เดี๋ยวนี้ทักษะด้านภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะกับตำแหน่งงานที่ต้องทำงานกับชาวต่างชาติ หรืองานในบริษัทระดับนานาชาติที่ต้องการคนที่มีทักษะนี้ ทำให้องค์กรเริ่มระบุเกณฑ์เอาไว้ในประกาศงานว่าผู้สมัครจะต้องเคยผ่านการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษมาแล้วและได้คะแนนตามที่กำหนด หรือในบางองค์กรอาจจะไม่ได้บังคับว่าต้องมีผลการทดสอบ แต่มีการจูงใจด้วยการให้ค่าตอบแทนเพิ่มเติมหากมีระดับคะแนนถึงเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนด โดย 3 ประเภทการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่เรามักจะได้ยินบ่อย ๆ ก็คือ TOEIC, TOEFL และ IELTS
วันนี้ JobThai เลยจะขอพาคนทำงานไปทำความรู้จักกับการสอบทั้ง 3 แบบนี้ ตั้งแต่ภาพรวมของข้อสอบ ลักษณะข้อสอบ วิธีการคิดคะแนน และช่องทางการสมัคร
TOEIC (Test of English for International Communication) เป็นข้อสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษสำหรับการทำงานในบริบทธุรกิจและองค์กร เน้นสถานการณ์ในชีวิตการทำงาน เช่น การประชุม การติดต่อธุรกิจ หรือการเขียนอีเมลสำหรับสื่อสารในการทำงาน
การสอบ TOEIC แบบทั่วไปเหมาะสำหรับคนที่ต้องการยื่นคะแนนเพื่อประกอบการสมัครงานในบริษัทเอกชนหรือองค์กรต่างชาติ ซึ่งบางบริษัทในไทยใช้เป็นเกณฑ์ภาษาอังกฤษในองค์กร (บางมหาวิทยาลัยใช้เป็นเกณฑ์จบการศึกษา) นอกจากนั้นยังมีการสอบ TOEIC Public ด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้ยื่นคะแนนในต่างประเทศ
โดยข้อสอบ TOEIC มี 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ TOEIC Listening & Reading Test และ TOEIC Speaking & Writing Test
TOEIC Listening & Reading Test
เป็นการสอบที่เน้นวัดทักษะการฟังและการอ่านเป็นหลัก โดยเหมาะกับการใช้สมัครงานทั่วไป (ปัจจุบันนิยมสอบแบบนี้มากกว่า)
ลักษณะข้อสอบ:
- ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท ได้แก่ พาร์ทการฟัง และพาร์ทการอ่าน
- รวมคะแนนเต็ม 990 คะแนน
- ผลสอบมีอายุ 2 ปี
- ราคาค่าสอบประมาณ 1,800 บาทสำหรับการสอบ TOEIC แบบทั่วไป และ 2,000 บาท สำหรับการสอบ TOEIC Public (ข้อมูลวันที่ 25 มีนาคม 2569)
TOEIC Speaking & Writing Test
เป็นการสอบที่เน้นวัดทักษะการพูดและการเขียน ใช้สำหรับงานที่ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษแบบที่จะต้องใช้ความสามารถทางด้านการพูดและการเขียน
ลักษณะข้อสอบ:
- ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท ได้แก่ พาร์ทการพูด และพาร์ทการเขียน
- รวมคะแนนเต็ม 400 คะแนน
- ผลสอบมีอายุ 2 ปี
- ราคาค่าสอบประมาณ 3,500 บาท (ข้อมูลวันที่ 25 มีนาคม 2569)
ติดต่อจองสอบ TOEIC ได้ที่ Center for Professional Assessment (Thailand) ตัวแทนแต่ผู้เดียวในประเทศไทย ผ่านทาง Call Center (จองสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทำการ ก่อนวันสอบ)
- ศูนย์สอบกรุงเทพฯ: 02-260-7061, 02-259-3990 ต่อ 101 หรือ ต่อ 603 สำหรับภาษาอังกฤษ
- ศูนย์สอบเชียงใหม่: 05-324-1273 ถึง 5
TOEFL (Test of English as a Foreign Language) เป็นข้อสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษสำหรับประเมินความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษที่ยึดตามภาษาอังกฤษแบบ American เพื่อวัดระดับภาษาสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการสื่อสาร โดยข้อสอบ TOEFL ที่เป็นที่นิยมในไทย คือ TOEFL iBT (TOEFL Internet-based Test)
TOEFL เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ สมัครทุนการศึกษา และบางบริษัทยังใช้เป็นเกณฑ์ในการสมัครเข้าทำงานอีกด้วย
TOEFL iBT
มักสอบเพื่อนำคะแนนไปใช้ประกอบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในต่างประเทศ ไปจนถึงการยื่นคะแนนเพื่อสมัครเข้าทำงานในตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะภาษาอังกฤษ
ลักษณะข้อสอบ TOEFL iBT:
- ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 พาร์ท ได้แก่ พาร์ทการอ่าน, พาร์ทการฟัง, พาร์ทการพูด และพาร์ทการเขียน (เป็นการสอบผ่านคอมพิวเตอร์ทั้งหมด)
- แต่ละพาร์ทมีคะแนนเต็ม 30 คะแนน รวมคะแนนเต็มทั้งหมด 120 คะแนน
- ใช้วิธีนำคะแนนของทั้ง 4 พาร์ทมารวมกันเป็นคะแนนรวม (ช่วงคะแนน 0 - 120 คะแนน)
- ผลสอบมีอายุ 2 ปี
- ราคาค่าสอบประมาณ 215 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,500 – 7,000 บาท (ข้อมูลวันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยค่าสอบอาจขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน)
ติดต่อจองสอบ TOEFL ได้โดยการสมัครสอบผ่านเว็บไซต์ของ Educational Testing Service (ETS) ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ TOEFL โดยตรง โดยสามารถเลือกสอบที่ศูนย์สอบ (Test Center) หรือสอบแบบ TOEFL iBT Home Edition (สอบออนไลน์จากที่บ้าน)
รู้จักกับ TOEFL รูปแบบอื่น ๆ
- TOEFL ITP (Institutional Testing Program): การสอบที่หน่วยงานหรือสถาบันซื้อข้อสอบจาก ETS ไปจัดสอบเอง โดยผลคะแนนมักใช้ได้เฉพาะภายในสถาบันนั้น
- TOEFL PBT (Paper-Based Test): การสอบแบบกระดาษ (ใช้เฉพาะในพื้นที่ที่ไม่สะดวกสอบผ่านอินเทอร์เน็ต)
- TOEFL JUNIOR: การสอบสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา
IELTS (International English Language Testing System) เป็นข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่ใช้ประเมินทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน โดยเป็นข้อสอบที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
IELTS เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมัครเรียนต่อต่างประเทศ ไปจนถึงการสมัครงานในบางบริษัท อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ประกอบการยื่นเรื่องย้ายถิ่นฐานได้อีกด้วย
โดยข้อสอบ IELTS จะมี 2 รูปแบบ ได้แก่ IELTS General Training และ IELTS Academic
IELTS General Training
เป็นการทดสอบวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษสำหรับคนที่ต้องการใช้คะแนนเพื่อเหตุผลด้านการทำงาน เช่น การสมัครงาน เพิ่มเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง ไปจนถึงการศึกษาต่อในต่างประเทศในระดับที่ต่ำกว่าปริญญาตรี และการย้ายถิ่นฐาน
IELTS Academic Training
เป็นการทดสอบวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษสำหรับคนที่ต้องการสมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือระดับบัณฑิตศึกษา และอาจรวมถึงการทำงานที่ต้องการทักษะภาษาอังกฤษขั้นสูง
ลักษณะข้อสอบ IELTS
-
- ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 พาร์ท ได้แก่ พาร์ทการฟัง, พาร์ทการอ่าน, พาร์ทการเขียน และ พาร์ทการพูด
- เนื้อหาของข้อสอบของแบบ General Training และ Academic Training จะเหมือนกันในพาร์ทของการพูดและการฟัง แต่จะแตกต่างกันในพาร์ทของการอ่านและการเขียน ที่เนื้อหาข้อสอบของ Academic Training จะยากกว่า
- แต่ละพาร์ทมีคะแนนตั้งแต่ 0-9 คะแนน
- คะแนนรวมจะคำนวณจากค่าเฉลี่ยของทั้ง 4 ทักษะ ออกมาเป็น Overall Band Score (0-9)
- ผลสอบมีอายุ 2 ปี
- ราคาค่าสอบประมาณ 8,000 – 8,500 บาท (ข้อมูลวันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยค่าสอบอาจขึ้นอยู่กับรูปแบบการสอบและศูนย์สอบ)
ติดต่อจองสอบ IELTS ได้โดยการสมัครสอบผ่าน 2 เว็บไซต์ ดังนี้
จากข้อมูลจะเห็นว่าการสอบวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษทั้ง TOEIC, TOEFL และ IELTS มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรหรือหน่วยงานที่เราต้องยื่นคะแนนนั้นกำหนดเกณฑ์แบบไหน โดยข้อสอบทั้ง 3 แบบนี้ก็ถือว่าเป็นที่ยอมรับในระดับสากล การมีคะแนนสอบวัดระดับภาษาอังกฤษอยู่ในมือจึงเป็นเหมือนกับเครื่องยืนยันว่าเราสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และจะช่วยเปิดโอกาสทั้งในด้านการทำงาน การเติบโต และการได้ร่วมงานกับผู้เล่นคนสำคัญในระดับสากล
ที่มา:
englishparks.in.th
opendurian.com
chulatutor.com
englishparks.in.th
cpathailand.co.th
wallstreetenglish.in.th
chulatutor.com
chulatutor.com
opendurian.com