
|
ได้รับสวัสดิการขั้นต่ำตามกฎหมายเทียบเท่ากันในฐานะลูกจ้าง
(ลาป่วยได้ไม่เกิน 30 วัน/ปี ลากิจได้ไม่น้อยกว่า 3 วัน/ปี
และได้รับการแจ้งขึ้นทะเบียน ม.33 เช่นเดียวกัน)
|
| สวัสดิการของบริษัท |
อาจได้รับบางอย่าง
ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท
แต่มักได้น้อยกว่าพนักงานประจำ
|
ได้รับเต็มรูปแบบ
ตามนโยบายบริษัท
|
| โอกาสเติบโต |
Career Path ไม่ชัดเจน
อาจต้องวางแผนเส้นทางอาชีพ
ด้วยตัวเอง
|
Career Path ชัดเจนกว่า
มีโอกาสเติบโตตามโครงสร้างบริษัท
|
|
ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง
|
มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยหากโดนเลิกจ้างกะทันหันก่อนครบกำหนดสัญญาโดยไม่มีความผิด
|
มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยตามอายุงาน หากโดนเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด
|
ไม่มีรูปแบบการทำงานไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายชีวิตและความต้องการต่างกัน ลองเช็กตัวเองจาก Checklist ด้านล่างนี้ว่างานรูปแบบงานไหนที่ตอบโจทย์เรามากกว่ากัน
-
อยู่ในช่วงค้นหาตนเอง ยังไม่แน่ใจว่าอยากทำงานสายไหน เพราะงานสัญญาจ้างเป็นงานระยะสั้น จึงเหมาะกับคนที่อยากทดลองงานหลาย ๆ แบบดูก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพ
-
ชอบเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน ไม่ชอบความจำเจ สนุกกับการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เจอทีมใหม่ หรือทำงานหลากหลายโปรเจกต์เพื่อขยายขอบเขตการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะ
-
ต้องการฐานเงินเดือนที่สูงขึ้นในระยะสั้น งานสัญญาจ้างหลายตำแหน่งให้ค่าตอบแทนสูงกว่างานประจำ จึงเหมาะกับคนที่กำลังเก็บเงินหรือต้องการรายรับก้อนโตในระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อเป้าหมายบางอย่าง
-
มีเงินสำรองและรับความไม่แน่นอนได้ งานสัญญาจ้างอาจมีช่วงว่างงานเมื่อจบสัญญา ดังนั้นคนที่เหมาะกับงานรูปแบบนี้จึงควรมีเงินเก็บสำรอง และสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนเรื่องรายได้ได้พอสมควร
-
มีแผนชีวิตไม่แน่นอน เช่น มีแพลนเรียนต่อ ย้ายประเทศ ทำธุรกิจ หรือเปลี่ยนสายงานในอนาคต งานสัญญาจ้างอาจตอบโจทย์มากกว่า เพราะไม่ต้องผูกมัดกับองค์กรระยะยาว
-
มีเป้าหมายทางอาชีพที่ชัดเจน รู้ว่าตัวเองอยากเติบโตในสายงานไหน ต้องการไต่ระดับการทำงานไปยังตำแหน่งใด เพราะงานประจำมี Career Path และโอกาสพัฒนาระยะยาวที่ชัดเจนกว่า
-
ให้ความสำคัญกับความมั่นคง รู้สึกสบายใจเมื่อมีรายได้สม่ำเสมอ มีสวัสดิการรองรับ และไม่อยากกังวลเรื่องการหางานใหม่บ่อย ๆ
-
ต้องการสวัสดิการที่ช่วยแบ่งเบาภาระ สวัสดิการบางอย่าง เช่น ประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือโบนัส มีส่วนช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มาก เหมาะกับคนที่มีภาระทางการเงินและต้องการซัปพอร์ต
-
ชอบความสัมพันธ์ระยะยาวในการทำงาน ไม่อยากเปลี่ยนสภาพแวดล้อมบ่อย ต้องการสังคมการทำงานที่ต่อเนื่อง เติบโตไปพร้อมกับองค์กร
-
มีแผนกู้บ้าน กู้รถ หรือขอสินเชื่ออื่น ๆ เนื่องจากสถานะพนักงานประจำมักช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร
งานแต่ละรูปแบบต่างก็มีข้อดีในแบบของตัวเอง งานสัญญาจ้างอาจเหมาะกับคนที่ชอบความยืดหยุ่น ต้องการรายได้สูงในระยะสั้น หรืออยากเวียนเก็บประสบการณ์จากหลาย ๆ องค์กร ขณะที่งานประจำก็อาจเหมาะกับคนที่ต้องการความมั่นคง มองหาสวัสดิการดี ๆ ที่ครอบคลุม และการเติบโตระยะยาวในสายอาชีพ ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกงาน อย่ามองแค่ตัวเลขเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาทั้งเรื่องสวัสดิการ ความมั่นคง เป้าหมายชีวิต และรูปแบบการทำงานที่เหมาะกับตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว งานที่ดีก็คืองานที่ตอบโจทย์ชีวิตของเรามากที่สุด
ที่มา:
indeed.com, deel.com, bridgeviewit.com, greenproksp.com, legalclinic.co.th, drthawip.com, tiktok.com, tiktok.com, tiktok.com, tiktok.com