นิติกฤษณ์ อรรถกฤษณ์: นักกฎหมายไทย เจ้าของเสียงเพลงที่ดังไกลถึงญี่ปุ่น

นิติกฤษณ์ อรรถกฤษณ์: นักกฎหมายไทย เจ้าของเสียงเพลงที่ดังไกลถึงญี่ปุ่น
28/04/17   |   10.6k   |  

เมื่อครั้งยังเด็กเราทุกคนต่างก็มีอาชีพในฝัน บางคนอยากเป็นหมอ บางคนอยากเป็นช่างภาพ บ้างก็อยากเป็นนักบินอวกาศ  แต่น่าเสียดายที่บทชีวิตของคนคนหนึ่งนั้นความฝันอาจไม่มีวันได้เป็นเรื่องจริง เพราะงานที่เลี้ยงใจอาจไม่พอเลี้ยงชีพ ในเมื่อทำสิ่งที่รักแล้วมันไม่พอยาไส้เลยต้องจำใจทำสิ่งที่เลี้ยงตัว และครอบครัวได้ ความฝันในวัยเยาว์จึงกลายเป็นภาพเทา ๆ ที่ซีดจาง และอาจจะไม่มีทางเป็นจริงได้เลย

แต่วันนี้เราจะมาพูดคุยกับชายหนุ่มผู้ซึ่งหาเลี้ยงชีพจากอาชีพหลัก และเลี้ยงใจจากสิ่งที่รักในเวลาเดียวกัน ชายผู้โลดแล่นอยู่ในสายอาชีพกฎหมายควบคู่ไปกับเส้นทางของศิลปินอินดี้ที่ใช้สุนทรียภาพและความรักในเสียงเพลง เป็นใบเบิกทางสู่ความก้าวหน้าในอาชีพ

นิติกฤษณ์ อรรถกฤษ์ นักกฎหมายบริษัทเอกชน และมือกีต้าร์ วง Gym and Swim วงอินดี้ไทยที่ดังไกลถึง แดนอาทิตย์อุทัย และมีผลงานวางขายที่ Tower Records ในประเทศญี่ปุ่น

 

 

  • นักกฎหมายที่ดีต้องมีความละเอียดรอบคอบ ขยันอ่าน ขวนขวายหาความรู้ตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับนักดนตรี ที่ต้องขยันซ้อม และรีเสิร์ชเพลงอยู่ตลอดเวลา
  • การจะแต่งเพลงเพลงหนึ่ง เดดไลน์ สำคัญกว่าอารมณ์ ถ้างานต้องส่งอย่างไรก็ต้องเสร็จ อารมณ์ต้องสร้างต้องหาเอาเองระหว่างทาง
  • รายได้ของนักดนตรีทุกวันนี้คือ การขายโชว์ ไม่ใช่ขายแผ่น แต่ถ้าได้ขายแผ่นที่ญี่ปุ่นก็จะมีรายได้ที่ดีพอสมควร
  • นักดนตรีที่จะประสบความสำเร็จไม่ได้เล่นเก่งที่สุด แต่เล่นแล้วคนดูมีความสุขที่สุด แม้จะมีแค่คนกลุ่มน้อยที่สนุก ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
  • การทำสองอาชีพที่แตกต่างกันไม่ใช่ปัญหา แค่ปล่อยให้สมองทั้งสองฝั่งทำหน้าของมันให้ดีที่สุด
  • ข้อดีของการทำสองอาชีพที่แตกต่างกันคือมันช่วยผ่อนคลายซึ่งกันและกัน เป็นการสร้างสมดุลของชีวิตในรูปแบบหนึ่ง
  • ถ้าคิดจะทำสองอาชีพในเวลาเดียวกันก็ต้องยอมที่จะเหนื่อย ต้องจัดการเวลาให้ดี และต้องขยันมากกว่าคนอื่น ซึ่งทั้งสองอาชีพนี้ควรต้องเป็นสิ่งที่เรารัก

 

 

 

ช่วยแนะนำตัวให้เรารู้จักหน่อย

ชื่อ เติร์ก นิติกฤษณ์ อรรถกฤษณ์ จบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่กฏหมาย บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต และเป็นมือกีต้าร์วง Gym and Swim ครับ


เล่าให้ฟังถึงเส้นทางก่อนเข้ามาทำอาชีพนักกฎหมายหน่อยได้ไหม(ดูจากชื่อที่มีคำว่า นิติ แสดงว่าน่าจะถูกคาดหวังมาตั้งแต่เกิดเลย)

(หัวเราะ) คุณพ่อเป็นทนายแต่จริง ๆ ชื่อผมไม่มีความหมายอะไรนะ ตัวผมเองชอบเล่นกีต้าร์ตั้งแต่เด็กเลย ซึ่งตอนแรกผมอยากจะเข้าดุริยางค์ศิลป์ ศิลปากร คือเตรียมตัวจะไปแล้วด้วยซ้ำ แต่พ่อก็แนะนำว่าลองไปสอบตรง นิติ ธรรมศาสตร์ไหม ก็เลยลองดู แล้วพอดีสอบติดด้วย ก็ตัดสินใจเรียนเลย ตอนเรียนช่วงแรกก็ทรมานนะ เพราะผมไม่ชอบอ่านหนังสือ ตกเละเทะเลย แต่พอตั้งใจเรียนจริงจังเราก็เอาตัวรอดได้ ซึ่งระหว่างนั้นก็มีวงอยู่นิติด้วยก็เล่นดนตรีมาตลอด ช่วงนั้นมีโอกาสได้ไปเล่นคอนเสิร์ต Fat ด้วย แต่จริง ๆ ตอนนั้นวงก็ยังไม่มีชื่อเสียงเลยนะ ไม่ดังเลย 
 

ชีวิตหลังเรียนจบ อาชีพแรกของคุณคืออะไร และก้าวเข้าไปทำได้อย่างไร

พอเรียนจบปุ๊บผมก็เริ่มหางานเลย หลังรับปริญญาสองอาทิตย์ ก็ได้งานที่กรุงเทพประกันภัย ก็ลุยเลยครับ ตอนที่สมัครงานผมก็พยายามยื่นแต่บริษัทที่ทำงานจันทร์ถึงศุกร์เท่านั้น วันเสาร์อาทิตย์ผมจะได้เล่นดนตรีได้ เพราะตอนปีสี่เทอมสุดท้ายก็เริ่มทำ Gym and Swim แล้ว เราเลยต้องการหาเวลาให้กับดนตรีด้วย


รู้สึกอย่างไรกับอาชีพแรกในชีวิต ตรงกับที่ใจคิดไว้ไหม

ทำงานวันแรกโดนรับน้องก่อนเลย ผมเชียร์แมนยูโดนสติ๊กเกอร์ลิเวอร์พูลติดไว้ที่โต๊ะเลยครับ (หัวเราะ) คือตัวผมเองทำสายกฎหมายประกันชีวิตแต่ตอนที่เรียนมามันแทบไม่มีสอนกฎหมายประกันชีวิตเลย คือมันอาจจะมีวิชาเลือกนะแต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้สนใจไง ผมก็เลยต้องมานั่งอ่านเองเกือบทั้งหมด พอมาทำปุ๊บเราต้องเรียนรู้ใหม่แต่อย่างไรมันก็ยังมีแกนหลักให้เกาะอยู่


ในบทบาทของเจ้าหน้าที่กฎหมาย คุณมีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง

ผมดูแลเรื่องการเปิดสาขาระหว่างประเทศ ล่าสุดบริษัทไปเปิดสาขาที่กัมพูชา ผมก็ต้องไปด้วยไปช่วยเขาเซ็ทอัพจนกว่าที่บริษัทจะเปิด และผมก็ดูแลสัญญาเอกสารทุกอย่างในบริษัทที่จะมีผลทางกฎหมาย แต่จริง ๆ ผมอยากเป็นทนายความตอนนี้ก็กำลังไปสอบใบอนุญาตว่าความอยู่ คือผมก็ทำวงดนตรีไปด้วยก็เลยค่อย ๆ บาลานซ์ไปครับ


คุณสมบัติสำคัญของเจ้าหน้าที่กฏหมายในความคิดของคุณคืออะไร

ต้องละเอียด ต้องรู้เยอะ ต้องขวนขวายตลอดเวลา อย่างล่าสุดนี่ผมต้องไปกัมพูชา ผมต้องเอากฎหมายของที่นั่นมานั่งอ่าน เพราะเราไม่เคยรู้กฎหมายเขาเลยสักนิดเดียว และต้องอ่านเป็นภาษาอังกฤษหมดเลยด้วย เสาร์อาทิตย์ก็ต้องนั่งอ่านเพราะถ้าเราไม่รู้จริงเราก็ทำงานไม่ได้

 

คนที่เรียนจบด้านนิติศาสตร์มา ส่วนใหญ่มี Career Path อย่างไรบ้าง

ส่วนใหญ่ก็เริ่มจากการเป็นเจ้าหน้าที่กฎหมาย บางคนก็ไปทำ Law Firm เป็น Junior Lawyer คือยังไม่ได้เป็นทนายนะ ยังไม่มีตั๋วทนาย (ใบอนุญาตให้เป็นทนายความ) แต่กำลังจะเป็น เป็นเหมือนผู้ช่วย และใครอยากเป็นทนายก็ไปสอบใบอนุญาตว่าความ หลังจากนั้นก็สอบเนติบัณฑิต เพื่อรับรองว่าคุณไปสอบเป็นผู้พิพากษาได้ ส่วนตัวผมก็อยากทำ Law Firm แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านเวลาถ้าผมได้ทำอาจจะต้องหันหลังให้กับวงดนตรีเลย

ซึ่งถ้าทำ Law Firm รายได้น่าจะโอเคเลย เพื่อนผมรายได้ดีกันทุกคน แต่การที่จะเข้าไปทำ Law Firm ได้นั้น คุณต้องมีภาษาอังกฤษที่ดี และความรู้พื้นฐานที่แน่น ที่เหลือคุณก็ต้องไปเรียนรู้เอาข้างหน้า เพราะกฏหมายมันสอนกันได้ ศึกษากันได้ คือถ้าผมไม่ได้ทำวงดนตรีผมก็เข้า Law Firm

 


เปลี่ยนมาเรื่องดนตรีกันบ้าง เร่ิมจับกีต้าร์ครั้งแรกตอนไหนและอะไรคือแรงผลักดันให้คุณหันมาเล่นดนตรี

เล่นกีต้าร์มาตั้งแต่ ป. 6 ครับ คือพ่อชอบเปิดเพลงให้ฟังทุกวันอาทิตย์ อย่างพวก The Beatles หรือ Bee Gees เราก็เลยซึมซับ ตอนแรกอยากตีกลอง พ่อเลยเปิด The Beatles ให้ดู คือพ่ออยากให้เล่นกีต้าร์มากกว่า พ่อฉลาดนะเพราะมือกลองของ The Beatles จะไม่ค่อยเด่น เราก็แบบเห้ยมันไม่เท่เลยหวะ แต่พอเราเห็น John Lennon แล้วรู้สึกว่าเห้ยมันเท่เว้ย ก็เลยอยากเล่นกีต้าร์ไฟฟ้า และเริ่มจับมันดู แต่ตอนแรกพ่อจับเรียนกีต้าร์คลาสสิคซะงั้น โอยตอนนั้นไม่อยากเรียนเลย แต่พอเรียนไปก็ดีนะมันเป็นการวางรากฐานทางดนตรีที่ดีเลย

จุดเริ่มต้นของ Gym and Swim เกิดจากอะไร

ตอนแรกก็เล่นดนตรีกับวงในคณะนิติครับ แล้วพอดีว่าช่วงนั้น Fat Radio มีจัดประกวดดนตรีในโครงการ Bedroon Studio โดยมีโจทย์ให้เอาหนังมาทำเป็นเพลง ก็เลยทำเพลงชื่อ Ironman  ตอนแรกเราก็กะทำเล่น ๆ กับเพื่อนที่เป็นวงอินดี้เหมือนกัน ปรากฏว่าส่งไปปุ๊บก็ เห้ยมีคนฟัง มีคนถามว่าพี่เมื่อไหร่ทำเพลงต่อ เริ่มมีแฟนเพลง และนั่นก็เลยเป็นที่มาของการทำซิงเกิ้ลที่ 2 ครับ ซึ่งดนตรีของ Gym and Swim ก็จะเป็นแนวทรอปิคอลป็อป ฟังสบายจังหวะสนุก ๆ


เหตุการณ์ประทับใจและความภาคภูมิใจในฐานะนักดนตรีคนหนึ่ง

น่าจะเป็นเรื่องที่เราได้มีโอกาสไปเล่นที่ญี่ปุ่น คือเรามีสองค่าย ค่ายในไทยคือ ปริณามมิวสิค และค่ายที่ญี่ปุ่น ชื่อค่าย Sophori Field  ซึ่งเป็น Distributor ให้เราที่ญี่ปุ่นก็เลยเอาเราไปเล่นเพื่อโปรโมทอัลบั้มที่ชื่อว่า Seasick เราก็เลยได้มีโอกาสไปเล่นให้คนที่นั่นฟัง ครั้งนั้นไปเล่น 3 ที่ ก็ไปทั้งโตเกียว และโอซาก้าเลย ซึ่งแผ่นของเราก็มีวางขายที่ Tower Records ด้วย ขายหมดเกลี้ยงเลยนะครับ ทำให้เราก็มีแฟนเพลงญี่ป่นเยอะอยู่ บางคนก็มา ติดตาม Twitter ทั้งที่เค้าก็อ่านภาษาเราไม่ออกเลย ก็รู้สึกประทับใจครับ

 


นอกจากแสดงสดอยู่บนเวที อาชีพนักดนตรีเขาทำอะไรกันบ้าง

จริง ๆ นักดนตรีก็คือคนธรรมดานี่ล่ะครับ ไม่ใช่ต้องร็อคไม่ใช่ต้องเท่ตลอดเวลา เจอแฟนเพลงก็ทักทายกัน บางทีเล่นเกมออนไลน์ก็มีแฟนเพลงแอดมาเล่นด้วยกันก็มีครับ ส่วนเรื่องการทำงานเนี่ย ด้วยความที่ 5 คนมีงานประจำหมดเลย ก็มีเวลาซ้อมแค่เสาร์อาทิตย์ เราก็จะใช้สองวันนี้ในการซ้อมกันเต็มที่เลย


แนวทางการสร้างสรรค์เพลงในแบบฉบับของ Gym and Swim

อย่างวงผมเนี่ย ต่างคนก็ไปฟังมาเลย ชอบอะไรก็กลั่นออกมา และจะมีเพื่อนผมในวงคนหนึ่งที่เป็นเหมือน เมโลดี้ เจเนอเรเตอร์ ทุกคนก็ใส่ทุกอย่างให้มัน และมันก็สร้างเป็นเมโลดี้ พอเมโลดี้มาแล้วก็จะมาทำเนื้อกัน ซึ่งทุกคนก็จะช่วยกันแก้ช่วยกันปรับ เป็นการทำงานที่ต้องใช้ทีมเวิร์คจริงๆ


ใช้พลังมากขนาดไหน สำหรับการแต่งเพลงให้มีเมโลดี้ติดหูคนฟัง

หลังจากเพลงแรก ซิงเกิ้ล 2 ใช้เวลาปีนึง คือช่วงนั้นเราก็หาทางตัวเองไม่เจอ แต่งเพลงมาเป็นสิบเลยนะ แต่บางครั้งทำมาแล้วชอบทุกอย่าง แต่ดันไปเจอเพลงนึงที่เราไม่เคยฟังมาก่อนตั้งแต่สมัยยุค 70 พอฟังปุ๊บเห้ยมันเหมือนกันเป๊ะเลย ผมก็ต้องโละเลย อัลบั้มผมใช้เวลาประมาน 3 ปีนะ 10 เพลง จริง ๆ อัลบั้มทำเพราะมีไฟลนก้นด้วย เพราะญี่ปุ่นเค้าบอกเราว่าเค้าชอบ 4 เพลงของเรา แต่คุณต้องมีเป็นอัลบั้มเพื่อจะไปวางขายที่ Tower Records ที่ญี่ปุ่น คือตอนนั้นใช้เวลา 6 เดือนในการแต่ง 6 เพลง กลายเป็นอัลบั้ม Seasick คือผมคิดว่าเอาจริง ๆ ถ้ามีเดดไลน์ยังไงก็แต่งได้ ฟีลลิ่งก็สำคัญนะแต่ก็หาเอาระหว่างทางละกัน


แนวคิดสู่ความสำเร็จบนเส้นทางสายดนตรี ที่หลายคนฝันใฝ่แต่ส่วนใหญ่มักไปไม่ถึงดวงดาว

ต้องขยันซ้อม และขวนขวายเหมือนงานกฏหมายเลย คุณต้องหมั่น Research เพลง คุณจะอยู่ที่เดิมไม่ได้ คุณไปดูดิ นักดนตรีต่างประเทศไม่มีใครอยู่ที่เดิม อย่าง Coldplay หรือ Radiohead เขาเปลี่ยนแปลงตลอด ซึ่งจริง ๆ แนวคิดนี้มันก็คือแกนหลักในการใช้ชีวิตนะ ถ้าไม่ปรับตัวมันก็อยู่ไม่ได้ และอีกอย่างคือคุณต้องสนุกกับดนตรีของคุณ เมื่อคุณเล่นมันด้วยความสุขคนฟังจะสัมผัสได้และสนุกไปกับคุณ

 


คำแนะนำดี ๆ สำหรับคนที่ฝันอยากจะมีชีวิตบนเส้นทางสายดนตรีเหมือนคุณ

คุณชอบอะไร คุณอยากทำอะไร คุณทำเลย ตอนนี้โอกาสมันกว้างมาก ๆ คุณไม่ต้องมีค่ายเพลงอะไรมาบล็อกหัวคุณแล้ว คุณสามารถปล่อยลง Youtube ปล่อยลง SoundCloud  อินดี้ก็ล้านวิวได้ ขอแค่คุณอย่าโกหกตัวเองว่าคุณชอบอะไร คุณไปตามที่คุณชอบเลยเอาให้สุด แล้ววันนึงคุณจะเจอคนที่ชอบเหมือนคุณ ส่วนเรื่องรายได้ทุกวันนี้ไม่ได้มาจากการขายแผ่นแต่มาจากการขายโชว์ คุณทำเพลงให้มันโอเคละกัน โชว์มีแน่ แต่ถ้าแผ่นได้ไปขายที่ญี่ปุ่นรายได้ก็โอเคอยู่นะ 


ฝึกหนัก แต่กลับหาลายเซ็นตัวเองไม่ได้สักที? ถ้าเจอคำถามนี้จะแนะนำอย่างไร   

คุณฝึกคุณเก่ง แต่ถ้าคุณฟังเยอะคุณจะรู้เยอะ พอรู้เยอะแล้วก็พยายามสร้างแนวทางของคุณ มันเป็นเรื่องทัศนคติ คนฟังเขาไม่ได้เล่นดนตรีเหมือนคุณ เขาฟังเพราะต้องการเอนจอย ไม่ได้สนหรอกว่าคุณต้องเก่งมากขนาดไหน ดนตรีคุณต้องเอนเตอร์เทนตัวเอง และเอนเตอร์เทนคนฟัง ดูอย่าง Jonny Buckland มือกีต้าร์ Coldplay คือเขาไม่ได้เก่งเว่อร์นะ แต่ฉลาดในการใช้โน๊ต เขาฉลาดทำให้คนเอนจอย ถ้าคุณไม่เอนเตอร์เทนคนดูคุณจะเล่นให้ใครฟัง และถึงแม้จะมีแค่คนเดียวที่เอนจอยกับคุณ ถือว่าคุณสำเร็จแล้ว


ตรรกะเหตุผลบนตัวบทกฎหมาย กับสุนทรียภาพบนตัวโน๊ต ทำอย่างไรให้ส่วนผสมสองขั้วนี้กลมกล่อมอยู่ในร่างเดียว

ไม่มีปัญหาเลยครับ คิดง่าย ๆ เลยว่า สมองมีสองฝั่ง ถึงเวลาเล่นดนตรีเราก็ใช้ฝั่งหนึ่งให้เต็มที่ ถึงเวลาทำงานกฎหมาย ก็ใช้อีกฝั่งหนึ่ง แต่การทำงานแบบนี้ก็จะหนักหน่อย เพราะเราต้องทำงานทุกวัน ช่วงจันทร์ถึงศุกร์ก็อาจจะเครียดหน่อย เสาร์อาทิตย์ เราซ้อมตั้งแต่บ่ายโมงถึงสองทุ่ม ซึ่งพอได้เล่นดนตรีเราก็รู้สึกผ่อนคลาย

เรื่องเวลานี่ก็สำคัญ ต้องจัดการให้ดี เวลามีโชว์เราก็ต้องวางแผนล่วงหน้ากับทางค่ายว่าเราจะมีเล่นช่วงไหนบ้าง เราจะได้จัดการตัวเองในงานหลักได้ คือถ้าคุณเลือกแล้วว่าจะทำทั้งสองอาชีพ คุณก็ต้องยอมเหนื่อยมากกว่าคนอื่น และขยันมากกว่าคนอื่น


เรียนรู้อะไรจากการใช้ชีวิตในสองบทบาทที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  

ผมรู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ จากทั้งสองอาชีพเลยนะ กฎหมายมันคือสิ่งที่เราเรียนรู้มา และเราก็มาต่อยอดในชีวิตการทำงานจริง ทุกครั้งที่มีงานใหม่ ๆ เข้ามาเราก็เหมือนต้องขวนขวายต้องศึกษา และต้องรับผิดชอบมันให้ดีที่สุด มันฝึกให้เราละเอียด ส่วนเรื่องดนตรี มันเข้ามาเติมสิ่งที่ผมขาดไปในชีวิต ทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้อยู่ไปวัน ๆ มันมีเป้าหมายมันมีความสนุกอยู่ มันทำให้เราอยากเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

ผมว่าสองอาชีพนี้มันผ่อนคลายกันและกัน เวลาเราเครียดจากงานกฎหมาย เสาร์อาทิตย์ก็เล่นดนตรีให้มันคลายลง ซึ่งผมก็ไม่กล้าพูดหรอกนะว่ามันเป็นจุดสมดุลของชีวิตผมไหม แต่ผมว่ามันก็โอเคสำหรับตอนนี้

 


ลองจินตนาการถึงภาพคุณยืนว่าความในศาล กับภาพที่คุณโซโล่กีต้าร์บนคอนเสิร์ตใหญ่ ชอบภาพไหนมากกว่ากัน

จริง ๆ แล้วเราชอบทั้งสองบทบาทเลยนะ แต่ถ้าเรื่องความสำคัญ ชีวิตผมทุกวันนี้ผมให้กฎหมาย 60 ดนตรี 40 นะ คือผมไปเล่นที่ญี่ปุ่นมาแล้วซึ่งมันเป็นโอกาสและประสบการณ์ที่ดีมาก แต่ถ้าผมไม่ได้ไปอีกหรือยังไปได้ไม่สุดจริง ๆ ผมหันหลังให้สายกฎหมายร้อยเปอร์เซนต์ไม่ได้ เพราะด้วยวงการดนตรีในไทย ถ้าคุณไม่ได้ประสบความสำเร็จ หรือมีชื่อเสียงจริง ๆ มันยังไม่ได้เลี้ยงตัวเองได้ขนาดนั้นนะ


อนาคตบนเส้นทางสายดนตรียังมีอะไรที่อยากทำบ้าง

ทำไปเรื่อย ๆ ให้ดีที่สุดครับ คือพวกเราก็จะมีคุยกันในวงว่า เราอยากจะไปเล่นที่ คลื่นวิทยุ KEXP 90.3 ซึ่งมันคือคลื่นวิทยุในซีแอตเติ้ล ที่จะมีวงอินดี้เจ๋ง ๆ มาเล่นไลฟ์โชว์ในห้องส่ง ผมอยากไปเล่นที่นั่น ถ้าสำหรับเบสบอลคือโคชิเอ็ง สำหรับผมก็ต้อง KEXP นี่ล่ะครับ  

 

คุณเติร์กอาจจะยังไม่ใช่ตัวอย่างของบุคคลผู้ซึ่งประสบความสำเร็จในสองสายอาชีพนี้ เพราะสำหรับเขาแล้วบนเส้นทางนี้ยังคงมีเป้าหมายที่ต้องเดินต่ออีกยาวไกล แต่แนวคิดของเขาอาจจะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้กับคนที่ลังเลระหว่างการทำงานที่เงินดี แต่ต้องละทิ้งสิ่งที่รัก กับการเลือกทำในสิ่งที่รักแต่ต้องกัดก้อนเกลือกิน ว่าจริง ๆ แล้วคุณอาจจะทำทั้งสองอย่างควบคู่กันได้ ขอเพียงแค่มีความรับผิดชอบ ขยันหาความรู้ รวมถึงมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่เชื่อ และเมื่อนั้นเองความฝันในวัยเยาว์ของคุณก็อาจจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นความจริงได้สักวัน   

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

tags : career focus, career & tips, นักดนตรี, นักกฎหมาย, เคล็ดลับการทำงาน, คนทำงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม