ขายตัวเองให้เป็น เคล็ดลับสัมภาษณ์งานของนักขาย ให้โดนใจคนสัมภาษณ์

ขายตัวเองให้เป็น เคล็ดลับสัมภาษณ์งานของนักขาย ให้โดนใจคนสัมภาษณ์
13/07/18   |   3k   |  

“ผมอยากจะเล่าให้ทุกท่านฟังว่าผมจะเพิ่มยอดขายให้กับที่นี่ได้อย่างไร… ”

บิณฑ์เริ่มเล่าถึงกลยุทธ์การขายให้กับผู้สัมภาษณ์ฟัง โดยก่อนที่เขาจะมาในวันนี้เขาศึกษาธุรกิจขององค์กรมาอย่างดี และเขาก็มั่นใจพอสมควรเลยว่าเขาจะได้งานนี้

สำหรับการสมัครงานในตำแหน่งงานขาย สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือการแสดงออกถึงประสบการณ์และทักษะในการขายของเราให้ผู้สัมภาษณ์ได้เห็น ซึ่งการบอกเล่าผ่านตัวอักษรในเรซูเม่คงจะยังไม่สามารถทำให้ทางบริษัทเห็นความสามารถของเราได้มากเท่าไหร่

ดังนั้นถ้าเราสามารถสร้างเรซูเม่ที่น่าสนใจ จนผ่านด่านการคัดเรซูเม่และถูกเรียกมาสัมภาษณ์งานได้แล้ว เราก็ควรจะใช้ช่วงเวลานี้ในการบอกเล่าและแสดงทักษะความสามารถของเราให้เต็มที่ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญและมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจรับเราเข้าทำงาน และอย่าลืมว่าคนอื่น ๆ ที่เขาผ่านมาได้เหมือนเรา ก็ต้องล้วนเป็นคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเช่นกัน แต่สิ่งที่จะทำให้เราเอาชนะผู้สมัครคนอื่น ๆ ที่มีทั้งความสามารถและประสบการณ์ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันได้ก็คือเราต้องทำให้การสัมภาษณ์งานของเราโดดเด่นและเป็นที่จดจำนั่นเอง ซึ่งเคล็ดลับการสัมภาษณ์งานสำหรับนักขายนั้นมีอะไรบ้าง ไปดูกันในบทความนี้ได้เลย
 

 

  • คิดเสียว่าการสัมภาษณ์งานครั้งนี้คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ โดยที่ตัวเราเองคือผลิตภัณฑ์และผู้สัมภาษณ์เป็นลูกค้าที่เราต้องเสนอขาย และนำเสนอข้อดีที่คิดว่าจะทำให้เขายากที่จะปฏิเสธเราได้

  • สิ่งที่จะพิสูจน์ความสามารถได้ดีที่สุดคือความสำเร็จที่คุณเคยทำได้ โดยอธิบายให้เห็นภาพทั้งในด้านตัวเลข และกลยุทธ์ที่คุณใช้ นอกจากนั้นควรแสดงออกให้ผู้สัมภาษณ์เห็นถึงความกระตือรือร้น หรือแรงขับภายในที่ผลักดันให้คุณอยากประสบความสำเร็จด้วย

  • การพูดถึงเรื่องเงินเดือน หรือค่าคอมมิชชัน ถือเป็นเรื่องสำคัญที่คนเป็นนักขายควรพูดคุยให้ชัด เนื่องจากค่าคอมมิชชันคือแรงผลักดันหนึ่งสำหรับคนเป็นนักขาย

 

 

ทำให้การสัมภาษณ์เป็นสนามที่เราได้โชว์ทักษะการขาย

ในเมื่อตำแหน่งงานที่เราสมัครคือนักขาย เราจึงต้องแสดงความสามารถในด้านการขายของเราออกมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งช่วงเวลาที่เราจะได้แสดงทักษะอย่างเต็มที่ ก็คงจะหนีไม่พ้นช่วงเวลาของการสัมภาษณ์งาน

เมื่อได้เข้ามาในห้องสัมภาษณ์แล้ว ให้เรามองตัวเองเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการจะขาย และมองคนสัมภาษณ์เป็นเหมือนลูกค้า ถ้าสินค้าชิ้นหนึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการอะไรบางอย่างของผู้บริโภค ในสถานการณ์นี้เราเองเปรียบเสมือนสินค้าชิ้นหนึ่ง เราก็ต้องพยายามขายตัวเองให้เขาเห็นว่าเราสามารถช่วยเขาแก้ปัญหา และให้ในสิ่งที่เขาต้องการได้ นำเสนอข้อดี คุณสมบัติ หรือทักษะของเราที่ตรงกับสิ่งที่เขามองหา และประโยชน์ที่เขาจะได้จากการจ้างเราไปทำงาน รวมถึงแสดงให้เขาเห็นด้วยว่าเรามีความรู้ในเรื่องการขาย และมีสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์การขายต่าง ๆ ที่ผ่านมาในขณะที่กำลังสัมภาษณ์งานด้วย เพื่อให้เขาเห็นและมั่นใจมากขึ้นว่าทำไมเราจึงเป็นคนที่เหมาะสมกับงานนี้

นอกจากนั้น ลักษณะการพูด และบุคลิกต่าง ๆ ของเราก็สำคัญ ทั้งคำพูดคำจาที่ฉะฉาน มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ หรือแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะขายผลิตภัณฑ์ ล้วนมีส่วนช่วยในการขายทั้งสิ้น ดังนั้นในการสัมภาษณ์งานเราจึงไม่ควรละเลยสิ่งเหล่านี้เช่นกัน และแม้ว่าคนที่สัมภาษณ์เราจะถามคำถามที่แสนโหด หรือมีคำพูดที่พูดถึงข้อเสียของเรา ก็อย่าปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นมาทำให้เราเสียความมั่นใจ แต่จงตอบคำถามหรืออธิบายให้เขาเข้าใจด้วยความกระตือรือร้น และชัดเจน พร้อมกับรอยยิ้มอยู่เสมอ

 

ความสำเร็จเป็นเครื่องมืออย่างดี ที่จะช่วยให้การสัมภาษณ์โดดเด่น

อีกหนึ่งสิ่งที่ควรจะต้องหาโอกาสพูดให้ได้ในช่วงเวลาที่สัมภาษณ์งานก็คือ ผลงานที่โดดเด่นและความสำเร็จของเรา ซึ่งเราอาจจะเอ่ยถึงผลงานที่โดดเด่นของเราโดยใช้ตัวเลขในการดึงดูดความสนใจไปแล้วในเรซูเม่ที่ส่งไป แต่พื้นที่ในเรซูเม่คงจะไม่เอื้ออำนวยให้เราได้อธิบายมากนัก เราจึงควรที่จะใช้โอกาสนี้ในการอธิบายถึงผลงานเหล่านั้นให้ชัดเจนและละเอียดขึ้น เช่น อธิบายถึงวิธีการที่ทำให้ได้มาซึ่งผลงานนั้น มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นระหว่างทางบ้าง แล้วเราแก้ปัญหานั้นอย่างไร มีวิธีการโน้มน้าวจูงใจลูกค้าอย่างไร และเพราะอะไรจึงทำให้เราสามารถปิดการขายได้ในที่สุด หรือถ้าผลงานนั้นเป็นผลงานที่ทำร่วมกันเป็นทีม เราก็ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่าเรามีส่วนสำคัญในการทำให้ผลงานนั้นประสบความสำเร็จอย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม นอกจากผลงานที่เป็นตัวเลขและเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินแล้ว ความสำเร็จจำพวกความพึงพอใจของลูกค้า หรือผลงานที่แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีความภักดีต่อแบรนด์ ต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการของเราก็เป็นสิ่งที่ควรจะหยิบขึ้นมาพูดเช่นกัน เพราะยอดขายที่เราทำได้ในวันนี้ มันเป็นความสำเร็จเพียงสั้น ๆ ที่พอปิดการขายได้ก็จบ แต่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับลูกค้านั้นเป็นสิ่งที่ยืนยาวกว่า

การบอกเล่ารายละเอียดขั้นตอนและวิธีการทำงาน นอกจากจะทำให้ผู้สัมภาษณ์เห็นถึงความตั้งใจของเราแล้ว ยังอาจทำให้เขาเห็นอีกด้วยว่าเราเป็นคนที่มีบุคลิกลักษณะนิสัยอย่างไร มีรูปแบบการทำงานแบบไหน และเราให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรมากที่สุด ซึ่งหากบุคลิกลักษณะนิสัยของเราเป็นไปในทิศทางเดียวกับวัฒนธรรมองค์กรหรือการทำงานในทีมของเขา ส่วนนี้ก็จะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเราได้ไม่น้อยเลย

 

สื่อสารถึงความเชื่อ หรือพลังผลักดันที่ทำให้เราอยากประสบความสำเร็จ

ถ้าเราได้พูดถึงอะไรบางอย่างที่มีความสำคัญกับเรามาก และสิ่งนั้นเป็นแรงผลักดันให้เรามาทำงานนี้ ก็อาจจะยิ่งช่วยเพิ่มคะแนนในการสัมภาษณ์ได้เช่นกัน เพราะงานขายเป็นงานที่ค่อนข้างกดดัน และหลายคนมักจะท้อเมื่อการขายไม่ราบรื่นอย่างที่คิด จนทำให้ทิ้งงานไปเสียดื้อ ๆ แต่การที่เรามีเป้าหมายหรือแรงผลักดันอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลัง จะทำให้ผู้สัมภาษณ์มั่นใจขึ้นอีกว่าเราจะไม่ยอมแพ้กับสิ่งที่ทำง่าย ๆ แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาและความยากลำบากในการทำงาน

นอกจากนั้นอย่าลืมแสดงออกถึงความกระตือรือร้นที่อยากจะทำงานนี้ระหว่างสัมภาษณ์ด้วย เพราะนอกจากจะทำให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าเราตั้งใจที่จะทำงานนี้จริง ๆ แล้ว เขาจะรู้สึกอีกด้วยว่าเรามีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับอาชีพนี้ เพราะความกระตือรือร้นและไม่ยอมแพ้เป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากของนักขายที่ดี

 

พูดเรื่องเงินระหว่างสัมภาษณ์ ไม่ใช่เรื่องต้องห้ามสำหรับนักขาย

ในการสัมภาษณ์งานทั่ว ๆ ไป คำแนะนำหนึ่งที่เรามักจะได้ยินกันบ่อย ๆ ก็คือ ไม่ควรพูดถึงเรื่องเงินในการสัมภาษณ์ แต่สำหรับการสัมภาษณ์งานนักขายในบางตำแหน่งหรือในบางองค์กรก็อาจจะไม่ใช่เรื่องต้องห้ามเสมอไป เพราะนักขายเป็นอาชีพที่ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อยู่แล้ว เช่น ถ้าตำแหน่งงานขายที่เราสมัครเป็นตำแหน่งพนักงานขายทั่วไป และในประกาศรับสมัครสมัครงานแจ้งไว้ว่าเราจะได้ค่าคอมมิชชันเพิ่มเติมตามยอดขาย เราก็อาจจะพูดขึ้นมาได้ว่าเรามีค่าคอมมิชชันเป็นแรงผลักดันในการทำงาน หรือถ้าเราสมัครงานขายที่เป็นการขายระหว่างธุรกิจถึงธุรกิจ (Business to Business) ที่การขายแต่ละครั้งสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้เป็นจำนวนมาก การบอกว่าเป้าหมายของเราคือการสร้างรายได้ได้เป็นจำนวนมากจากการปิดการขาย ก็เป็นสิ่งที่สามารถพูดได้ เพียงแต่เราต้องแน่ใจแล้วว่าเราสามารถอธิบายให้ชัดเจน และมีเหตุผลที่ดีพอมารองรับ

 

เส้นทางกว่าจะได้ทำงานที่รัก ในบริษัทที่เราชอบสำหรับบางคนอาจจะยากและไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะต้องเจอกับคู่แข่งที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการทำงานขายที่เท่า ๆ กันกับเรา แต่ถ้าเรารู้จักที่จะหยิบเอาจุดเด่นขึ้นมาแสดงให้บริษัทเห็นอย่างถูกวิธีและเหมาะสม โอกาสที่จะทำให้เรากลายเป็นผู้สมัครที่เข้าตามากกว่าคนอื่น ๆ ก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

 

JobThai มี Line แล้วนะคะ

ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่ย่อยง่าย อ่านสนุก และพูดคุยทุกแง่มุมเกี่ยวกับการทำงานอย่างใกล้ชิดที่

เพิ่มเพื่อน

 

 

 

ที่มา

everydayinterviewtips.com

salesforcesearch.com

glassdoor.com

careersidekick.com

 

 

 

tags : career & tips, งานนักขาย, สัมภาษณ์งานนักขาย, สัมภาษณ์งาน, หางาน, สมัครงาน, jobthai



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม