จะเริ่มต้นการเขียนเรซูเม่อย่างไรให้โดดเด่นโดนใจ HR

จะเริ่มต้นการเขียนเรซูเม่อย่างไรให้โดดเด่นโดนใจ HR
01/08/18   |   3.1k   |  

เรซูเม่เป็นเอกสารชิ้นสำคัญที่สุดในการสมัครงานเลยก็ว่าได้ เพราะจุดเริ่มต้นแรกสุดที่จะทำให้องค์กรสนใจเราได้ก็อยู่ที่เอกสารชิ้นนี้ แม้ว่าในการสมัครงานเรามักจะส่งจดหมายสมัครงานร่วมกับเรซูเม่ด้วย แต่ในองค์กรที่มีผู้สมัครงานเป็นจำนวนมาก HR อาจจะเลือกอ่านเพียงแค่เรซูเม่เท่านั้นเพื่อความรวดเร็วในการคัดกรองผู้สมัครงาน 

 

มีข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งที่ผู้เริ่มต้นสมัครงานมักจะทำกัน ก็คือการใช้เรซูเม่แบบเดียวสมัครงานในทุกประเภท อันที่จริงแล้วเรซูเม่ควรปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่เราต้องการสมัคร ดังนั้นวิธีการที่จะเขียนเรซูเม่ให้ออกมาได้ดี ประทับใจ HR ผู้ที่จะเป็นด่านแรกในการพิจารณาเลือกเราเข้าไปสัมภาษณ์งาน ควรจะเริ่มจากการตั้งเป้าหมายก่อนว่าคุณอยากจะทำอาชีพอะไรเพื่อจะได้ปรับเรซูเม่ให้ตรงกับสายอาชีพนั้น ๆ และหากมีองค์กรในฝันที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในใจด้วยแล้ว เรายิ่งควรศึกษาวัฒนธรรมขององค์กรนั้นจากข้อมูลที่เปิดเผย รวมถึงหาข้อมูลเกี่ยวกับสายอาชีพที่เราต้องการตามแหล่งต่าง ๆ เพื่อให้ทราบว่าเรซูเม่แบบใดที่เราควรจะสร้างสรรค์ออกมา

 

สำหรับคนที่รู้เป้าหมายของตนเองอยู่แล้วว่าอยากจะทำงานในสายอาชีพไหน และองค์กรแบบใด แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี JobThai จะขอแนะนำขั้นตอนเริ่มต้นเขียนเรซูเม่ และเคล็ดลับต่าง ๆ มาให้คนที่กำลังจะสมัครงานได้มาศึกษาร่วมกัน เพราะเรซูเม่คือด่านแรกที่องค์กรจะได้ทำความรู้จักกับเรา และหากสามารถสร้างความประทับใจได้ ก็จะทำให้เราได้ไปสู่ด่านต่อไปนั่นก็คือ “การสัมภาษณ์งาน” นั่นเอง มาเตรียมตัวให้พร้อมกันเถอะ

 

การเขียนเรซูเม่ที่ดีถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์หรือได้งานมากขึ้น เพราะการสมัครเข้าทำงานในทุกองค์กรนั้น สิ่งแรกที่จะทำให้องค์กรรู้จักกับเรา ก็คือเรซูเม่นั่นเอง ดังนั้นจะต้องรวบรวมข้อมูลของตัวเราทั้งหมด เช่น ประวัติส่วนตัวโดยสังเขป ประวัติการศึกษา ถ้าเคยทำงานที่อื่นมาก่อนก็ใส่ประวัติการทำงาน รวมทั้งความถนัด ความสามารถพิเศษ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา แต่ต้องสัมพันธ์และเป็นประโยชน์ต่อตำแหน่งงานนั้น ๆ ด้วย

 

 

  • เบอร์โทรศัพท์ อีเมล บล็อก เว็บไซต์ หรือข้อมูลโซเชียลมีเดียควรตรวจสอบให้ถูกต้องแม่นยำ เพราะถ้าข้อมูลไม่ถูกต้อง HR ก็จะไม่สามารถติดต่อเพื่อจะนัดสัมภาษณ์ได้
  • การจัดรูปแบบของเรซูเม่ หรือ Format ให้เหมาะสมจะทำให้ฝ่ายบุคคลใช้เวลาอ่านเรซูเม่ง่ายขึ้นและเข้าใจได้เร็วขึ้น
  • ทักษะจะเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ทำให้เรซูเม่น่าสนใจ จึงควรใส่ทักษะที่คุณมีและตรงกับที่เขาต้องการ ซึ่งดูได้จากรายละเอียดประกาศงาน
  • ลองให้เพื่อนที่สนิท หรืออาจารย์ที่ปรึกษาอ่าน เพื่อให้คนอื่นแนะนำว่าสิ่งที่คุณเขียนเป็นตัวคุณจริง ๆ หรือเปล่า พวกเขาอาจจะมองเห็นทักษะอื่น ๆ ที่คุณยังมองไม่เห็นในตัวเอง

 

 

 

เตรียมข้อมูลให้แม่นยำ

หากยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี อย่างแรกเลยก็คือรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตัวเราเองให้ได้มากที่สุด เพราะเวลาที่ต้องเขียนเรซูเม่นั้นจะต้องทำให้ผู้อ่านเรซูเม่เห็นความสามารถของเรา จากสิ่งที่เคยทำในช่วงก่อนที่จะมาสมัครงาน เช่น ประวัติการศึกษาจะต้องระบุปีการศึกษาให้ถูกต้อง รวมถึงกิจกรรมที่เคยทำ อาจจะเป็นเพียงกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราเองก็ลืมไปแล้วว่าเคยทำ หรือลองเลื่อนดูรูปเก่า ๆ สมัยมหาวิทยาลัย หรือมัธยมใน Facebook และประกาศนียบัตรต่าง ๆ ที่เคยได้รับมา ก็จะทำให้มีเรื่องที่จะเขียนลงเรซูเม่มากขึ้น การรวบรวมเอกสารจะทำให้เราไม่ลืมข้อมูลที่สำคัญไป นอกจากนี้ ประสบการณ์ต่าง ๆ นอกเหนือจากการเรียนยังเป็นสิ่งที่ HR ให้ความสำคัญในเรซูเม่ด้วย

อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือข้อมูลติดต่อของเรา เช่น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล บล็อก เว็บไซต์ หรือข้อมูลโซเชียลมีเดียก็ควรเขียนให้ครบครันและถูกต้อง เพราะว่าหากคุณเป็นที่สนใจของ HR แต่คุณให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง HR ก็ไม่สามารถติดต่อคุณเพื่อนัดสัมภาษณ์ได้เช่นกัน ความแม่นยำของข้อมูลจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

 

ทำโครงร่างให้เหมาะสม

สาเหตุที่ต้องจัดโครงสร้างของเรซูเม่ หรือ Format ให้เหมาะสม เพราะแต่ละวันมีคนทำการสมัครงานมากมาย ทำให้ฝ่ายบุคคลต้องใช้เวลาอ่านเรซูเม่สั้นลง โดยเฉลี่ยอาจจะอยู่ที่ 6 – 10 วินาที ต่อหนึ่งเรซูเม่ ทำให้โครงสร้างของเรซูเม่ที่ไม่ดี หรือดูยากก็จะหลุดออกจากความสนใจของ HR ได้อย่างง่ายดาย โอกาสที่จะได้งานก็หลุดลอยตามไปด้วย

เราควรวางโครงสร้างก่อนว่า ข้อมูลส่วนตัวอย่างที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลติดต่อกลับที่ต้องทำให้เด่นชัด ควรจะวางตรงไหน ที่มุมบนสุดซ้ายหรือขวาจะเด่นกว่ากัน ส่วนประวัติการศึกษาและกิจกรรมต่าง ๆ ก็อาจจะให้อยู่ด้วยกันได้ โดยแบ่งออกเป็น 2 คอลัมน์ หรือทำเป็นตารางสี่เหลี่ยม เพื่อง่ายต่อการสแกนอ่าน และอย่าลืมว่าสิ่งที่ควรทำในการเขียนเรซูเม่ ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือควรจะเป็นลิสต์ข้อมูลเป็นข้อ ๆ ลงมาตามหัวข้อ หรือเป็น Bullet Point เพื่อไม่ให้ยาวและอ่านยากจนเกินไป

 

เลือกใช้คีย์เวิร์ดในเรซูเม่ให้ถูกต้อง

คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่จะใส่ในเรซูเม่จะต้องเขียนให้ชัดเจนและถูกต้อง โดยคีย์เวิร์ดจะเป็นคำสั้น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเรามีความสามารถหรือทักษะอะไร ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ Hard Skill กับ Soft Skill โดยความหมายของสองคำนี้สรุปคร่าว ๆ ได้ว่า

  • Hard Skill คือทักษะที่เป็นลักษณะการทำงานเชิงเทคนิค หรือทักษะที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทาง
  • Soft Skill เป็นทักษะเสริมเกี่ยวกับบุคลิกภาพ และการเข้าสังคม ที่จะช่วยให้การทำงานของเราลื่นไหลมากขึ้น เป็นต้น

อย่างแรกควรตรวจสอบก่อนว่าเรามี Hard Skill กับ Soft Skill อะไรบ้าง จากนั้นจึงไปดูประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งที่ต้องการ อาจจะเป็นเว็บไซต์หางาน หรือหน้าเว็บไซต์ของบริษัทที่เราสนใจว่าเขากำลังต้องการทักษะใด แล้วเรามีทักษะตรงกับที่เขาต้องการหรือไม่

อย่าลืมว่าบริษัทที่รับสมัครต้องดูใบสมัครหลายร้อยใบ ดังนั้นหากเราไม่สามารถทำให้เขาเห็นว่าเรามีคุณสมบัติที่ตรงกับสิ่งที่บริษัทกำลังมองหาอยู่ก็เรียกได้ว่าโอกาสที่เราจะได้เข้าไปสู่ด่านของการสัมภาษณ์งานนั้นจะน้อยลงมาก ลองกลับไปเพิ่มพูนทักษะเหล่านั้นให้มากขึ้นก่อนแล้วค่อยกลับมาสมัครใหม่ แต่หากมั่นใจจริง ๆ ว่าตนเองมีคุณสมบัติที่ตรงกับบริษัท ก็ควรทำส่วนนี้ให้โดดเด่นเพื่อให้องค์กรเห็น และสนใจในตัวคุณ

 

ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น

เมื่อเขียนเรซูเม่เสร็จก็อาจจะลองให้เพื่อนที่สนิท หรืออาจารย์ที่ปรึกษาอ่าน เพื่อให้คนอื่นแนะนำว่าสิ่งที่เราเขียนนั้นมีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง ดูเกินจริงไปไหม และพวกเขายังอาจจะมองเห็นทักษะอื่น ๆ ที่เราเผลอมองข้ามไปด้วยความเคยชินของเราเอง หรือที่เราไม่ได้สังเกตเห็นในตัวเองอีกด้วย นอกจากนี้เหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือการให้คนอื่นช่วยอ่านก็เป็นการตรวจสอบคำผิดซ้ำอีกรอบไปในตัวด้วย เพราะความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการสะกดคำผิดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำในการเขียนเรซูเม่อย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เราดูไม่มีความตั้งใจจริงในการสมัครงานได้

 

Resume Hack

สิ่งที่จะทำให้เรซูเม่ของเราน่าสนใจ ดูเป็นมืออาชีพ ก็คือการที่เราสื่อสารเกี่ยวกับตัวเองบนพื้นที่ที่จำกัดได้อย่าง “ครบถ้วน” และ “ง่าย” ต่อการอ่าน ซึ่งอาจจะพิจารณาจาก 3 ข้อต่อไปนี้

 

1. รูปแบบและความสวยงาม

สำหรับบางองค์กรที่เป็นองค์กรรุ่นใหม่ เน้นความคิดสร้างสรรค์ หรือสายงานที่เกี่ยวข้องกับด้านการออกแบบอาจต้องใช้สีสัน และลวดลายเพื่อให้เรซูเม่ดูสร้างสรรค์ แต่แม้ว่าจะใช้สีสันหรือลวดลายเพื่อเน้นข้อความ ก็ควรจะให้เด่นแค่เพียงบางจุดที่สำคัญ โดยเฉพาะจุดที่แสดงความสามารถของเราเอง อย่าเน้นมากจนถึงขั้นอ่านไม่รู้เรื่อง ในสายอาชีพออกแบบแล้วนี่ก็เป็นพื้นที่ที่เราจะได้แสดงออกด้วยว่าเรามีกึ๋นในการออกแบบงานแค่ไหนได้อีกด้วย  

 

2. ลักษณะฟอนต์

บางคนอาจจะคิดว่าการใช้ฟอนต์ธรรมดา ๆ นั้นดูน่าเบื่อ เหมือนเป็นการเขียนรายงานสมัยมหาวิทยาลัย จึงเลือกที่จะสร้างความแตกต่างให้กับเรซูเม่โดยการใช้ฟอนต์ที่แปลกตา แต่นั่นกลับจะทำให้ HR โยนเรซูเม่ของเราทิ้งไปได้ เพราะถ้าฟอนต์แปลกจริง ๆ ก็มีแนวโน้มว่าฟอน์นี่ไม่ได้มีในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ฟอนต์ที่เลือกก็อาจจะเด้งจนอ่านไม่ออกเลยก็ได้ หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือเลือกใช้ฟอนต์ที่อ่านยากเกินไป จนทำให้ HR ไม่ได้โฟกัสกับเนื้อความในเรซู่เม่ แต่กลับไปมัวหงุดหงิดเรื่องฟอนต์นั่นเอง ทั้งนี้เมื่อเลือกฟอนต์ที่เหมาะสมแล้วก็ควรใช้ให้เป็นแบบเดียวกันทั้งเรซูเม่ด้วยเช่นเดียวกัน

 

3. ขนาดฟอนต์

ควรอยู่ที่ 14 – 16 ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกใช้ฟอนต์อะไร เพราะฟอนต์แต่ละตัวก็ใช้พื้นที่ (Space) ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ก็ควรพิจารณาเรื่องของ Text Align ด้วย ซึ่งการเลือกการข้อความชิดซ้ายจะดีที่สุดเพราะสอดคล้องกับวิธีการอ่านหนังสือแบบสากล แต่สำหรับคนที่ชอบให้ฟอนต์ชิดหน้าหลังเสมอกัน (Justify Text) ก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน แต่อาจจะต้องตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่ามีข้อความที่ตกหล่น หรือห่างจนอ่านลำบากหรือไม่ เพราะสิ่งสำคัญของเรซูเม่คือต้อง “อ่านง่าย” นั่นเอง

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

 

ที่มา:

thebalance.com

forbes.com

tags : career & tips, งาน, หางาน, สมัครงาน, เรซูเม่, resume, นักศึกษาจบใหม่, freshgrad, เทคนิคสำหรับเด็กจบใหม่, เคล็ดลับการสมัครงาน



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม