ทำอย่างไรถ้าคุณสมบัติของคุณ Overqualified

ทำอย่างไรถ้าคุณสมบัติของคุณ Overqualified
29/05/19   |   2.7k   |  

ไม่มีใครหรอกที่จะไม่อยากได้คนมีคุณสมบัติครบมาทำงานด้วย แต่การ “ดีเกินไป” เกินกว่าที่เขาต้องการ ก็อาจทำให้เราชวดงานได้เหมือนกัน

 

มีผู้สมัครหลายคนเลยที่ส่งใบสมัครทั้งที่ตัวเอง Overqualified หรือมีคุณสมบัติมากเกินกว่าที่บริษัทต้องการสำหรับการทำงานในตำแหน่งนั้น เช่น ระดับการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน หรือเงินเดือนที่ต้องการ แล้วสุดท้ายก็ไม่ใช่คนที่ถูกเลือก วันนี้ JobThai ก็เลยมีคำแนะนำดี ๆ มาฝากคนที่อยากจะทำงานในตำแหน่งที่ Overqualified รับรองเลยว่า แม้เราจะดีเกินไป แต่ก็จะเป็นคนที่เขาต้องการ

 

 

  • ถามตัวเองให้ดี ว่านี่คืองานที่เราอยากจะทำจริง ๆ หรือเปล่า

  • อย่าโอ้อวดคุณสมบัติมากเกินไป พูดเฉพาะส่วนที่จำเป็นเท่านั้น

  • ใช้ Cover Letter ให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้ได้โอกาสเข้าไปสัมภาษณ์งาน และอธิบายตัวเอง

  • เลือกสิ่งที่จะใส่ลงไปใน Resume เลือกเฉพาะส่วนที่มีประโยนช์ต่องานที่จะสมัครเท่านั้น

  • ยืดหยุ่นกับเงินเดือน เจรจากับผู้สัมภาษณ์

  • สร้างจุดเด่น ใช้คุณสมบัติที่ดีของเราให้เป็นประโยชน์

 

ถามตัวเองให้ดี ว่าอยากทำงานนี้จริง ๆ ใช่ไหม

อย่างแรกเลย แน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมว่าเราอยากจะทำงานนี้จริง ๆ ถึงแม้ว่าจะมีงานที่ดีกว่าหรือเหมาะกับเรามากกว่ารออยู่ แล้วลองพิจารณาให้ละเอียดด้วยว่างานนี้จะช่วยให้เราพัฒนาตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าคำตอบคืองานนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง และเป็นงานที่เราอยากจะทำจริง ๆ ก็อย่ามัวแต่ลังเล ส่งใบสมัครไปได้เลย

 

อะไรที่ Overqualified ก็ไม่ต้องใส่ไปในเรซูเม่

ถ้าไม่อยากจะให้ HR เอาคำว่า Overqualified มาใช้เป็นเหตุผลในการคัดเรซูเม่เราทิ้งตั้งแต่ 3 วินาทีแรกที่เห็น เราก็ไม่ต้องใส่ความสามารถหรือประสบการณ์ทั้งหมดที่เรามีลงในเรซูเม่ เลือกแค่ประสบการณ์หรือวุฒิการศึกษาที่เพียงพอสำหรับการสมัครงานที่ต้องการ หรือใส่สิ่งที่จะทำให้เราได้เปรียบคนอื่นบ้าง โดยที่ยังไม่ Overqualified เช่น ถ้างานที่เราสนใจ ไม่ได้ต้องการวุฒิปริญญาโท หรือประสบการณ์บางอย่างที่เรามีซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยกับตำแหน่งงานนั้น เราก็ไม่ต้องใส่ลงไป การทำแบบนี้จะทำให้เรซูเม่เราน่าสนใจขึ้น และหลุดจากคำว่า Overqualified ไปได้

 

หาพื้นที่แนะนำตัวเองตอนส่ง Resume ด้วย

การที่เรา Overqualified อาจจะทำให้เรซูเม่ของเราถูกคัดทิ้งทั้งที่เรายังไม่มีโอกาสได้เข้าไปสัมภาษณ์ และอธิบายเหตุผลด้วยซ้ำ ดังนั้นเราก็ต้องชิงอธิบายสาเหตุที่อยากจะทำงานตำแหน่งนี้ทั้ง ๆ ที่ Overqualified และสิ่งที่เราคิดว่าจะทำให้บริษัทเพิ่มเติมได้ก่อนซะเลย เช่น ถ้าเราใช้วิธีส่งไฟล์เรซูเม่ไปทางอีเมล เราก็ควรจะเขียน Cover Letter ไปในอีเมลด้วย หรือถ้าสมัครงานผ่านฟีเจอร์ Easy Form ของ JobThai Mobile Application ก็จะสามารถแนะนำตัวเองสั้น ๆ ได้เลย การแนะนำตัวเองก่อนแบบนี้ อาจจจะเพิ่มโอกาสที่ HR จะสนใจและเรียกเราไปสัมภาษณ์ได้

 

ยืดหยุ่นกับเงินเดือนบ้าง

ยิ่งคุณสมบัติสูงเงินเดือนก็สูงตามเป็นเรื่องปกติ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้ HR ไม่สนใจคนที่ Overqualified เพราะเรียกเงินเดือนสูงกว่าว่า Range ที่เขาตั้งไว้ ดังนั้นเราควรจะยืดหยุ่นเรื่องเงินเดือนบ้าง และทำให้เขารู้ว่าเราพร้อมที่จะเจรจาเพื่อหาจุดที่ทั้งเราและเขาโอเค เพราะเราเชื่อว่าส่วนใหญ่คนที่สมัครงานทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเอง Overqualified ก็น่าจะให้ความสำคัญกับเนื้องานที่น่าสนใจ ท้าทาย หรือโอกาสในการเปลี่ยนสายงานมากกว่าเรื่องเงิน

 

เปลี่ยนคุณสมบัติที่มากเกินไป ให้กลายเป็นจุดเด่น

เหรียญยังมีสองด้าน คุณสมบัติที่ Overqualified ของเราก็ไม่ได้ส่งแค่ผลเสียกับเราหรอก แต่เราก็สามารถเอาคุณสมบัติที่เราเหนือกว่าคนอื่นมาเป็นจุดเด่นได้เหมือนกัน ลองเล่าให้คนที่สัมภาษณ์เราฟังสิว่าคุณสมบัติที่เขามองว่ามัน Overqualified นั้นมันมีประโยชน์อะไรกับการทำงานและบริษัทเขาบ้าง ยิ่งถ้าเรามีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัคร ก็จะยิ่งได้เปรียบ และอาจจะโดดเด่นกว่าแคนดิเดตคนอื่นได้เลยด้วยซ้ำ

 

อย่าอวดคุณสมบัติที่มีมากไป

ถึงเราจะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าคนอื่น และมั่นใจว่ามันมีประโยชน์ แต่เวลาที่เราสัมภาษณ์ก็อย่าโอ้อวดคุณสมบัติที่เรามีจนมากเกินไป และไม่ต้องเอาแต่พูดว่าเรามีคุณสมบัติแบบนี้แบบนั้นที่มากกว่าคนอื่น ๆ เพราะ HR เขารู้จากเรซูเม่เราอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราต้องทำก็คือ อธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงสนใจงานนี้ งานนี้สร้างความท้าทายให้กับเรายังไงมากกว่า ยิ่งเราขายความสามารถของตัวเองได้มากเท่าไหร่คนสัมภาษณ์ก็จะสนใจเรามากขึ้น

 

ไม่ว่าจะงานอะไร บริษัทไหนก็ต้องการคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งมากที่สุดอยู่แล้ว การที่เรามีคุณสมบัติ Overqualified ไม่ได้หมายความว่าเราจะพลาดงานนั้นเสมอไปหรอก ถ้าเราหาโอกาสแสดงความตั้งใจที่จะทำงานนั้น และบอกสิ่งที่เราสามารถทำให้กับบริษัทได้แล้วล่ะก็ เราก็จะสามารถเปลี่ยนตัวเองจากแคนดิเดตที่ Overqualified เป็นคนที่น่าสนใจได้ไม่ยากเลย

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงานที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิด

เพิ่มเพื่อน

 

ที่มา : 

careerbuilder.com

monster.com

tags : งาน, หางาน, สัมภาษณ์งาน, overqualified, เคล็ดลับคนทำงาน, resume, cover letter, career & tips, คนทำงาน, เคล็ดลับการสมัครงาน, สมัครงาน, job interview



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม